องศาเดียวที่จะรัก 20

1443 Words
-ของขวัญ- [องศา : กินแล้วครับ] ข้อความที่เด้งกลับหลังจากที่ฉันส่งไปเกือบสองชั่วโมงให้ความรู้สึกเรียบเฉย ว่างเปล่า อยู่ดีๆ มันก็ไม่มีความตื่นเต้นแบบที่ควรจะเป็น ฉันมองข้อความนั้นที่มันโชว์บนหน้าจอแม้ไม่ต้องเปิดอ่าน เพราะมันเป็นเพียงข้อความสั้นๆ มองเฉยๆ จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์ดับลงอีกครั้งตากลมจึงมองออกไปทางอื่นแทน ฉันพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนจากเดิมเป็นการนอนคว่ำ ดึงผ้าห่มสีขาวสะอาดที่ทั้งผืนถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นหอมจากน้ำยาซักผ้าและกลิ่นโลชั่นบำรุงผิวที่ฉันใช้ประจำมาคลุมไว้ทั้งตัวเหลือแค่ใบหน้าจิ้มลิ้มโผล่พ้นออกมา คิดทบทวนสิ่งที่เจอมาเงียบๆ และไม่ปฏิเสธว่ากำลังคิดว่าคู่หมั้นหนุ่มกำลังนอกใจ! ปิ๊งป่อง! เสียงสัญญาณจากหน้าประตูห้อง ส่งผลให้ตากลมสวยตวัดหันไปยังทิศทางของประตูทันที หัวใจที่ผ่านความชามาหมาดๆ กลับมาเต้นแรงอีกครั้งเพียงแค่ฉันคิดว่าคนที่อยู่หน้าห้องคือใคร มีนไม่มาเวลานี้แน่ๆ หรือถ้าจะมาอย่างน้อยๆ ก็ต้องส่งข้อความมาบอกก่อน ไม่มีทางโผล่มา แบบที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าแบบนี้อย่างแน่นอน ปิ๊งป่อง! เสียงสัญญาณหน้าห้องดังซ้ำกระตุ้นให้ฉันยอมลุกจากเตียง มองผ่านช่องเล็กๆ ของประตูจึงได้รู้ว่าคนที่อยู่หน้าห้องคือพี่องศาจริงๆ แกร๊ก~ ฉันดึงประตูให้เปิดเป็นจังหวะที่คนตัวโตเกือบกดปุ่มเรียกซ้ำ ตาคมคู่นั้นหยุดมองที่หน้าฉันและเป็นเขาที่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา "ทำไมถึงไม่ตอบไลน์ ไม่อ่านอีกต่างหาก" เขาชูโทรศัพท์ขึ้นและอวดหน้าจอที่หน้าแชทไลน์ระหว่างฉันและเขาซึ่งฉันยังไม่ได้อ่านข้อความที่เขาส่งมาจริงๆ "ไม่เห็นข้อความพี่?" "ปวดหัวค่ะเลยไม่ได้เล่นโทรศัพท์" "แล้วโทรหาพี่ช่วงเย็นมีอะไรหรือเปล่า" ฉันเม้มริมฝีปากแน่นมากก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ "ถ้าไม่มีอะไรแล้วทำไมถึงโทรหาพี่ตั้งสามครั้ง" "ตอนนั้นไม่มีรถกลับ จะโทรให้พี่องศามารับ แต่เห็นรถพี่ขับออกไปพอดี" ฉันเลือกที่จะมองสบตากับเขาตรงๆ แต่เขากลับไม่แสดงพิรุธอะไรออกมาด้วยซ้ำ เขาเฉยมาก มากจนฉันอ่านคู่หมั้นตัวเองแทบไม่ออกเลย "ต่อไปพี่จะรับสายตลอด โอเคไหม" ความผิดหวังกับเรื่องที่เห็นเมื่อตอนเย็นถูกกลบเกลื่อนไปโดยปริยาย ฉันไม่รู้ว่าฉันทำหน้าแบบไหน พี่องศาจึงเลื่อนฝ่ามือ มาแตะที่หน้าผากของฉัน พอเห็นฉันนิ่งเขาก็ลากมาที่แก้มก่อนที่ตาคมจะหรี่ลงแล้วตวัดมาสบตากัน "ทำไมตัวอุ่นๆ ไม่สบายหรือเปล่า" "หนูกินยาแล้ว" ฉันเอียงใบหน้าหลบ ไม่แม้แต่จะกล้าปัดมือนั้นออกห่าง เวลาที่สัมผัสกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนร่างกายของเขามันทำให้ฉันนึกถึงผู้หญิงที่เป็นเจ้าของร่มสีชมพูอันนั้น เขาเป็นใคร ทำไมถึงไปด้วยกัน พิเศษและสำคัญมากใช่ไหมเขาถึงไม่ยอมรับสายฉัน ตอนนี้ฉันคิดอะไรอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ "ถ้าปวดหัวก็ไปนอนพัก ตอนเย็นกินอะไรไปบ้าง" มือของฉันทุกกุมเอาไว้ด้วยมือหนา ไม่ทันตั้งรับว่าเขาจะเดินเข้ามาในห้องฉันดึงประตูให้ปิดลงพร้อมกับดึงฉันเข้ามาในห้องพร้อมกัน "หนูกินเรียบร้อยแล้วกำลังจะนอนแล้ว" "โกรธพี่เรื่องตอนเย็นเหรอ พี่ไถ่โทษด้วยการเฝ้าไข้ดีไหม วันนี้พี่เตรียมชุดนอนมาด้วยนะ" ฉันกัดปากตัวเองอย่างแรงพร้อมกลับเบือนหน้าหนี ฉันต้องรู้สึกดีมากกว่านี้แน่ๆ ถ้าไม่ได้เจอกับเหตุการณ์อะไรก่อนหน้านี้ "กินโจ๊กร้อนๆ ไหมพี่ทำให้" ฉันส่ายหน้าทันที เช่นเดียวกับมุมปากหนาที่ผุดรอยยิ้มออกมาทันทีเช่นกัน "โกรธพี่สินะ" "พี่กลับเลยก็ได้นะคะ หนูปวดหัวจะนอนพักแล้ว พี่จะได้ไม่ต้องติดไข้ด้วย" "ให้พี่ติดไข้ก็ดีเหมือนกันนะ ให้พี่ป่วยแทนไปเลยไง" "ทำไมต้องพยายามถึงขนาดนี้ด้วยล่ะคะ พยายามเหมือนคนไปทำอะไรสักอย่างผิดมา" "งอนพี่อยู่แหละ งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า เสร็จแล้วจะกลับมาหานมอุ่นๆ ให้ทาน" พี่ิองศาเลื่อนมือมาบีบแก้มฉัน จากนั้นก็หมุนตัวไปยังห้องแต่งตัวคว้าผ้าขนหนูของฉันแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทันที อยู่ดีๆ กระบอกตาของฉันก็ร้อนผ่าว รู้สึกปวดหัวมากกว่าตอนแรกเป็นเท่าตัว ฉันเลือกที่จะทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยการนั่ง นั่งมันอยู่เฉยๆ แบบนั้นจนกระทั่งเขากลับออกมาด้วยการนุ่งผ้าขนหนูเพียงแค่ผืนเดียว "รอนมเหรอ?" "เรามาคุยกันตรงๆ ดีไหมคะ" พี่องศาหรี่ตามองฉัน เขาเหมือนคนที่กำลังคิดบางอย่างอยู่ในใจสุดท้ายฉันก็เดาไม่ออกว่าสิ่งที่เขาคิดมันคืออะไรอยู่ดี "ขวัญอยากคุยอะไรกับพี่" "พี่มีความจริงอะไรที่อยากบอกหนูตรงๆ ไหม" "ความจริง?" "ถ้าพี่ยอมพูดความจริงในเรื่องที่พี่ทำผิดพลาด หนูจะยอมให้อภัยพี่ทุกอย่าง หนูจะไม่โกรธ จะไม่รื้อฟื้น จะไม่หาเรื่องหรืออะไรเลย" อยู่ดีๆ ฉันก็รู้สึกปวดร้อนที่กระบอกตา ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเม็ดน้ำตามันจะร่วงเผาะลงมาบนฝ่ามือขณะที่รอ เมื่อรู้ตัวก็รีบยกหลังมือขึ้นเช็ดออกลวกๆ พีิ่องศาจึงเดินมาหยุดที่ตรงหน้าฉันทันที "ตอนเย็นเห็นพี่?" "ค่ะ หนูเห็น" ฉันยอมรับออกมาตรงๆ แค่เขายอมรับออกมาว่าสิ่งที่เขาทำมันคืออะไรกันแน่ ฉันพร้อมจะให้อภัยทุกอย่าง ถ้าเขายอมรับว่าจะไม่ทำมันอีกเด็ดขาด "...มันไม่มีอะไร" "..." "แค่เพื่อน พี่แค่ไปส่ง" "แค่อยู่กับเพื่อนพี่ถึงกับไม่รับสายหนูเลยเหรอ" "ที่ปิดเสียงไว้และคิดว่าพวกไอ้หลามโทรมาก็เลยไม่ได้ดู" "แล้วถ้าพี่รู้ว่าเป็นหนูที่โทรหาพี่จะรับไหม" "รับสิ พี่ต้องรับอยู่แล้วอย่าคิดมาก" ฝ่ามือหนาวางลงมาบนศีรษะฉันก่อนที่เขาจะลูบไปมาอย่างอ่อนโยน "ปวดหัวอยู่ไม่ใช่เหรอ นอนพักไหม แน่ใจหรือเปล่าว่ากินยาเรียบร้อยแล้ว?" ฉันเบือนหน้าหนีเมื่อน้ำตายังร่วงเผาะออกมาจากตา ฉันชอบความอ่อนโยนของเขา และฉันก็ไม่ชอบถ้าคิดว่าจะต้องสูญเสียความอ่อนโยนนี้ให้กับคนอื่น ฉันทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ "อย่าเสียน้ำตาให้พี่เลย น้ำตาของขวัญมีค่ามากกว่านั้นนะ" พี่องศาลากฝ่ามือมาหยุดที่ข้างแก้มพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่คุกเข่าลงตรงหน้าฉัน นิ้วยาวเหยียดลูบไล้ไปมาที่แก้มของฉันอย่างอ่อนโยน "พี่ขอโทษ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกโอเคไหม" "สัญญาก่อน" ฉันชูนิ้วก้อยขึ้นประกอบคำพูด ในขณะที่มวลน้ำตายังไหล บนใบหน้าคมคายกลับผุดรอยยิ้มออกมา "สัญญาก็ได้ แต่พี่ไม่สัญญาด้วยการเกี่ยวก้อยนะ" "ทำไมคะ" ฉันมองสบตากับนัยน์ตาคมคู่นั้น รูปในตามีเพียงใบหน้าของฉัน เห็นชัดว่ามันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น เพราะคนตรงหน้าโน้มใบหน้าเข้ามา "พี่ชอบสัญญาด้วยวิธีนี้มากกว่า" จบคำนั้น ริมฝีปากหยักได้รูปค่อยๆ กดทับลงมาบนริมฝีปากผ่าวร้อน สัมผัสไปถึงกลิ่นหอมจากครีมอาบน้ำบนร่างกายที่เปียกหมาดๆ ฝ่ามือเย็นเฉียบประคองทั้งสองแก้ม ริมฝีปากบดเบียดลงมาแนบชิด ขบเม้มจนฉันต้องเผยอปากให้ลิ้นสากสอดเข้ามาสัมผัสกับความผ่าวร้อนของลิ้นเล็ก เขาใช้ความชำนาญกว่าดึงฉันให้หลุดออกมาจากห้วงของความกังวล กลับมาหยุดโฟกัสที่ใบหน้าหล่อเหลา รสจูบที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ของเขา แล้วเขาก็ทำมันสำเร็จจริงๆ ------------ คนที่รู้สึกมากกว่าก็คงเจ็บมากกว่าแหละ แต่เชื่อเถอะ! บทที่บางอย่างที่เคยมีแล้วจู่ๆ มาหายไป มันเจ็บไม่ต่างกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD