ตอนที่3 เด็กแก่แดด

1165 Words
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง) เมื่อมาถึงคาเฟ่ร้านประจำของเด็กสาว ภีมก็จอดรถดับเครื่องยนต์สนิทก่อนจะลงจากรถไปซื้อชาเขียวปั่นของโปรดให้คุณหนูของเขาตามคำสั่งทันที ทำให้ตอนนี้ภายในรถเหลือแค่คุณหนูตัวน้อยกับบอดี้การ์ดคนใหม่ของเธอ มิราค่อยๆเขยิบก้นไปด้านหน้าเล็กน้อยแล้วชะโงกตัวไปมองคนตัวโตด้านหน้าที่นั่งเงียบมาตลอดทาง ก่อนจะเอ่ยเรียกเขาอย่างทะเล้น "พี่สุดหล่อคะ" ด้านวายุจึงหันมามองตามเสียงเรียกของเด็กสาวทันที แม้เธอจะไม่ได้เรียกชื่อ แต่ในรถก็มีแค่เขาคนเดียว เสียงทุ้มจึงเอ่ยบอกชื่อตัวเองไป "ผมชื่อวายุครับ" เขาบอกเพื่อต้องการให้เด็กสาวเรียกเขาให้ถูก ไม่ใช่มาใช้คำเรียกไร้สาระพวกนั้น โดยที่ใบหน้าก็ยังเรียบนิ่งเป็นปกติ "ค่ะ พี่วายุสุดหล่อ" มิราพูดทวนชื่อเขาด้วยใบหน้ายิ้มๆอย่างทะเล้น เธอรู้ว่าเขาชื่อวายุแต่ที่เรียกเขาไปแบบนั้นเพราะอยากให้เขาสนใจเธอบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เงียบแล้วทำหน้านิ่งใส่ อีกอย่างเขาก็หล่อจริงๆนั่นแหละ ทั้งหล่อทั้งเท่ทำเธอใจสั่นหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน ด้านวายุมองเด็กสาวนิ่งๆโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่ในหัวกำลังคิดว่าคำพูดคำจาและท่าทางของเด็กสาวช่างดูแก่แดดเสียจริง แต่กระนั้นใจหนึ่งก็รู้สึกดีที่เธอเรียกเขาว่าพี่ อีกใจก็รู้สึกไม่ชอบเพราะเธอไม่ได้เรียกเขาว่าพี่คนเดียว กับรุ่นน้องของเขาเธอก็ใช้สรรพนามที่สนิทสนมแบบนี้ และคงจะเรียกขานบอดี้การ์ดในบ้านทุกคนของพ่อเธอแบบนี้เช่นเดียวกัน "พี่วายุมีแฟนยังคะ" จู่ๆมิราก็ถามขึ้นมา รอคำตอบจากเขาตาแป๋ว วายุที่ได้ยินคำถามของเด็กสาว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่ง คิ้วหนากลับขมวดเข้าหากันทันที ก่อนจะเอ่ยถามกลับแทนที่จะตอบคำถามของเธอ "ถามทำไมครับ" "ถามเพื่อความแน่ใจไงคะ ถ้าพี่วายุยังไม่มีแฟน น้องมิจะได้จีบไง" มิราตอบออกไปตรงๆด้วยใบหน้ายิ้มๆ เธอเป็นเด็กซื่อๆ คิดอะไรก็พูดออกไปอย่างนั้น ไม่คิดปิดบังความรู้สึกของตัวเองแต่อย่างใด "คุณหนูพูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างไหมครับ ต่อไปห้ามพูดหรือห้ามคิดอะไรแบบนี้อีกเด็ดขาดเข้าใจไหมครับ" วายุเอ่ยดุออกไปทันทีน้ำเสียงแข็ง โดยสั่งห้ามเธออย่างจริงจัง ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งขณะที่มองหน้าเด็กสาวด้วยใบหน้าเข้มดุ แล้วเอ่ยต่อว่าเธอออกมาน้ำเสียงแข็ง "เด็กแก่แดด" ถึงเธอจะมีศักดิ์เป็นเจ้านายแต่เขาก็ต้องพูดต้องดุเพื่อไม่ให้เธอคิดอะไรที่ไม่ควรคิด เพื่อไม่ให้เธอพูดอะไรที่ไม่ควรพูด จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองทางข้างหน้าต่อ โดยไม่สนใจอะไรเด็กสาวอีกเลย ด้านมิราเมื่อโดนดุโดนว่า สีหน้าก็สลดปากบางเบะคว่ำทันที ก่อนจะพูดออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกน้อยใจ "ทำไมพี่ยุต้องดุต้องว่าน้องแรงขนาดนี้ด้วย" เธอไม่เข้าใจว่าตัวเองแก่แดดตรงไหน เพราะเธอแค่พูดไปตามความรู้สึกของเธอเท่านั้น แต่ถึงเธอจะพูดเบาทว่าเขาก็ได้ยิน ทำเอาใจแกร่งอ่อนยวบลงทันที จนเขาไม่เป็นตัวของตัวเองเอาซะเลย แต่กระนั้นก็ยังนั่งนิ่งไม่ได้หันกลับไปมองเด็กสาวด้านหลังแต่อย่างใด เขาไม่ควรโอ๋หรือปลอบอะไรเธอทั้งนั้น แม้แต่คำขอโทษเขาก็ไม่ควรพูดกับเธอ เพราะสิ่งที่เขาพูดหรือดุเธอไปมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว เธอเป็นใครเขาเป็นใครข้อนี้เขารู้ดีอยู่แก่ใจ เพราะงั้นเธอไม่ควรลดตัวลงมายุ่งเกี่ยวกับคนอย่างเขา แต่แล้วด้านมิราก็เศร้าได้ไม่นาน ปากบางที่เบะคว่ำเมื่อครู่กลับยิ้มซุกซนออกมา เธอยังไม่ได้เริ่มจีบเขาเลยด้วยซ้ำ จะมายอมแพ้แค่โดนเขาดุเขาว่าแบบนี้ไม่ได้ "พี่ยุน้องขอยืมโทรศัพท์หน่อยค่ะ" เธอพูดพลางยื่นมือบางข้างหนึ่งไปด้านหน้า แบมือขอโทรศัพท์จากเขา วายุจึงหันมามองเด็กสาวนิ่งๆ ก่อนจะหลุบตามองมือบางที่แบมือขอโทรศัพท์จากเขา แล้วเบนสายตาขึ้นมามองเด็กสาวต่อ ขณะเดียวกันในหัวเอาแต่คิดว่าเธอช่างขยันพูดจาแทนตัวเองและเรียกชื่อเขาได้น่ารักน่าฟังเสียจริง ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามออกไปน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า "แล้วโทรศัพท์ของคุณหนูล่ะครับ" "แบตหมดค่ะ" มิราโกหกคำโตแถมยังยิ้มหน้าระรื่นให้เขาอีก ด้านวายุได้ยินเช่นนั้นก็เลือกไม่ถามอะไรต่อ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขายาวสีดำของตัวเองออกมา นำไปวางบนฝ่ามือบางของเด็กสาว จากนั้นก็หันกลับไปมองบริเวณรอบๆนอกรถเช่นเดิม โดยไม่ได้คิดจะสนใจเลยว่าเด็กสาวจะเอาโทรศัพท์ของเขาไปทำอะไร มิรารับโทรศัพท์ของอีกคนมาด้วยรอยยิ้มซุกซนละคนดีใจ จากนั้นเธอก็ไม่รอช้ากดเข้าแอปไลน์ของเขาแล้วกดเพิ่มไอดีไลน์ของตัวเองลงไปทันที ก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋ากระโปรงนักเรียนออกมาแล้วกดเพิ่มเพื่อนเขาไปทันที ไม่มีเสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นแต่อย่างใดเพราะเธอเปิดระบบปิดเสียงเอาไว้ เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยรอยยิ้มซุกซนก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมด้วยความพึงพอใจกับการกระทำของตัวเอง จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้เจ้าของมัน "นี่ค่ะ ขอบคุณนะคะ" ไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงหวานๆ ส่งยิ้มให้เขาอย่างน่ารัก แต่ทว่าเขาไม่ได้หันมามองเธอเลยด้วยซ้ำ เขาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองจากมือเธอไป เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอเหมือนเดิม แต่กระนั้นเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับท่าทีหมางเมินของเขา เพราะอย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีไลน์ของเขาแล้ว หลังจากนั้นภายในรถก็เงียบไป จนภีมกลับเข้ามาในรถพร้อมกับชาเขียวปั่นหนึ่งแก้ว จากนั้นก็เงียบเหมือนเดิมตลอดระยะทางจากร้านคาเฟ่จนกลับถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ทว่าเด็กสาวกลับนั่งอมยิ้มตลอดเวลา พลางลอบมองบอดี้การ์ดคนใหม่ของตัวเองอยู่เป็นระยะๆ ขณะมองเขาก็ดันรู้สึกเขินเอง อาการท่าจะหนักอยู่...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD