บรรยากาศภายในร้านอาหารที่พวกพี่ๆ เลือกรอบตัวเต็มไปด้วยกลุ่มของนักศึกษา ออกจะเหมือนร้านนั่งชิลล์มากกว่าร้านอาหารที่ไว้สำหรับทานข้าวด้วยซ้ำไป
"อาหารร้านนี้อร่อยมากเลยนะ น้องขวัญเคยมาไหม"
"เคยจะมากับมีนค่ะพี่จี แต่พอมาถึงคือคนเยอะมากโต๊ะเต็มเลยไม่มีที่นั่งค่ะ"
"นั่นไงว่าแล้วเชียว ทีหลังถ้าอยากมาบอกพี่นะ ร้านสาวของฉลามมันอ่ะ เดี๋ยวให้มันโทรจองโต๊ะให้"
"ร้านแฟนพี่ฉลามเหรอคะ" ฉันตาโตเมื่อได้ฟัง ที่ออกจะตกใจเพราะเคยได้ยินว่าพวกพี่ๆ ไม่ได้มีแฟนกันเลยสักคน
"สาวที่หมายถึงผู้หญิงของมันอ่ะ เคยคุยเคยได้แต่ไม่เคยคบอะไรแบบนี้"
"มึงก็พูดซะกูดูเลวเลยนะจี น้องตกใจกันพอดี ว่าแต่เพื่อนน้องขวัญนี่คือโสดไหมครับ"
"นั่นไงกูคิดไว้แล้วไอ้หลามว่ามึงต้องเล็ง ตึงจัด กะจะกวาดให้เรียบเลยหรือไง" พี่ลีโอควงแก้วในมือพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก ตบท้ายด้วยเสียงของพี่ติณห์ที่คัดค้านขึ้นมา
"ลืมเหรอสัส องศามันห้ามยุ่งกับทุกคนที่อยู่รอบตัวคู่หมั้นมันเว้ย แม้แต่เพื่อนของน้องก็ไม่ได้ก็คงรู้แหละว่าพวกมึงมันเลวเกินไป"
"สัส กระทืบซะกูยับเยินเลยนะมึง" เสียงหัวเราะในกลุ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ฉันสนใจสิ่งที่พี่ติณห์พูดมากกว่า ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่องศาห้ามเพื่อนของเขายุ่งเกี่ยวกับคนรอบตัวฉัน และถ้าเขาห้ามเพราะไม่อยากให้ใครคนใดคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มทำให้คนที่อยู่รอบตัวของฉันเสียใจมันก็เป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกพิเศษจริงๆ
"ยำตะไคร้กุ้งอร่อยมากค่ะ" ฉันบอกพร้อมกับตักอาหารไปวางบนจานของพี่องศา และทันทีที่ฉันทำสำเร็จสายตาทุกคู่หันมามองที่ฉันพร้อมกัน
"เอาอกเอาใจเก่งขนาดนี้ พี่ว่าเพื่อนพี่ไปไหนไม่รอดหรอกครับ"
"เห็นด้วยกับไอ้ลีโอเลยเว้ย เด็กน่ารัก ทำตัวน่ารักบ่อยๆ มันก็หลงง่ายงี๊แหละ"
"แซวออกหน้าออกตาขนาดนี้อย่าบอกนะว่าอิจฉาองศามันอ่ะ" พี่จีน่าถลึงตาใส่คนที่เอ่ยแซวไม่ขาดปาก
"ทำไมต้องอิจฉา หาได้เหมือนกันถึงจะยังหาคนที่น่ารักเท่าน้องไม่ได้ก็ตาม"
"น่ารักเนาะ ยิ้มทีพวกพี่ละลายหมด ถ้าไม่ติดว่าเป็นคนขององศาพี่จีบแล้ว ถึงมีแฟนจะแย่งมาก็ไม่ติดเลย"
"ถ้าพวกมึงยังไม่หยุดพูดกูจะย้ายโต๊ะ" พี่องศาเอ่ยขึ้นมาเป็นประโยคแรก ตาคมกริบตวัดมองเพื่อนของตัวเองอย่างคาดโทษ แต่ทุกคนกลับไม่ได้มีท่าทีตกอกตกใจหรือหวาดหวั่นกับสายตาคู่นั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
"เพื่อนแซวนิดแซวหน่อยทำเป็นมาขู่ เขินอ่ะดิมึงอ่ะ"
"ดูปากกูแล้วกูจะพูดให้พวกมึงฟังชัดๆ รำคาญ!" พี่ลีโอกับพี่ฉลามหัวเราะลั่น และคนที่เงียบมากที่สุดในกลุ่มนี้ยังคงเป็นพี่เซย์คนเดิม
"...น้องกลับไงอ่ะ ให้พี่ไปส่งไหมหรือจะกลับพร้อมองศา" พี่จีน่าถามขึ้นมาอีกในตอนที่พวกเราเดินออกมาจากร้าน แต่คนที่มีท่าทีว่ายังไม่อยากกลับแทรกขึ้นมาก่อน
"สามทุ่มเจอกันที่เดิมปะ กูเพิ่งกินได้แค่สองแก้วชวนกลับเร็วฉิบ"
"บ่นเก่งนะฉลาม ก็บอกให้นั่งกันต่อแต่ฉันจะกลับก่อนพวกแกก็ไม่ยอมฟัง"
"สามทุ่มที่เดิมพวกมึงทุกคนต้องไปกับกู"
"ฉันไม่ไปนะ มีงานที่ต้องเคลียร์" พี่จีน่าปฏิเสธเป็นคนแรกต่างจากคนอื่นๆ ที่เหมือนยังไงก็ได้
"เอาเป็นว่าสามทุ่มเจอกัน กูกลับก่อนแบตหมด"
"กูติดรถกลับด้วย" พี่ติณห์เดินตามหลังพี่ลีโอออกไป
"กลับพร้อมกันไหมจี ไปถามน้องแบบนั้นนี่คือมีรถไปส่งน้องงั้นเหรอ"
"ก็ไม่ เผื่อว่า..."
"เดี๋ยวกูไปส่งของขวัญเอง"
"แล้วมึงจะไปแดกเหล้ากับกูต่อไหม หรือต้องขออนุญาตว่าที่เมียก่อน" พี่องศาถอนลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย จากนั้นก็ตอบกลับเหมือนปัดความรำคาญ
"เออเจอกัน กลับ" ประโยคกำลังพี่องศาพูดกับฉัน เขาเดินนำออกไปก่อน ฉันจึงรีบโบกมือลาพี่จีน่า
"ไว้เจอกันนะคะคนสวย" ฉันโค้งศีรษะให้พี่จีน่าพี่ฉลามและพี่เซย์ก่อนจะตามพี่องศาออกไปอีกที
ครืด~ ครืด~
โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพายข้างดังขึ้นในจังหวะที่พี่องศาขับรถออกมาจากร้านอาหาร เบอร์โทรของคุณแม่ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทำให้ฉันไม่ลังเลที่จะรับสายทันที
"ค่ะแม่ คิดถึงลูกสาวเหรอคะ"
( ก็แม่เหลือลูกสาวแค่คนเดียวนี่นา ไม่คิดถึงน้องขวัญแล้วจะให้แม่คิดถึงใครล่ะคะลูก )
"คิดถึงเหมือนกันค่ะ วันไหนว่างๆ หนูกลับไปค้างที่บ้านดีไหมคะ อยากนอนกอดแม่อีกแล้ว"
( อ้อนเก่งอีกแล้ว แต่ก็ดีที่สุดเลยนะ แวะมาหาพ่อกับแม่บ้าง หรือถ้าไม่สะดวกมา ให้พ่อกับแม่ไปหาที่คอนโดก็ได้ น้องขวัญจะได้ไม่เหนื่อยไงลูก )
"ไม่ได้เหนื่อยอะไรขนาดนั้นเลยค่ะ ช่วงนี้เรียนหนักบ้าง แต่ก็ไม่ได้หนักทุกวันนะคะ"
( แล้วนี่หนูอยู่ไหน กลับจากมอ. หรือยัง แม่มีธุระที่ต้องผ่านไปแถวคอนโดหนู เดี๋ยวแม่แวะเข้าไปหา ซื้อของโปรดหนูติดมือไปฝากด้วยดีไหม )
"ตอนนี้หนูอยู่ข้างนอกอยู่เลยค่ะ ไปกินข้าวกับพี่องศามา"
( หืม? น้องขวัญอยู่กับองศาเหรอลูก )
"ใช่ค่ะ พอดีว่าไปทานข้าวกันกำลังกลับแล้วค่ะ"
( ถ้าอย่างนั้นแม่แวะไปรอที่คอนโดหนูนะ แม่อยากเจอองศาอยู่พอดี ) ฉันหันมองคนข้างๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น จากนั้นก็เลือกที่จะตอบรับและวางสายไป
"คุณแม่บอกว่าจะแวะมาหาที่คอนโด แม่อยากเจอพี่องศาด้วยนะคะ"
"งั้นเหรอ" ตาคมหันกลับมามองที่ฉันเล็กน้อย สีหน้าเหมือนคนที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
"ถ้าพี่ไม่สะดวกหนูโทรกลับไปบอกคุณแม่ให้มาวันหลังก็ได้นะคะ"
"ไม่เป็นไร พี่ก็อยากเจอแม่ขวัญอยู่เหมือนกัน"
"เมื่อก่อนสนิทกันมากเลยหรอคะ ปกติคุยกับพ่อหรือคุยกับแม่มากกว่าคะ แต่ก็น่าจะสนิทกับแม่แหละ ว่าที่แม่ยายใจดีมากเลยใช่ไหมล่ะ" ฉันอมยิ้มเอียงคอมองพี่องศาเวลาที่กำลังรอคอยคำตอบ แวบหนึ่งที่ตาคมตวัดมาจ้องหน้าฉัน ก้อนเนื้อที่อกด้านซ้ายพลันเต้นแรงขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อครั้งนี้พี่องศามองนานเกินไป
"เพราะใจดีหรือเปล่าลูกสาวถึงได้ดื้อเกินลิิมิตแบบนี้"
"ใครดื้อ หนูไม่ดื้อ"
"แบบนี้นี่แหละเขาเรียกว่าดื้อ ทั้งดื้อทั้งแสบรวมกันอยู่ในร่างเดียว" นิ้วยาวเหยียดเลื่อนมาเคาะหน้าผากของฉัน กลิ่นหอมจากหลังมือทำแก้มเนียนแดงซ่านจนต้องหลับตาปี๋ แทบไม่กล้าลืมตาเพราะอยากหลับแบบนั้นเพื่อหลบซ่อนความเขินอายของตัวเอง
"แกล้งหนูเหรอ" ฉันค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมาถาม สัมผัสได้ว่าหน้าผากและแก้มของฉันมันร้อนไปหมด
"แล้วใครใช้ให้ทำตัวหน้าแกล้งขนาดนี้ล่ะ"
"แบบนี้เขาเรียกน่ารักค่ะไม่ใช่หน้าแกล้ง ที่องศาคงเข้าใจผิดแหละ" ใบหน้าคมคายหลุดรอยยิ้มขำ ชอบรอยยิ้มบนหน้าหล่อๆ ของผู้ชายคนนี้ชะมัดเลย
"ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ"
"ว่า?"
"พี่อันดาหน้าตาเหมือนพี่องศามากไหมคะ"
"ก็เหมือนนะ ถามทำไมอ่ะ"
"ความจำของหนูในส่วนนี้มันคงหายไปด้วยแหละเลยจำไม่ได้ว่าพี่อันดาน่ารักแค่ไหน แต่ถ้าให้เดาก็คงสวยมากเลยแหละ ขนาดคู่หมั้นของหนูยังหล่อมากขนาดนี้เลย"
"เคยชมใครแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า"
"ถ้าชมว่าสวยก็อาจจะมีนะคะ แต่ถ้าชมว่าหล่ออันนี้จำไม่ได้เลย สงสัยความจำในส่วนนี้ก็คงหายไปด้วย จำได้แค่ว่าเคยชมพี่องศา แย่จังเลยนะคะจำอะไรไม่ค่อยจะได้เลย" ฉันฉีกยิ้มจนตาหยี ชมขนาดนี้หวังว่าคงจะรู้นะว่าความรู้สึกของฉันมันมั่นคงแค่ไหน บางสิ่งบางอย่างอาจจะยังจำไม่ได้ แต่ผู้ชายคนนี้ทำหัวใจของฉันเต้นแรงอันนี้คือความจริง
[ END ]