ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง
เวลาอาหารมื้อเย็น ภายในห้องอาหารของคฤหาสน์หลังใหญ่ มีประมุขของบ้านหรือเดชานั่งอยู่หัวโต๊ะอาหาร และมีคนเป็นลูกสาวหรือมิรานั่งเก้าอี้ตัวถัดมาเยื้องกับผู้เป็นพ่อ
"เออ จริงสิ ยัยหนูจำพี่มาตินลูกชายเพื่อนพ่อได้ไหมลูก" เดชาเอ่ยถามลูกสาวของตนเมื่อนึกขึ้นได้ถึงเด็กหนุ่มที่ตัวเองหมายปองอยากได้มาเป็นลูกเขย
ด้านมิราที่กำลังกินข้าวอยู่จึงเงยหน้ามาพูดกับคนเป็นพ่อด้วยท่าทีปกติ
"พี่มาตินลูกชายคุณลุงมานพน่ะเหรอคะ"
โดยมีสายตาคู่คมของบอดี้การ์ดคนใหม่ที่ยืนอารักขาอยู่ด้านหลังของเธอไม่ห่าง มองเธออยู่ตลอดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
"ใช่ครับ ตอนนี้พี่เขาเรียนจบโทแล้วนะลูก เห็นว่าอาทิตย์หน้าจะกลับไทยแล้ว" ขณะที่ปากขยับพูด เดชาก็มองสังเกตท่าทีของลูกสาวไปด้วย ว่าจะมีอาการหรือแสดงความดีใจอะไรออกมาหรือเปล่าเมื่อรู้ว่าลูกชายของเพื่อนเขากำลังจะกลับไทย
"ค่ะ" แต่ทว่ามิราแค่เพียงพยักหน้าตอบสั้นๆเป็นการรับรู้ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อโดยไม่ได้สนใจอะไร
คนเป็นพ่อเห็นเช่นนั้นจึงแปลกใจไม่น้อยเมื่อลูกสาวดูไม่ได้ดีใจหรือตื่นเต้นกับการกลับมาของอีกคนเลย ผิดกับตอนเด็กที่เวลาลูกชายเพื่อนเขามาที่บ้าน ลูกสาวของเขาก็จะวิ่งหน้าตั้งเข้าไปหาด้วยความดีใจ และเมื่อเห็นท่าทีนิ่งเฉยของลูกสาวจึงอดที่จะถามไม่ได้
"หนูมิไม่ดีใจเหรอลูกที่พี่มาตินจะกลับมา เห็นตอนเด็กๆหนูติดพี่เขาแจเลยนะลูก"
ด้านบอดี้การ์ดคนใหม่ชำเลืองมองไปยังผู้เป็นนายใหญ่ทันทีที่ได้ยินเจ้านายถามออกมาแบบนั้น ก่อนจะลากสายตาคมกริบกลับมามองเด็กสาวต่อ เขามองเธออย่างรอคำตอบราวกับเป็นคนถามเสียเอง
ส่วนมิราก็เอ่ยตอบคนเป็นพ่อไปด้วยท่าทีปกติเช่นเดิม
"ก็เฉยๆค่ะ ตอนนี้หนูมิโตแล้ว ไม่ติดพี่มาตินเหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะค่ะ" ตอบจบก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานของตัวเองต่อ
ร่างสูงเจ้าของสายตาคู่คมที่ลอบมองเธออยู่ตลอดเวลา ถึงกับใจชื่นขึ้นมาทันทีและพอใจกับคำตอบของเธอเป็นอย่างมาก แต่กระนั้นใบหน้าของเขาก็ยังคงนิ่งเหมือนเดิม ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมา
ด้านเดชามองลูกสาวตัวน้อยของตนนิ่งๆ โดยไม่ได้พูดหรือถามอะไรอีก ถึงตอนนี้ลูกสาวของเขาดูเหมือนไม่ได้มีเยื่อใยให้กับลูกชายของเพื่อนเขาเหมือนแต่ก่อน แต่กระนั้นเขาไม่มีทางล้มเลิกความตั้งใจที่อยากจะได้ลูกชายของเพื่อนมาเป็นลูกเขยของเขาอย่างแน่นอน
...ถึงเดชาจะรักและหวงลูกสาวมากแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วในวันที่เขาไม่อยู่บนโลกใบนี้ เขาก็อยากให้มีใครสักคนมาคอยดูแลปกป้องลูกสาวคนเดียวของเขา ซึ่งเขาก็ได้เลือกคนๆนั้นเอาไว้แล้ว นั่นก็คือ มาติน ลูกชายของเพื่อนเขานั่นเอง
...มาติน คือชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี เขาเรียนจบชั้นมัธยมปลายที่ไทยและได้ไปเรียนต่อตรีโทที่เมืองนอกโดยไม่ได้กลับมาที่ไทยเลย ในช่วงสี่ถึงห้าเดือนแรกที่เขาไปเรียนเมืองนอกก็ได้ติดต่อกับมิราอยู่ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มห่างหายไป เพราะต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเอง โดยตัวมิราก็เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆและมีสังคมเพื่อนฝูง เธอจึงไม่ได้สนใจหรือติดมาตินดั่งพี่ชายคนหนึ่งเหมือนตอนที่เขาอยู่ไทย ความห่างไกลบวกกับการใช้ชีวิตในสังคมของตัวเอง ทำให้ต่างฝ่ายต่างห่างเหินกันไปโดยปริยาย...
เวลาต่อมา
21:35 น.
ภายในห้องนอนของมิรา มีเจ้าของห้องกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ปลายเตียงนอนสีหวานขนาดคิงไซส์
ห้องแชทLINE
มิรา : พี่วายุนอนยังเอ่ย น้องมิคิดถึงจังเลยค่ะ
...
อ่านแล้ว
รอไม่นานคนในแชทก็อ่านข้อความไลน์ของเธอ ปากบางจึงยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องหุบยิ้มในเวลาต่อมาเมื่อคนในแชทไม่ยอมตอบอะไรกลับมาเลย
"ชิ! หยิ่งให้ได้ตลอด ใจแข็งให้ได้ตลอดนะคะพี่วายุ" เธอบ่นอุบอิบประชดประชันคนในแชท พลางพิมพ์ข้อความส่งไปให้เขาต่อ
มิรา : น้องชอบพี่วายุนะคะ ชอบพี่คนเดียว ชอบมากๆด้วย ถึงตอนนี้พี่วายุจะไม่ชอบน้องก็ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงน้องก็จะทำให้พี่วายุชอบน้องให้ได้เลย (อิโมจิสองนิ้วสู้ๆกับอิโมจิรูปหัวใจสีชมพู)
อ่านแล้ว
เมื่อเห็นว่าเขาอ่านแล้วแต่ไม่ยอมตอบกลับเหมือนเดิม เธอจึงพิมพ์ข้อความส่งทิ้งท้ายเอาไว้
มิรา : ฝันดีนะคะพี่วายุของมิรา จุ๊บๆ (อิโมจิรูปหัวใจสีแดง)
อ่านแล้ว
เมื่อเห็นว่าเขาอ่านแล้วแต่ไม่ตอบอะไรกลับมาเหมือนเดิม เธอก็เลือกที่จะไม่คิดอะไรมาก จากนั้นก็ปิดหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆแล้วลุกขึ้นเดินนำโทรศัพท์ไปวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะย่างกายขึ้นบนที่นอนนุ่มแล้วล้มตัวลงนอนตะแคงข้าง กอดหมอนข้างเอาไว้แน่น หลับตาลงแล้วคิดว่ากำลังกอดคนในแชทหรือคนของใจอยู่ ปากบางยิ้มน้อยๆทั้งที่ยังหลับตาพริ้มละคนมีความสุขที่ได้คิดถึงอีกคน เสมือนตอนนี้เธอกำลังนอนกอดเขาอยู่จริงๆ
ด้านวายุ
แค่เขาอ่านข้อความแรกที่เด็กสาวส่งมาว่า 'น้องมิคิดถึงจังเลยค่ะ' มันก็ทำให้ใบหน้าที่มักจะนิ่งขรึมแทบจะตลอดเวลา มุมปากหนากลับยกยิ้มขึ้นมาอย่างง่ายดาย และยิ่งได้อ่านข้อความถัดมาของเด็กสาวที่ส่งมาว่า 'น้องชอบพี่วายุนะคะ ชอบพี่คนเดียว ชอบมากๆด้วย' และ 'ฝันดีนะคะพี่วายุของมิรา' ซึ่งข้อความเหล่านี้ยิ่งทำให้เขาใจฟูและยิ้มไม่หุบด้วยความเอ็นดูเจ้าของข้อความ ละคนมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
แต่กระนั้นที่เขาไม่ยอมตอบกลับข้อความของเด็กสาวแม้แต่ข้อความเดียว ก็เป็นเพราะเหตุผลเดิมๆ อีกอย่างเขาไม่อยากให้ความหวังกับเด็กสาว และไม่อยากให้ตัวเองถลำลึกไปมากกว่านี้ ถึงแม้มันจะทำยากมากก็ตามกับการที่ต้องหักห้ามใจไม่ให้รู้สึกเกินเลยกับเธอ