ตอนที่1 เห็นแค่รูปก็ทำใจสั่น

1433 Words
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง) จุดเริ่มต้นของเรื่อง วายุ ทำงานเป็นบอดี้การ์ดรับจ้างดูแลวีไอพีตามปกติของเขา จู่ๆมีรุ่นพี่ในแวดวงการบอดี้การ์ดชวนให้เขาไปทำงานด้วยกัน ซึ่งรุ่นพี่คนดังกล่าวมีนามว่า ภาค ซึ่งภาคก็คือลูกน้องคนสนิทมือขวาของ เดชา พ่อของ มิรา นั่นเอง เดชาต้องการตัวบอดี้การ์ดฝีมือดีที่ไว้ใจได้มาคอยดูแลคุ้มครองลูกสาวคนเดียวของเขา เพราะเดิมทีบอดี้การที่ดูแลลูกสาวของเขาอยู่มีแค่คนเดียวก็คือ ภีม น้องชายของภาค เดชาต้องการคนเพิ่มเลยสั่งการกับลูกน้องมือขวาอย่างภาคไป และภาคก็มองเห็นถึงความเก่งกาจเห็นในความซื่อตรงของตัววายุ ภาคจึงได้ชักชวนวายุมาทำงานด้วยกันโดยเสนอเงินเดือนให้ครึ่งล้านกับไอ้แค่ดูแลคุ้มครองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแค่คนเดียว ซึ่งวายุก็ไม่ได้สนใจอะไรกับเงินเดือนครึ่งล้านนั่นเลย เพราะเขามีเงินมากพออยู่แล้ว แต่กระนั้นทีแรกวายุก็ไม่ตกลงเพราะไม่ชอบงานประจำและไม่ชอบเด็ก เขารู้สึกว่าเด็กมันน่ารำคาญ แต่พอรู้ว่าเป็นเด็กโตเขาก็เริ่มลังเลเพราะถ้าเป็นเด็กโตก็จะว่าง่ายและเข้าใจง่ายกว่าเด็กเล็กๆ คิดไปคิดมาไม่รู้อะไรดลใจให้เขาตอบตกลงยอมรับงานเป็นบอดี้การส่วนตัวให้กับเด็กสาว... ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของเดชา "ส่งกระเป๋ามาพี่ เดี๋ยวผมเอาไปเก็บที่บ้านพักให้ก่อน" เป็นเสียงของ ภีม บอดี้การ์ดส่วนตัวของลูกสาวเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ เขาเอ่ยอาสาเอากระเป๋าสัมภาระไปเก็บให้รุ่นพี่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่เป็นวันแรก ซึ่งรุ่นพี่คนดังกล่าวก็คือ วายุ นั่นเอง "ขอบใจ" พรึ่บ! เอ่ยขอบคุณรุ่นน้องจบ วายุก็โยนกระเป๋าเป้สีดำที่สะพายอยู่บนไหล่ข้างขวาของเขาให้ภีมทันที ภีมรับกระเป๋าเป้มาอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่ก็รับไว้ได้ทัน ก่อนจะเดินไปยังบ้านพักบอดี้การ์ดที่อยู่ด้านหลังของคฤหาสน์ทันที "เดี๋ยวมึงเข้าไปหานายกับกูก่อน" เป็นเสียงของ ภาค ลูกน้องคนสนิทมือขวาของเดชา หรือพี่ชายของภีม เขาเอ่ยบอกวายุรุ่นน้องที่เขาได้ชักชวนให้มาทำงานที่นี่ น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า วายุจึงพยักหน้าให้แทนคำตอบ จากนั้นภาคก็เดินนำไปหาผู้เป็นนายที่อยู่ในห้องทำงานบนชั้นสองของคฤหาสน์ทันที ... ภายในห้องทำงานของเดชา... "ประวัติเอ็งใช้ได้หนิ เก่งไม่พอยังรวยเอาเรื่องซะด้วย นอนอยู่บ้านสบายๆก็ได้ทำไมถึงยังมาเป็นบอดี้การ์ดอยู่อีก" เดชา เจ้าของคฤหาสน์หรือเจ้านายของทุกคนในที่นี้ เขาพูดกับลูกน้องคนใหม่พลางถามไปด้วยในประโยคหลัง เขานั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ท่าทางสบายๆ แต่กลับดูสง่าและใบหน้าของเขาก็ยังหล่อเหลาเต็งตึงอย่างกับคนอายุสามสิบต้นๆ ทั้งที่ปีนี้เขาอายุสี่สิบสองปีแล้ว "ผมไม่ใช่คนขี้เกียดครับ" วายุตอบออกไปตรงๆด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า ยืนไหล่ผึ่งกุมมือใว้ด้านหน้าตามแบบฉบับบอดี้การ์ดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายด้วยท่าทีนิ่งๆ ทว่าดวงตาคู่คมของเขากลับเหลือบมองรูปถ่ายขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังด้านหลังของเจ้านายเป็นระยะๆ "หึ ตอบตรงดีหนิ มันต้องแบบนี้สิวะกูชอบ" เดชาถึงกับถูกอกถูกใจในคำตอบของลูกน้องคนใหม่เป็นอย่างมาก ซึ่งไม่เคยมีใครกล้าตอบคำถามที่ดูจะกวนบาทาเขาขนาดนี้มาก่อน แต่เขาดันชอบที่เด็กหนุ่มบอดี้การ์ดคนนี้พูดมันออกมาด้วยความซื่อตรง มันดูจริงใจดี และเขาเองก็เริ่มจะถูกชะตากับบอดี้การ์ดคนใหม่คนนี้เข้าซะแล้ว คิดไม่ผิดที่เลือกมาดูแลลูกสาวของเขา ช่างถูกใจเขาจริงๆ เวลาต่อมา บ้านพักบอดี้การ์ด ภายในห้องพักส่วนตัวของวายุ... "เป็นไงบ้างพี่วายุ พออยู่ได้ไหม" ภีมเอ่ยถามเพราะเกรงว่าที่นี่อาจจะคับแคบหรือไม่สะดวกสบายสำหรับวายุ ซึ่งภีมพอจะรู้มาบ้างว่าวายุเป็นคนมีเงินมีฐานะอยู่พอตัว เขาเองก็ยังสงสัยว่าทำไมวายุถึงยังทำงานเป็นบอดี้การ์ดอยู่อีกทั้งที่รวยขนาดนั้น แต่กระนั้นเขาก็ไม่คิดจะถามละลาบละล้วงอะไรออกไปเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว "อืม สบายมาก" วายุตอบน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า พลางกวาดสายตามองสำรวจภายในห้องพักไปด้วย เขาเป็นคนง่ายๆ กินง่ายอยู่ง่ายไม่ได้ยึดติดกับความสบายอยู่แล้ว ด้วยความที่เป็นคนต่างจังหวัดใช้ชีวิตเรียบง่ายมาก่อน สำหรับเขาห้องพักบอดี้การ์ดประมาณนี้ถือว่าใช้ได้ ไม่ได้แย่อะไรเลย ดูสะดวกสบายกว่าที่อื่นด้วยซ้ำไป "เออพี่ เห็นคุณหนูยัง เป็นไง คุณหนูของผมน่ารักใช่ไหมล่ะ" จู่ๆภีมนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามไป ประหนึ่งถามเองตอบเองเสียมากกว่า ท่าทางขี้เล่นตามสไตส์ "คุณหนูของผม" วายุพูดทวนคำพลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเชิงเป็นคำถาม เขารู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาเสียดื้อๆกับคำพูดของภีม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่ง ตอนนี้คิ้วหนากลับขมวดเข้าหากัน นึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก "อะไรพี่ อย่ามามองผมแบบนั้น ผมหมายถึงคุณหนูที่ผมดูแลอยู่ครับ ไม่ใช่คุณหนูของผมแบบที่พี่คิด ขืนผมคิดอะไรไม่ดีกับคุณหนูนายได้เอาผมตายสิ คุณหนูเป็นเด็กที่น่ารักมาก พี่เองก็อย่าหวั่นไหวอย่าเผลอใจคิดอะไรกับคุณหนูล่ะ นายหวงลูกสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อีกนะพี่" ภีมรีบปฏิเสธออกไปทันทีเพราะดูจากสีหน้ารุ่นพี่ก็รู้แล้วว่ากำลังคิดอะไรอยู่ โดยไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือน เพราะกลัวว่ารุ่นพี่จะโดนความน่ารักของเด็กสาวตกเข้าให้ "ไร้สาระ" วายุพูดขึ้นก่อนจะเลือกไม่สนใจ หันมองบรรยากาศรอบๆไปเรื่อย "แล้วตกลงว่าไงพี่วายุ พี่ว่าคุณหนูน่ารักไหม" ภีมยังคงถามเล้าหลือต่อ คาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ เพราะเมื่อกี๊ถามไปยังไม่ได้คำตอบเลย "มึงถามเพื่ออะไรวะ กูยังไม่เห็น" น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้น ยืนกอดอกมองรุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าเขาแค่สองปีด้วยใบหน้าเข้มดุ เพราะเริ่มจะรำคาญภีมขึ้นมาที่ถามอะไรนอกเรื่อง "โห่~ อะไรของพี่เนี่ย ไม่เห็นได้ไงรูปคุณหนูติดอยู่เต็มบ้านพี่ไม่ได้มองเลยเหรอ" ภีมถึงกับเซ็งที่รุ่นพี่ของเขาดูไม่สนใจและไม่ใส่ใจอะไรเลย ซึ่งเขาแค่ต้องการให้รุ่นพี่เอ็นดูเด็กสาวเหมือนกับที่เขาเอ็นดูเธอแบบน้องสาวคนหนึ่งก็เท่านั้น ถึงได้คาดคั้นจะเอาคำตอบกับรุ่นพี่อยู่แบบนี้ แต่เมื่อไม่ได้คำตอบอะไรก็เลือกที่จะปล่อยผ่านอย่างเซ็งๆ "ช่างเถอะผมไม่ถามละ พี่พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวถึงเวลาไปรับคุณหนูที่โรงเรียนผมมาตามแล้วกัน" พูดจบภีมก็เดินออกไป ด้านวายุมองตามหลังรุ่นน้องด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทว่าในหัวของเขากลับนึกไปถึงรูปถ่ายเด็กผู้หญิงที่ติดอยู่บนผนังและวางอยู่บนเฟอร์นิเจอร์หรูตามจุดต่างๆเต็มบ้านไปหมด มีทั้งรูปตอนเด็กและตอนโต ซึ่งความจริงเขาเห็นรูปถ่ายเหล่านั้นตั้งแต่ย่างก้าวเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว แค่เลือกที่จะไม่พูดออกไป และขณะที่ในหัวกำลังคิด มือหนาข้างขวาก็ยกขึ้นมาวางทาบบนอกข้างซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเอง ตอนนี้ใจแกร่งของเขามันสั่นและเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ บอกเป็นความรู้สึกไม่ถูกยามที่นึกถึงดวงหน้าเล็กๆน่ารักๆของเด็กสาวที่อยู่ในรูปถ่าย "เป็นอะไรของมึงวะไอ้วายุ" เขาบ่นกับตัวเองโดยที่ยังทาบมือขวาไว้ตรงตำแหน่งหัวใจอยู่อย่างนั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งอยู่ตลอด ตอนนี้คิ้วหนากลับขมวดเข้าหากันยุ่งด้วยความที่ไม่เข้าใจว่าตัวเองนั้นเป็นอะไร
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD