อารัมภบท

1513 Words
ตอนที่ 1 ภายในหอนอนที่สุดแสนวิจิตรตระการตา ตามฐานะของเจ้าของจวนเนื่องจากเป็นคนโปรดของฮ่องเต้แคว้นฉิน สตรีนางหนึ่งนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงไม้ที่มีขนาดกว้างพอสมควร ใบหน้าที่เคยงามผุดผาดสมกับคำร่ำลือว่าความงามของนางนั้นมิเป็นสองรองใคร แต่มาบัดนี้กลับซีดเซียว ปราศจากสีเลือด ริมฝีปากแห้งแตกออกเป็นริ้ว ๆ นัยน์ตาหงส์ที่เคยมองทุกอย่างในชีวิตบนโลกในทางที่ดีมาตลอด บัดนี้เหม่อมองไปในความว่างเปล่าใคร่ครวญถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ชะตากรรมเลวร้ายที่นางต้องพบเจอ ทั้ง ๆ ที่ทุกสิ่งทุกอย่างนางไม่ได้เป็นคนกระทำ แต่เป็นผู้ถูกกระทำต่างหาก ...ฮือ ๆ ... เสียงคร่ำครวญของใครคนหนึ่ง ดังขึ้นอยู่ข้างเตียง เรียกสติของคนที่กำลังหมดเรี่ยวแรงลงไปเรื่อย ๆ ทุกนาที ให้ตื่นจากห้วงความคิดของตนเอง “สุ่ยเซียน เจ้าหยุดร้องไห้เถิด อย่าได้เสียใจเพราะข้าเลย” สตรีอีกหนึ่งนางรีบขยับเข้ามาใกล้เตียงกว้างมากขึ้น เอื้อมมือไปจับมือเรียวงามมาวางบนศีรษะของตนเอง ดวงตาสองข้างแดงก่ำดุจสีเลือด เพราะผ่านการร้องไห้มาตลอดหลายวันมานี้ “คุณหนู บ่าวเสียใจ ที่บ่าวไม่สามารถช่วยอะไรคุณหนูได้เลย” “จะเสียใจไปไย ชีวิตของคนเราล้วนมีเกิดมีดับ สุ่ยเซียนเอย หากข้าหมดลมหายใจลง ซึ่งก็น่าจะใกล้ถึงเวลาแล้วล่ะ เจ้าจงกลับไปอยู่จวนสกุลจ้าว นำเถ้ากระดูกของข้าไปให้ท่านพ่อด้วย” เสียงแหบระโหยเอ่ยสั่งสาวใช้ ที่เฝ้าติดตามนางมาตั้งแต่เยาว์วัย หากนางหมดลมไปจริง ๆ สุ่ยเซียนจะต้องอยู่ที่จวนสกุลหานอย่างยากลำบากแน่ สตรีที่อายุน้อยกว่าส่ายหน้า ไม่อยากยอมรับในวาระสุดท้ายของผู้เป็นนาย หากเพียงคุณหนูได้รับการรักษา คุณหนูของนางจะต้องกลับมาเป็นปกติแน่ “คุณหนูรอบ่าวก่อนนะเจ้าคะ บ่าวจะไปที่เรือนหงเป่าอีกสักรอบ” ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากห้าม สาวใช้ข้างกายก็วิ่งพรวดออกไปพ้นจากห้องนอนแล้ว ‘จ้าวซีฮัน’ ไม่อยากให้คนของนางต้องไปพบกับความชอกช้ำใจ เพราะสักกี่รอบแล้ว ที่สุ่ยเซียนไปนั่งคุกเข่าอยู่หน้าเรือนหลัก แต่คนผู้นั้นก็ไม่เคยที่จะเห็นใจพวกนางเลย คงอยากจะให้นางตายไปเสียให้พ้น ๆ กระมัง เขากับนางอันเป็นที่รักจะได้ครองคู่กันเป็นผัวเดียวเมียเดียว ซีฮันเอย...เหตุไฉนชีวิตของเจ้าถึงต้องพานพบเรื่องแย่ ๆ อยู่เรื่อย หรือจะเป็นดังคำที่สุ่ยเซียนคอยตอกย้ำนางอยู่เสมอว่า เป็นคนดีเกินไป ใจอ่อนเกินไป จนปล่อยให้ผู้อื่นรังแกอย่างไรก็ได้ หากจะพูดง่าย ๆ คือนางนั้นช่างเป็นคนที่อ่อนแอนัก มันก็สมแล้วล่ะ ที่จะต้องมาพบกับวาระสุดท้ายเช่นนี้...ซีฮันเอย หากได้เกิดมาชาติหน้าฉันใดก็อย่าอ่อนแอยอมคนอื่นง่าย ๆ ดังเช่นชาตินี้เลยหนา นัยน์ตาหงส์ค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลง หน้าอกที่เคยกระเพื่อมไหว บัดนี้กลับมาสงบนิ่งไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของชีวิต... “ท่านแม่ทัพ ได้โปรดกรุณาตามท่านหมอมารักษาอาการของคุณหนูด้วยเจ้าคะ...ฮึก ๆ ...คุณหนูของบ่าวจะไม่ไหวแล้ว” สุ่ยเซียนคุกเข่าอยู่หน้าเรือนหงเป่า ศีรษะโขกคำนับอยู่บนพื้น ไม่สนใจว่ายามนี้ตามร่างกายของนางขาวโพลนไปด้วยเกล็ดหิมะที่ตกมาไม่ขาดสาย หากความตายของนางจะแลกกับการที่มีท่านหมอมารักษาผู้เป็นนายนางยอม ยอมหมดทุกอย่าง ...แอ๊ด... เสียงเปิดประตูออกมา สาวใช้รีบยัดกายลุกนั่งหลังตรง สีหน้าปรากฏรอยยิ้มออกมา เพราะคิดว่าท่านแม่ทัพหานยอมออกจากเรือนมาพบตนแล้ว เพียงไม่นานรอยยิ้มก็หุบลง เมื่อคนที่ออกมา หาใช่บุรุษร่างสูงโปร่ง แต่เป็นอิสตรีร่างเล็ก ที่สวมใส่อาภรณ์ขนสัตว์ป้องกันอากาศที่หนาวเย็น นางย่างกรายออกมาหยุดยืนอยู่หน้าเรือน โดยมีสาวใช้ข้างกายช่วยประคองเอาไว้ “เหตุใดมาตะโกนโหวกเหวกเช่นนี้ เจ้าไม่รู้หรือท่านแม่ทัพต้องการพักผ่อน” “ฮูหยินรองได้โปรดช่วยขอร้องท่านแม่ทัพ ให้อนุญาตพวกบ่าวได้ไปตามท่านหมอมาดูอาการคุณหนูของบ่าวด้วยเถิด” สุ่ยเซียนจำใจโขกศีรษะคำนับสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้า สตรีที่ทำให้คุณหนูของนางต้องมาล้มป่วย หนำซ้ำยังถูกกักบริเวณไม่ให้ออกจากจวน จะไปตามท่านหมอก็ออกไปไม่ได้ “โถ...น่าสงสารนายของเจ้าเหลือเกิน ข้าเองก็เฝ้าขอร้องอ้อนวอนท่านแม่ทัพอยู่ทุกวัน แต่ว่า...อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ ความโกรธของท่านแม่ทัพที่มีต่อนายของเจ้ามากเพียงใด” ฮูหยินรองของจวนหาน รับผ้าเช็ดหน้ามาจากสาวใช้ ก่อนจะยกขึ้นมาเช็ดดวงตาทั้งสองข้าง วาจาที่เอื้อนเอ่ยกับผู้อื่นนั่นหวานปานน้ำผึ้ง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเป็นน้ำผึ้งที่เคลือบยาพิษ เหมือนเช่นที่คุณหนูและตัวนางได้รับรู้แล้ว “หากเช่นนั้น ให้บ่าวได้เข้าไปเจรจากับท่านแม่ทัพจะได้หรือไม่” สุ่ยเซียนตั้งท่าจะยันกายลุกขึ้นยืน แต่เสียงที่เคยหวานปานน้ำผึ้งของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นมากกว่าเดิม “บังอาจ เป็นแค่บ่าวไพร่จะเข้าไปโดยที่ท่านแม่ทัพไม่เห็นชอบได้อย่างไร เอาเยี่ยงนี้ เจ้ากลับไปก่อน หากท่านแม่ทัพพักผ่อนเพียงพอแล้ว ข้าจะช่วยพูดอีกครั้งหนึ่ง” สุ่ยเซียนอิดออดไม่อยากจะกลับไปทั้งแบบนี้ เพราะว่ากี่ครั้งแล้วที่นางมาหา ก็ไม่ได้พบกับท่านแม่ทัพหานเลยสักครั้ง จะพบก็เพียงแต่ฮูหยินรองที่จะคอยขัดขวางไม่ให้นางได้เข้าพบกับนายท่านของจวนสกุลหาน “เอ๊ะ...ข้าบอกให้กลับไปดี ๆ ยังจะมองหน้าหาเรื่องข้าอีก หรืออยากจะถูกโบย คราวนี้นายของเจ้าคงขาดคนดูแลแน่” สาวใช้ของฮูหยินใหญ่ ย่อมไม่อยากทำตนเองให้บาดเจ็บ เพราะทั้งจวนหานนี้ มีเพียงนางเท่านั้นที่ดูแลคุณหนู จึงจำใจต้องยอมถอยกลับไป โดยที่ไม่มีหนทางที่จะออกจากจวนไปตามท่านหมอมารักษาผู้เป็นนายได้ สุ่ยเซียนปล่อยน้ำตาให้รินไหลออกมานองใบหน้า สองเท้าเร่งก้าวเดินกลับไปที่เรือนฉีเซิน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเรือนหลัก ปานนี้คุณหนูของนางจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ “คุณหนู บ่าวกลับมาแล้วเจ้าคะ” พอมาถึงเรือนฉีเซิน สุ่ยเซียนรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องนอนทันที พร้อมกับรายงานคุณหนู แต่ว่าสตรีที่นอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงกว้าง กลับไม่ส่งเสียงตอบรับกลับมาเหมือนเช่นทุกครั้ง ..คุณหนูอาจจะหลับไป อย่าเพิ่งคิดไปในแง่ร้าย.. “คุณหนู” สาวใช้ขยับไปทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นข้างเตียง พยายามทำใจดีสู้เสือไว้ก่อน ถึงกระนั้นใจของนางยามนี้ได้หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเรียบร้อยแล้ว เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา ลมหายใจของคุณหนูจะไม่แผ่วเบาเงียบสงัดเช่นนี้ อีกทั้งช่วงอกของคุณหนูก็ไม่ขยับขึ้นลงเหมือนเช่นทุกคราเลย “คุณหนู ได้ยินเสียงบ่าวไหม ตื่นมาฟังที่บ่าวจะพูดก่อน” “...” ทุกสรรพสิ่งในห้องเงียบสงบ เงียบเสียจนสุ่ยเซียนใจคอไม่ดี นางเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับมือเรียวงามก็พบแต่ความเย็นชืด ลองยกปลายนิ้วไปจรดที่ปลายจมูกโด่งได้รูป พบแต่ความว่างเปล่า ...ไม่ มันไม่ใช่ความจริง... “คุณหนู อย่าแกล้งบ่าวแบบนี้ บ่าวไม่สนุกนะเจ้าคะ” หยาดน้ำใสที่พึ่งจะเหือดแห้งไป ไหลออกมาคลอเบ้าตาอีกครั้ง สองมือจับร่างบางที่นอนแน่นิ่งเขย่าไปมา หวังให้อีกฝ่ายยอมลืมตาเอ่ยปากพูดกับนาง แต่ทว่าความจริงอันโหดร้ายก็ถาโถมเข้าสู่จิตใจดวงน้อย ๆ เป็นเรื่องที่นางไม่อยากจะยอมรับมันออกมา “ฮือ ๆ คุณหนูของบ่าว ทำไมไม่รอบ่าวกลับมาก่อน ฮือ ๆ” สุ่ยเซียนกอดร่างไร้ลมหายใจไว้ในอ้อมแขน หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า หยดลงบนกายเนื้อที่ไม่อาจรับรู้สิ่งใดได้อีกแล้ว เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังก้องไปทั่วเรือนปีกตะวันออก กระนั้นก็หาได้มีใครอื่นจะสนใจย่างกรายมายุ่งเกี่ยวกับเรือนนี้ไม่...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD