-ของขวัญ-
[องศา : กินแล้วครับ]
ข้อความที่เด้งกลับหลังจากที่ฉันส่งไปเกือบสองชั่วโมงให้ความรู้สึกเรียบเฉย ว่างเปล่า อยู่ดีๆ มันก็ไม่มีความตื่นเต้นแบบที่ควรจะเป็น
ฉันมองข้อความนั้นที่มันโชว์บนหน้าจอแม้ไม่ต้องเปิดอ่าน เพราะมันเป็นเพียงข้อความสั้นๆ มองเฉยๆ จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์ดับลงอีกครั้งตากลมจึงมองออกไปทางอื่นแทน
ฉันพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนจากเดิมเป็นการนอนคว่ำ ดึงผ้าห่มสีขาวสะอาดที่ทั้งผืนถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นหอมจากน้ำยาซักผ้าและกลิ่นโลชั่นบำรุงผิวที่ฉันใช้ประจำมาคลุมไว้ทั้งตัวเหลือแค่ใบหน้าจิ้มลิ้มโผล่พ้นออกมา
คิดทบทวนสิ่งที่เจอมาเงียบๆ และไม่ปฏิเสธว่ากำลังคิดว่าคู่หมั้นหนุ่มกำลังนอกใจ!
ปิ๊งป่อง!
เสียงสัญญาณจากหน้าประตูห้อง ส่งผลให้ตากลมสวยตวัดหันไปยังทิศทางของประตูทันที หัวใจที่ผ่านความชามาหมาดๆ กลับมาเต้นแรงอีกครั้งเพียงแค่ฉันคิดว่าคนที่อยู่หน้าห้องคือใคร
มีนไม่มาเวลานี้แน่ๆ หรือถ้าจะมาอย่างน้อยๆ ก็ต้องส่งข้อความมาบอกก่อน ไม่มีทางโผล่มา แบบที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าแบบนี้อย่างแน่นอน
ปิ๊งป่อง!
เสียงสัญญาณหน้าห้องดังซ้ำกระตุ้นให้ฉันยอมลุกจากเตียง มองผ่านช่องเล็กๆ ของประตูจึงได้รู้ว่าคนที่อยู่หน้าห้องคือพี่องศาจริงๆ
แกร๊ก~
ฉันดึงประตูให้เปิดเป็นจังหวะที่คนตัวโตเกือบกดปุ่มเรียกซ้ำ ตาคมคู่นั้นหยุดมองที่หน้าฉันและเป็นเขาที่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา
"ทำไมถึงไม่ตอบไลน์ ไม่อ่านอีกต่างหาก" เขาชูโทรศัพท์ขึ้นและอวดหน้าจอที่หน้าแชทไลน์ระหว่างฉันและเขาซึ่งฉันยังไม่ได้อ่านข้อความที่เขาส่งมาจริงๆ
"ไม่เห็นข้อความพี่?"
"ปวดหัวค่ะเลยไม่ได้เล่นโทรศัพท์"
"แล้วโทรหาพี่ช่วงเย็นมีอะไรหรือเปล่า" ฉันเม้มริมฝีปากแน่นมากก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วทำไมถึงโทรหาพี่ตั้งสามครั้ง"
"ตอนนั้นไม่มีรถกลับ จะโทรให้พี่องศามารับ แต่เห็นรถพี่ขับออกไปพอดี" ฉันเลือกที่จะมองสบตากับเขาตรงๆ แต่เขากลับไม่แสดงพิรุธอะไรออกมาด้วยซ้ำ เขาเฉยมาก มากจนฉันอ่านคู่หมั้นตัวเองแทบไม่ออกเลย
"ต่อไปพี่จะรับสายตลอด โอเคไหม" ความผิดหวังกับเรื่องที่เห็นเมื่อตอนเย็นถูกกลบเกลื่อนไปโดยปริยาย ฉันไม่รู้ว่าฉันทำหน้าแบบไหน พี่องศาจึงเลื่อนฝ่ามือ มาแตะที่หน้าผากของฉัน พอเห็นฉันนิ่งเขาก็ลากมาที่แก้มก่อนที่ตาคมจะหรี่ลงแล้วตวัดมาสบตากัน
"ทำไมตัวอุ่นๆ ไม่สบายหรือเปล่า"
"หนูกินยาแล้ว" ฉันเอียงใบหน้าหลบ ไม่แม้แต่จะกล้าปัดมือนั้นออกห่าง เวลาที่สัมผัสกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนร่างกายของเขามันทำให้ฉันนึกถึงผู้หญิงที่เป็นเจ้าของร่มสีชมพูอันนั้น
เขาเป็นใคร ทำไมถึงไปด้วยกัน พิเศษและสำคัญมากใช่ไหมเขาถึงไม่ยอมรับสายฉัน ตอนนี้ฉันคิดอะไรอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ
"ถ้าปวดหัวก็ไปนอนพัก ตอนเย็นกินอะไรไปบ้าง" มือของฉันทุกกุมเอาไว้ด้วยมือหนา ไม่ทันตั้งรับว่าเขาจะเดินเข้ามาในห้องฉันดึงประตูให้ปิดลงพร้อมกับดึงฉันเข้ามาในห้องพร้อมกัน
"หนูกินเรียบร้อยแล้วกำลังจะนอนแล้ว"
"โกรธพี่เรื่องตอนเย็นเหรอ พี่ไถ่โทษด้วยการเฝ้าไข้ดีไหม วันนี้พี่เตรียมชุดนอนมาด้วยนะ" ฉันกัดปากตัวเองอย่างแรงพร้อมกลับเบือนหน้าหนี
ฉันต้องรู้สึกดีมากกว่านี้แน่ๆ ถ้าไม่ได้เจอกับเหตุการณ์อะไรก่อนหน้านี้
"กินโจ๊กร้อนๆ ไหมพี่ทำให้" ฉันส่ายหน้าทันที เช่นเดียวกับมุมปากหนาที่ผุดรอยยิ้มออกมาทันทีเช่นกัน
"โกรธพี่สินะ"
"พี่กลับเลยก็ได้นะคะ หนูปวดหัวจะนอนพักแล้ว พี่จะได้ไม่ต้องติดไข้ด้วย"
"ให้พี่ติดไข้ก็ดีเหมือนกันนะ ให้พี่ป่วยแทนไปเลยไง"
"ทำไมต้องพยายามถึงขนาดนี้ด้วยล่ะคะ พยายามเหมือนคนไปทำอะไรสักอย่างผิดมา"
"งอนพี่อยู่แหละ งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า เสร็จแล้วจะกลับมาหานมอุ่นๆ ให้ทาน" พี่ิองศาเลื่อนมือมาบีบแก้มฉัน จากนั้นก็หมุนตัวไปยังห้องแต่งตัวคว้าผ้าขนหนูของฉันแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทันที
อยู่ดีๆ กระบอกตาของฉันก็ร้อนผ่าว รู้สึกปวดหัวมากกว่าตอนแรกเป็นเท่าตัว
ฉันเลือกที่จะทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยการนั่ง นั่งมันอยู่เฉยๆ แบบนั้นจนกระทั่งเขากลับออกมาด้วยการนุ่งผ้าขนหนูเพียงแค่ผืนเดียว
"รอนมเหรอ?"
"เรามาคุยกันตรงๆ ดีไหมคะ" พี่องศาหรี่ตามองฉัน เขาเหมือนคนที่กำลังคิดบางอย่างอยู่ในใจสุดท้ายฉันก็เดาไม่ออกว่าสิ่งที่เขาคิดมันคืออะไรอยู่ดี
"ขวัญอยากคุยอะไรกับพี่"
"พี่มีความจริงอะไรที่อยากบอกหนูตรงๆ ไหม"
"ความจริง?"
"ถ้าพี่ยอมพูดความจริงในเรื่องที่พี่ทำผิดพลาด หนูจะยอมให้อภัยพี่ทุกอย่าง หนูจะไม่โกรธ จะไม่รื้อฟื้น จะไม่หาเรื่องหรืออะไรเลย" อยู่ดีๆ ฉันก็รู้สึกปวดร้อนที่กระบอกตา ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเม็ดน้ำตามันจะร่วงเผาะลงมาบนฝ่ามือขณะที่รอ
เมื่อรู้ตัวก็รีบยกหลังมือขึ้นเช็ดออกลวกๆ พีิ่องศาจึงเดินมาหยุดที่ตรงหน้าฉันทันที
"ตอนเย็นเห็นพี่?"
"ค่ะ หนูเห็น" ฉันยอมรับออกมาตรงๆ แค่เขายอมรับออกมาว่าสิ่งที่เขาทำมันคืออะไรกันแน่ ฉันพร้อมจะให้อภัยทุกอย่าง ถ้าเขายอมรับว่าจะไม่ทำมันอีกเด็ดขาด
"...มันไม่มีอะไร"
"..."
"แค่เพื่อน พี่แค่ไปส่ง"
"แค่อยู่กับเพื่อนพี่ถึงกับไม่รับสายหนูเลยเหรอ"
"ที่ปิดเสียงไว้และคิดว่าพวกไอ้หลามโทรมาก็เลยไม่ได้ดู"
"แล้วถ้าพี่รู้ว่าเป็นหนูที่โทรหาพี่จะรับไหม"
"รับสิ พี่ต้องรับอยู่แล้วอย่าคิดมาก" ฝ่ามือหนาวางลงมาบนศีรษะฉันก่อนที่เขาจะลูบไปมาอย่างอ่อนโยน
"ปวดหัวอยู่ไม่ใช่เหรอ นอนพักไหม แน่ใจหรือเปล่าว่ากินยาเรียบร้อยแล้ว?" ฉันเบือนหน้าหนีเมื่อน้ำตายังร่วงเผาะออกมาจากตา
ฉันชอบความอ่อนโยนของเขา และฉันก็ไม่ชอบถ้าคิดว่าจะต้องสูญเสียความอ่อนโยนนี้ให้กับคนอื่น ฉันทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ
"อย่าเสียน้ำตาให้พี่เลย น้ำตาของขวัญมีค่ามากกว่านั้นนะ" พี่องศาลากฝ่ามือมาหยุดที่ข้างแก้มพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่คุกเข่าลงตรงหน้าฉัน นิ้วยาวเหยียดลูบไล้ไปมาที่แก้มของฉันอย่างอ่อนโยน
"พี่ขอโทษ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกโอเคไหม"
"สัญญาก่อน" ฉันชูนิ้วก้อยขึ้นประกอบคำพูด ในขณะที่มวลน้ำตายังไหล บนใบหน้าคมคายกลับผุดรอยยิ้มออกมา
"สัญญาก็ได้ แต่พี่ไม่สัญญาด้วยการเกี่ยวก้อยนะ"
"ทำไมคะ" ฉันมองสบตากับนัยน์ตาคมคู่นั้น รูปในตามีเพียงใบหน้าของฉัน เห็นชัดว่ามันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น เพราะคนตรงหน้าโน้มใบหน้าเข้ามา
"พี่ชอบสัญญาด้วยวิธีนี้มากกว่า" จบคำนั้น ริมฝีปากหยักได้รูปค่อยๆ กดทับลงมาบนริมฝีปากผ่าวร้อน สัมผัสไปถึงกลิ่นหอมจากครีมอาบน้ำบนร่างกายที่เปียกหมาดๆ
ฝ่ามือเย็นเฉียบประคองทั้งสองแก้ม ริมฝีปากบดเบียดลงมาแนบชิด ขบเม้มจนฉันต้องเผยอปากให้ลิ้นสากสอดเข้ามาสัมผัสกับความผ่าวร้อนของลิ้นเล็ก เขาใช้ความชำนาญกว่าดึงฉันให้หลุดออกมาจากห้วงของความกังวล กลับมาหยุดโฟกัสที่ใบหน้าหล่อเหลา รสจูบที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ของเขา แล้วเขาก็ทำมันสำเร็จจริงๆ
------------
คนที่รู้สึกมากกว่าก็คงเจ็บมากกว่าแหละ แต่เชื่อเถอะ! บทที่บางอย่างที่เคยมีแล้วจู่ๆ มาหายไป มันเจ็บไม่ต่างกัน