“นี่เป็นภาพจากกล้องภายในร้านทั้งหมดครับ”
“หมายความว่ายังไง?” นนท์นภัทรเอ่ยถามออกมา เมื่อเขาได้เห็นภาพทั้งหมดภายในมือ ซึ่งเหมือนทุกอย่างจะดูบังเอิญเกินไป เมื่อภาพที่ได้มาไม่ชัดสักภาพทำให้นนท์นภัทรไม่สามารถมองเห็นคนในภาพได้
“ภาพที่ได้มาทั้งหมดไม่มีภาพหน้าตรงเลยครับ แล้วท่านประธานจำหน้าของเธอไม่ได้เหรอครับ ให้คนมาสเกตดีกว่าไหมครับ?” ภูผาเอ่ยออกมาอย่างเสนอความคิด เพราะขืนยังปล่อยให้เขาตามหาอีกฝ่ายแบบนี้ไม่รู้ว่าตอนไหนจะได้เจอ
“จำได้ แต่ไม่หมด ช่างเถอะ ตามหาจนกว่าจะรู้ว่าเป็นใคร?” นนท์นภัทรพูดจบก็เดินกลับเข้าไปภายในห้องทำงานของตัวเอง ทิ้งให้ภูผาและทัชชารินยืนมองหน้ากันอย่างมีคำถามมากมาย
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” ทัชชารินแสร้งเอ่ยถามออกมาอย่างคนไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าทั้งสองกำลังพูดคุยเรื่องอะไร
“เมื่อวานนี้ท่านประธานไปคุยงานกับลูกค้าแล้วเผลอดื่มเหล้าเยอะไปหน่อย พอกลับไปห้องพักก็มีผู้หญิงเข้าไปหาในห้อง ไม่ใช่สิครับ ท่านประธานไม่รู้ว่าไปดึงผู้หญิงคนไหนเข้ามาในห้อง” คำพูดของภูผาเป็นเหมือนการเล่าเหตุการณ์ภายในหัวของทัชชาริน
“แล้วอย่างนี้ ถ้าเจอจะทำยังไงต่อเหรอคะ?” ทัชชารินเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
“ไม่รู้เลยครับ แต่ท่านประธานไม่คิดจะเก็บเอาไว้แน่ ๆ ครับ” ภูผาเอ่ยออกมาตามที่ตัวเองคิด ซึ่งไม่ผิดไปจากที่ทัชชารินคิดเอาไว้ เพียงแต่ว่าเธอไม่แน่ใจเท่านั้น
“เฮ้อ...ไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงแบบไหน แต่จากที่ดูก็น่าสวยน่าดูเลยครับ” ภูผาเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังมองภาพในมือของตัวเอง ซึ่งคำพูดของภูผาทำให้คนตัวเล็กได้แต่ยิ้มแห้งออกมา
หลังจากเลิกงานวันนี้ทัชชารินได้นัดเพื่อนสนิทให้ออกมาหาตัวเอง เพราะเธออยากหาเพื่อนนั่งทานอาหารเป็นเพื่อน ขืนปล่อยให้ตัวเองเอาแต่ฟุ้งซ่านไปวัน ๆ คงไม่ได้คิดเรื่องอื่นแน่ ๆ
“อะไรหอบแกออกมาจากคอนโดไม่ทราบ?” เขมจิราเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทออกมาทันที โดยที่ตอนนี้เธอยังไม่ได้นั่งลงตรงเก้าอี้เลยด้วยซ้ำ
“มีเรื่องให้เครียดเลยไม่อยากอยู่คนเดียว” ทัชชารินเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเจน
“เรื่องเครียด...อย่าบอกนะว่าพ่อกับแม่เธอจะจับให้แต่งงาน”
“ร้ายแรงกว่านั้นอีก”
“เกิดอะไรขึ้น ไหนเล่าสิ?” เขมจิราเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะสีหน้าของเพื่อนสาวเธอตอนนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องให้คิดมากอย่างที่อีกฝ่ายบอกจริง ๆ
“เฮ้อ ฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงอ่ะ”
“ฌา ถ้าแกไม่พูดออกมาแล้วฉันจะรู้ไหมว่าแกหมายถึงเรื่องอะไร?” เขมจิราเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะตอนนี้ท่าทีทัชชารินดูราวกับมีเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้น
“แกจำเมื่อวานที่ฉันหายไปได้ไหม?” ทัชชารินเอ่ยออกมาด้วยเสียงจริงจังเพราะตอนนี้เธอต้องการขอคำปรึกษาจากเพื่อนสนิท
“อืม จำได้”
“เหล้าที่ดื่มมันมีอะไรแปลก ๆ ทำให้เหมือนฉันเมาแต่ควบคุมตัวเองไม่อยู่”
“แกโดนวางยาเหรอ แล้วทำไมไม่บอกฉัน?” เขมจิราเอ่ยออกมาด้วยเสียงจริงจัง
“จะบอกแกยังไง โดนลากเข้าไปในห้องแบบนั้น”
“ใครมันเลวทำกับเพื่อนฉันแบบนี้ แกจำหน้าคนที่วางยาแกได้ไหม?” ทัชชารินส่ายใบหน้าไปมาอย่างเป็นคำตอบ
“เอ้า...งั้นคนที่ลากแกเข้าไปในห้องก็ไม่ใช่คนเดียวกันเหรอ?” หญิงสาวที่ได้ยินคำพูดของเพื่อนก็พยักหน้ารับอย่างจำใจ
“อะไรเนี่ย แล้วคนที่ลากแกเขาไปเขาทำอะไรแกไหม?”
“ฉันเนี่ยไปจับเขากด” ทัชชารินที่จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเลือนรางก่อนเอ่ยออกมา
“ฌาแกทำอะไรลงไปรู้ตัวไหมเนี่ย?” ทัชชารินพยักหน้ารับคำเพื่อนเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกินกว่าที่เธอจะควบคุมได้
“แล้วจะเอายังไงต่อ เห็นหน้าคนนอนด้วยไหม? แล้วอย่าพูดว่าไม่รู้ว่านอนกับใคร”
“ไม่รู้ว่านอนกับใครยังรู้สึกดีกว่ารู้ว่านอนกับใครเลย” ทัชชารินเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ
“หมายความว่ายังไง?”
“คนที่ฉันนอนด้วยคือคุณนนท์นภัทร เจ้านายฉันเอง”
“ตาย ๆ ๆ ฌาแกทำอะไรลงไปเนี่ย” เขมจิราเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนของเธอจะทำแบบนี้
“ใช่ตาย ตาย แน่ ๆ ถ้าเขาจับได้”
“หมายความว่าเขายังจับไม่ได้ว่าแกนอนกับเขาเมื่อคืนนี้”
“ใช่ เขาให้คนตามตัวฉันอยู่”
“น่าจะยากเพราะดูสภาพแกตอนนี้กับเมื่อคืนนี้สิไม่เห็นเหมือนกันเลย” เขมจิราเอ่ยออกมาอย่างแหย่เพื่อนสนิท ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ภายในใจกังวลไม่น้อย
“เฮ้อ เอาไงดีถ้าเขาจับได้เขาจะทำอะไรกับฉันไหม?” ทัชชารินเอ่ยออกมาอย่างร้อนใจ จนทำให้เพื่อนของเธอที่ได้ยินได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจไม่แพ้เพื่อนสนิท
“รอดูไปก่อน ถ้ามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็ลาออกจากงานไปเลย” เขมจิราเอ่ยอย่างยุยงเพื่อนสนิทของตัวเอง ซึ่งทัชชารินก็คิดไม่ต่างจากเพื่อนสนิท
“เลิกพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องได้แล้ว ไหน ๆ ก็ออกมาหาอะไรกินแล้วอย่างนั้นก็กินให้เต็มที่” เขมจิราเอ่ยออกมาก่อนจะเรียกพนักงานให้มารับออร์เดอร์
หลังจากทัชชารินได้แยกจากเพื่อนสนิทแล้วหญิงสาวก็เดินทางกลับมาที่คอนโดในทันที แม้ว่าการพูดคุยกับเขมจิราจะทำให้เธอโล่งใจขึ้นไปมากพอสมควร แต่ตอนนี้เธอก็ยังคงคิดมากอยู่ดี
อีกด้านของเมือง
หนุ่มนักธุรกิจไฟแรงอย่างนนท์นภัทรได้ถูกคู่ค้าเชิญมาทานอาหารที่ร้านอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อจะพูดคุยเรื่องงาน ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธ
“ขอบคุณมากเลยนะครับที่คุณภัทรยอมมา”
“ไม่เป็นไรครับ แล้วที่ให้ผมมาเนี่ยอยากคุยเรื่องอะไรเหรอครับ?” นนท์นภัทรเอ่ยถามถึงประเด็นทันที เพราะตอนนี้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเข้าไม่ได้มีแค่คู่ค้าเท่านั้น
“อ๋อ ก็เรื่องโครงการทั่วไปครับ แต่อย่าว่าอยางนั้นอย่างนี้เลยนะครับ ผมขอแนะนำลูกสาวผมให้รู้จักกันก่อนดีกว่านะครับ” ชายสูงวัยออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ต่างจากนนท์นภัทรที่แสดงใบหน้าออกมาอย่างนิ่งเรียบ
“คุณอิงฟ้าใช่ไหม?” อิงฟ้าที่ถูกนนท์ภัทรทักทายยิ้มออกมาอย่างดีใจ ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะจำเธอได้
“ใช่ค่ะ”
“รู้จักกันมาก่อนเหรอครับ?” พ่อของหญิงสาวเอ่ยถามออกมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ใช่ครับ รู้จักตอนเธอวางยาผมเมื่อวานนี้เองครับ” คำพูดของนนท์นภัทรทำให้ทั้งสองที่ได้ยินต่างตกใจ แต่นนท์นภัทรกับไม่สนใจและลุกเดินออกไปทันที
“จับตาดูสองคนนี้ให้ดี” นนท์นภัทรเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินตรงออกไปที่รถ