Episode 4

1298 Words
“นี่เป็นภาพจากกล้องภายในร้านทั้งหมดครับ” “หมายความว่ายังไง?” นนท์นภัทรเอ่ยถามออกมา เมื่อเขาได้เห็นภาพทั้งหมดภายในมือ ซึ่งเหมือนทุกอย่างจะดูบังเอิญเกินไป เมื่อภาพที่ได้มาไม่ชัดสักภาพทำให้นนท์นภัทรไม่สามารถมองเห็นคนในภาพได้ “ภาพที่ได้มาทั้งหมดไม่มีภาพหน้าตรงเลยครับ แล้วท่านประธานจำหน้าของเธอไม่ได้เหรอครับ ให้คนมาสเกตดีกว่าไหมครับ?” ภูผาเอ่ยออกมาอย่างเสนอความคิด เพราะขืนยังปล่อยให้เขาตามหาอีกฝ่ายแบบนี้ไม่รู้ว่าตอนไหนจะได้เจอ “จำได้ แต่ไม่หมด ช่างเถอะ ตามหาจนกว่าจะรู้ว่าเป็นใคร?” นนท์นภัทรพูดจบก็เดินกลับเข้าไปภายในห้องทำงานของตัวเอง ทิ้งให้ภูผาและทัชชารินยืนมองหน้ากันอย่างมีคำถามมากมาย “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” ทัชชารินแสร้งเอ่ยถามออกมาอย่างคนไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าทั้งสองกำลังพูดคุยเรื่องอะไร “เมื่อวานนี้ท่านประธานไปคุยงานกับลูกค้าแล้วเผลอดื่มเหล้าเยอะไปหน่อย พอกลับไปห้องพักก็มีผู้หญิงเข้าไปหาในห้อง ไม่ใช่สิครับ ท่านประธานไม่รู้ว่าไปดึงผู้หญิงคนไหนเข้ามาในห้อง” คำพูดของภูผาเป็นเหมือนการเล่าเหตุการณ์ภายในหัวของทัชชาริน “แล้วอย่างนี้ ถ้าเจอจะทำยังไงต่อเหรอคะ?” ทัชชารินเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย “ไม่รู้เลยครับ แต่ท่านประธานไม่คิดจะเก็บเอาไว้แน่ ๆ ครับ” ภูผาเอ่ยออกมาตามที่ตัวเองคิด ซึ่งไม่ผิดไปจากที่ทัชชารินคิดเอาไว้ เพียงแต่ว่าเธอไม่แน่ใจเท่านั้น “เฮ้อ...ไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงแบบไหน แต่จากที่ดูก็น่าสวยน่าดูเลยครับ” ภูผาเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังมองภาพในมือของตัวเอง ซึ่งคำพูดของภูผาทำให้คนตัวเล็กได้แต่ยิ้มแห้งออกมา หลังจากเลิกงานวันนี้ทัชชารินได้นัดเพื่อนสนิทให้ออกมาหาตัวเอง เพราะเธออยากหาเพื่อนนั่งทานอาหารเป็นเพื่อน ขืนปล่อยให้ตัวเองเอาแต่ฟุ้งซ่านไปวัน ๆ คงไม่ได้คิดเรื่องอื่นแน่ ๆ “อะไรหอบแกออกมาจากคอนโดไม่ทราบ?” เขมจิราเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทออกมาทันที โดยที่ตอนนี้เธอยังไม่ได้นั่งลงตรงเก้าอี้เลยด้วยซ้ำ “มีเรื่องให้เครียดเลยไม่อยากอยู่คนเดียว” ทัชชารินเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเจน “เรื่องเครียด...อย่าบอกนะว่าพ่อกับแม่เธอจะจับให้แต่งงาน” “ร้ายแรงกว่านั้นอีก” “เกิดอะไรขึ้น ไหนเล่าสิ?” เขมจิราเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะสีหน้าของเพื่อนสาวเธอตอนนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องให้คิดมากอย่างที่อีกฝ่ายบอกจริง ๆ “เฮ้อ ฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงอ่ะ” “ฌา ถ้าแกไม่พูดออกมาแล้วฉันจะรู้ไหมว่าแกหมายถึงเรื่องอะไร?” เขมจิราเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะตอนนี้ท่าทีทัชชารินดูราวกับมีเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้น “แกจำเมื่อวานที่ฉันหายไปได้ไหม?” ทัชชารินเอ่ยออกมาด้วยเสียงจริงจังเพราะตอนนี้เธอต้องการขอคำปรึกษาจากเพื่อนสนิท “อืม จำได้” “เหล้าที่ดื่มมันมีอะไรแปลก ๆ ทำให้เหมือนฉันเมาแต่ควบคุมตัวเองไม่อยู่” “แกโดนวางยาเหรอ แล้วทำไมไม่บอกฉัน?” เขมจิราเอ่ยออกมาด้วยเสียงจริงจัง “จะบอกแกยังไง โดนลากเข้าไปในห้องแบบนั้น” “ใครมันเลวทำกับเพื่อนฉันแบบนี้ แกจำหน้าคนที่วางยาแกได้ไหม?” ทัชชารินส่ายใบหน้าไปมาอย่างเป็นคำตอบ “เอ้า...งั้นคนที่ลากแกเข้าไปในห้องก็ไม่ใช่คนเดียวกันเหรอ?” หญิงสาวที่ได้ยินคำพูดของเพื่อนก็พยักหน้ารับอย่างจำใจ “อะไรเนี่ย แล้วคนที่ลากแกเขาไปเขาทำอะไรแกไหม?” “ฉันเนี่ยไปจับเขากด” ทัชชารินที่จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเลือนรางก่อนเอ่ยออกมา “ฌาแกทำอะไรลงไปรู้ตัวไหมเนี่ย?” ทัชชารินพยักหน้ารับคำเพื่อนเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกินกว่าที่เธอจะควบคุมได้ “แล้วจะเอายังไงต่อ เห็นหน้าคนนอนด้วยไหม? แล้วอย่าพูดว่าไม่รู้ว่านอนกับใคร” “ไม่รู้ว่านอนกับใครยังรู้สึกดีกว่ารู้ว่านอนกับใครเลย” ทัชชารินเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ “หมายความว่ายังไง?” “คนที่ฉันนอนด้วยคือคุณนนท์นภัทร เจ้านายฉันเอง” “ตาย ๆ ๆ ฌาแกทำอะไรลงไปเนี่ย” เขมจิราเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนของเธอจะทำแบบนี้ “ใช่ตาย ตาย แน่ ๆ ถ้าเขาจับได้” “หมายความว่าเขายังจับไม่ได้ว่าแกนอนกับเขาเมื่อคืนนี้” “ใช่ เขาให้คนตามตัวฉันอยู่” “น่าจะยากเพราะดูสภาพแกตอนนี้กับเมื่อคืนนี้สิไม่เห็นเหมือนกันเลย” เขมจิราเอ่ยออกมาอย่างแหย่เพื่อนสนิท ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ภายในใจกังวลไม่น้อย “เฮ้อ เอาไงดีถ้าเขาจับได้เขาจะทำอะไรกับฉันไหม?” ทัชชารินเอ่ยออกมาอย่างร้อนใจ จนทำให้เพื่อนของเธอที่ได้ยินได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจไม่แพ้เพื่อนสนิท “รอดูไปก่อน ถ้ามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็ลาออกจากงานไปเลย” เขมจิราเอ่ยอย่างยุยงเพื่อนสนิทของตัวเอง ซึ่งทัชชารินก็คิดไม่ต่างจากเพื่อนสนิท “เลิกพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องได้แล้ว ไหน ๆ ก็ออกมาหาอะไรกินแล้วอย่างนั้นก็กินให้เต็มที่” เขมจิราเอ่ยออกมาก่อนจะเรียกพนักงานให้มารับออร์เดอร์ หลังจากทัชชารินได้แยกจากเพื่อนสนิทแล้วหญิงสาวก็เดินทางกลับมาที่คอนโดในทันที แม้ว่าการพูดคุยกับเขมจิราจะทำให้เธอโล่งใจขึ้นไปมากพอสมควร แต่ตอนนี้เธอก็ยังคงคิดมากอยู่ดี อีกด้านของเมือง หนุ่มนักธุรกิจไฟแรงอย่างนนท์นภัทรได้ถูกคู่ค้าเชิญมาทานอาหารที่ร้านอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อจะพูดคุยเรื่องงาน ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธ “ขอบคุณมากเลยนะครับที่คุณภัทรยอมมา” “ไม่เป็นไรครับ แล้วที่ให้ผมมาเนี่ยอยากคุยเรื่องอะไรเหรอครับ?” นนท์นภัทรเอ่ยถามถึงประเด็นทันที เพราะตอนนี้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเข้าไม่ได้มีแค่คู่ค้าเท่านั้น “อ๋อ ก็เรื่องโครงการทั่วไปครับ แต่อย่าว่าอยางนั้นอย่างนี้เลยนะครับ ผมขอแนะนำลูกสาวผมให้รู้จักกันก่อนดีกว่านะครับ” ชายสูงวัยออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ต่างจากนนท์นภัทรที่แสดงใบหน้าออกมาอย่างนิ่งเรียบ “คุณอิงฟ้าใช่ไหม?” อิงฟ้าที่ถูกนนท์ภัทรทักทายยิ้มออกมาอย่างดีใจ ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะจำเธอได้ “ใช่ค่ะ” “รู้จักกันมาก่อนเหรอครับ?” พ่อของหญิงสาวเอ่ยถามออกมาอย่างอยากรู้อยากเห็น “ใช่ครับ รู้จักตอนเธอวางยาผมเมื่อวานนี้เองครับ” คำพูดของนนท์นภัทรทำให้ทั้งสองที่ได้ยินต่างตกใจ แต่นนท์นภัทรกับไม่สนใจและลุกเดินออกไปทันที “จับตาดูสองคนนี้ให้ดี” นนท์นภัทรเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินตรงออกไปที่รถ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD