ทัชชารินที่วิ่งออกมาจากห้องทำงานของนนท์ภัทรได้พาตัวเองกลับมาที่โต๊ะทำงาน มือเรียวสวยของหญิงสาวจับลงที่อกทางด้านซ้ายของตัวเองอย่างต้องการให้อาการใจเต้นลดลง
ใบหน้าสวยใต้แว่นหนาเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อออกมา เมื่อทัชชารินนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แต่เพียงไม่นานทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ เมื่อหญิงสาวได้กลับมาสนใจแฟ้มที่ตัวเองถือติดมือออกมาด้วย
“มีข้อมูลเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
ทัชชารินเอ่ยออกมาอย่างตกใจเมื่อเปิดแฟ้มเอกสารออกมา แล้วพบรายละเอียดของหญิงสาวที่นนท์นภัทรต้องการเจอ ซึ่งทัชชารินยังคงไม่รู้เหตุผลว่าทำไมอีกฝ่ายถึงอยากเจอเธอมากขนาดนั้น ทำให้หญิงสาวเริ่มระวังตัวเองมากขึ้น
ทัชชารินนั่งอ่านเอกสารเกี่ยวกับรายละเอียดที่นนท์นภัทรหามาได้อย่างละเอียด เธอก็ได้เห็นว่าเอกสารทั้งหมดเหมือนจะละเอียด แต่เปล่าเลย เพราะแม้แต่รูปที่ได้มานั้นล้วนเป็นรูปของหญิงสาวคนนั้นที่หันข้าง ไม่มีรูปหน้าตรงสักรูป
“อย่างน้อยก็ยังมีบุญแหละ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเขาจับได้ เธอจะตายแบบไหน”
ทัชชาเอ่ยออกมาในขณะที่เธอทิ้งตัวเองพิงไปกับเก้าอี้ที่นั่งอยู่
“ใครตายเหรอครับ?” ภูผาที่เดินเข้ามาแล้วได้ยินว่าทัชชารินกำลังบ่นอยู่เอ่ยถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ แต่ทว่าการมาของภูผาทำให้คนที่เผลอตัวไปก่อนหน้านี้ตกใจไม่น้อย
“เปล่าค่ะ แค่คิดอะไรเพลิน ๆ ว่าแต่ลูกค้าเป็นยังไงบ้างคะ?” ทัชชารินเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มให้กับภูผา ทำให้อีกฝ่ายยิ้มตอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ไปที่โรงแรมแล้วครับ อีกสองวันจะขอนัดเจอท่านประธานน่าจะเป็นช่วงค่ำเลยครับ อย่าลืมโทรเช็กนะครับ”
“อ๋อได้ค่ะ”
“แล้วท่านประธานบอกหรือยังครับว่าอยากให้คุณฌาเป็นคนตามหาผู้หญิงคนนั้นของท่านประธาน”
“แจ้งแล้วค่ะ แต่ฌาไม่รู้ว่าจะไปตามจากไหน?”
“ไม่ต่างจากผมเลยครับ” ภูผาเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและเสียงหัวเราะ ซึ่งต่างจากทัชชารินที่ตอนนี้แทบจะหายไปจากตรงนี้
“อ๋อ นี่เป็นเอกสารโครงการที่คุณภูผาต้องการค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ...ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ” ทัชชารินเอ่ยออกมาก่อนจะหันกลับมาสนใจงานของตัวเอง ในขณะที่ภูผาเดินหายเข้าไปภายในห้องทำงานของนนท์นภัทร
หลังจากทัชชารินเลิกงานแล้ว หญิงสาวก็รีบเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อไปเจอเพื่อนสนิทของตนเองอย่างเขมจิรา ซึ่งตอนนี้เพื่อนสนิทของเธอได้เข้ามานั่งรอภายในร้านอาหารที่ทั้งสองมักจะมาทานเป็นประจำ
“รอนานไหม? ขอโทษที่ปล่อยให้รอนะ” ทัชชารินเอ่ยถามเพื่อนสนิทออกมา หลังจากทิ้งตัวเองลงนั่งได้เพียงไม่นาน
“ไม่นาน เพิ่งมาถึงเหมือนกัน ไหนเล่าสิว่ามีเรื่องอะไร?” เขมจิราเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“นี่เอาไปดูก่อน” ทัชชารินส่งแฟ้มเอกสารให้กับเพื่อนสนิทพร้อมเอ่ยออกมา ทำให้เขมจิราจำใจต้องรับมาเปิดอ่านอย่างไม่มีทางเลือก
“หมายความว่าไง?” เขมจิราเอ่ยถามพร้อมมองใบหน้าคนตรงหน้าตัวเองอย่างต้องการคำตอบ
“ก็หมายความว่า คุณภัทรให้ฉันตามหาตัวเองไง ฉันควรทำยังไงดีตอนนี้เครียดจนไม่รู้จะเครียดยังไงแล้ว” ทัชชารินเอ่ยออกมาก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ฉันจะบ้าตาย แล้วจะเอายังไงต่อ?” เขมจิราเอ่ยถามเพื่อนสนิทอย่างอยากรู้ว่าทัชชารินจะจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไรต่อ
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้ารู้จะตามเธอออกมาเหรอ”
“อย่างนั้นก็ทำเหมือนตามหาไปแล้วกัน แค่ไม่ยอมรับก็ทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว”
“ก็คิดแบบนั้น แต่เวลาที่คุณภัทรเขาถามฉันจะตอบว่าอะไรดี”
“ตอบออกไปเลยว่าหาไม่เจอ”
“เอาอย่างนั้นเหรอ?”
“ถ้าไม่พูดแบบนั้นก็เดินเข้าไปบอกเลยว่าคนที่นอนกับเขาคืนนั้นคือเธอ ฉันก็อยากจะรู้ว่าคนอย่างคุณภัทรเขาจะทำยังไงกับเธอ” เขมจิราเอ่ยออกมาอย่างต้องการแกล้งเพื่อน แต่ทว่าการกระทำของเธอทำให้ทัชชารินปวดหัวมากขึ้นกว่าเดิม
“ขวัญ เธอควรช่วยฉันมากกว่าจะไปช่วยคุณภัทร”
“ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ งั้นก็ทำตามที่ฉันบอกแล้วกัน”
“อืมได้” ทัชชารินเอ่ยพร้อมพยักหน้ารับคำพูดของเพื่อนสนิท เพราะนี่คงเป็นทางรอดที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
เช้าวันต่อมา
หลังจากทัชชารินได้พูดคุยปรึกษากับเพื่อนสนิทของตนเองแล้ว หญิงสาวก็ตัดสินใจว่าจะทำทุกอย่างเหมือนปกติ แม้ว่าตอนนี้เธอจะยังไม่รู้ว่าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องไปได้นานแค่ไหน แต่ทว่านี้ก็เป็นทางรอดเดียวที่ทัชชารินทำได้ในตอนนี้
“คุณฌาครับ เมื่อวานนี้ได้โทรไปเช็กลูกค้ายังครับว่าเขาจะนัดท่านประธานวันไหน?” ภูผาเดินเข้ามาหาทัชชารินที่โต๊ะทำงานก่อนเอ่ยถามออกมา
“ถามแล้วค่ะ ทางลูกค้าบอกว่าขอนัดเป็นวันศุกร์”
“ถ้าอย่างนั้นผมวานเคลียร์ตารางให้กับท่านประธานด้วยนะครับ และนี่เป็นเอกสารที่ท่านประธานต้องเซ็นครับ”
“อ๋อค่ะ” ทัชชารินพยักหน้ารับก่อนรับเอกสารมาตรวจ ซึ่งหลังจากเธอตรวจเสร็จแล้ว ทัชชารินก็ได้ลุกขึ้นหยิบเอกสารทั้งหมดเตรียมนำไปให้นนท์นภัทรได้ตรวจ
“ว้าย” ทัชชารินที่กำลังจะเคาะประตูห้องทำงานของนนท์นภัทร ร้องออกมาอย่างตกใจเมื่ออยู่ ๆ ประตูห้องของอีกฝ่ายก็เปิดออก ทำให้เธอเสียหลักจนเกือบล้มไปกับพื้น
ทว่ามือแกร่งของนนท์นภัทรได้โอบเอวของทัชชารินเอาไว้ได้เสียก่อน แต่เอกสารกลับตกลงไปกับพื้นพร้อมแว่นตาของหญิงสาว
“เอ่อ ขอโทษค่ะ ฌาไม่ได้ตั้งใจ” ทัชชารินเอ่ยออกมาพร้อมพยายามผลักให้นนท์นภัทรถอยห่างจากตัวเอง ซึ่งก็ได้ผลเมื่อนนท์นภัทรได้ปล่อยให้ทัชชารินได้เป็นอิสระอย่างที่หญิงสาวต้องการ
ทันทีที่ทัชชารินได้รับอิสระแล้วเธอก็ย่อตัวเองลงไปกับพื้นเพื่อหาแว่นตาที่ตก ซึ่งนนท์นภัทรเห็นแบบนั้นก็ย่อตัวเองลงเพื่อช่วยอีกฝ่ายหาแว่น
แต่ทว่าทั้งสองกลับได้สบสายตากันอย่างบังเอิญ ทำให้คนที่ได้เห็นใบหน้าของทัชชารินโดยไม่มีแว่นตา ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ใบหน้าของหญิงสาวเหมือนกับใบหน้าที่เขาเคยเจอมาก่อน แถมพอไม่มีแว่นหนา ๆ ที่ปิดใบหน้าเอาไว้ นนท์นภัทรก็ได้เห็นใบหน้าของทัชชารินอย่างชัด ๆ
“นี่แว่นเธอ ซุ่มซ่ามจริง” นนท์นภัทรส่งแว่นให้กับทัชชารินหลังจากพยายามสลัดความคิดของตัวเองออกจากหัว
คนตรงหน้าเขาในตอนนี้ไม่มีทางเป็นผู้หญิงที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยเพราะผู้หญิงคนนั้นค่อนข้างสวย แบบไม่มีใครเปรียบได้ แต่กลับคนตรงหน้ากับเฉิ่มจนไม่น่ามอง
“ขอบคุณมากนะคะ”
“วันหลังจะยั่วฉันก็ทำให้มันเนียน ๆ หน่อย”
“จะบ้าเหรอคะ ฌาแค่นำเอกสารมาให้”
“ฉันจะเชื่อแล้วกัน” นนท์นภัทรเดินกลับเข้าไปภายในห้องอีกครั้ง ทำให้ทัชชารินที่เห็นแบบนั้นต้องยอมเดินเข้าไปอย่างจำใจ