*ไม่เอาแล้วนะคะเจ้าพี่เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า /เสียงหวานแว่วข้างหูเจ้าชายนาคราชผู้หล่อเหลา แววตาคมออดอ้อนสาวคนรักขั้นสุด ริมฝีปากหนานุ่มทรงกระจับแดงระเรื่อกระซิบเบาข้างหูสาว *พี่ขออีกนิดเถอะหนาพี่ไม่ไหวแล้วจริงๆ/สิ้นเสียงออดอ้อนเย้ายวนริมฝีปากร้อนผ่าวก็แนบชิดกับปากบางที่หวานหยดย้อย ริมฝีปากหนาบดขยี้ผิวเนื้อบางจนปากสาวเจ็บ ลิ้นร้อนผ่าวแทรกเข้าปากหวานของสาวอย่างดูดดื่ม สาวเริ่มต้านแรงปราถนาของเขาเอาไว้ไม่ได้แล้ว สองแขนโอบกอดรัดที่ลำคอขาวแข็งแกร่งเอาไว้แน่น *อ่า…อื้ม…/เสียงครวญครางดังเบาแต่เขาได้ยินถนัด แก่นกายอันใหญ่โตของเขาแข็งทื่อเขาเบียดเสียดสีมันกับเนินอวบอูมที่ตอนนี้กำลังเปียกแฉะได้ที่ แต่ร่างกายที่สูงใหญ่ของเขาทำให้ไม่ถนัด เขายกเธอขึ้นนั่งที่ขอบหน้าต่างที่กำลังเปิดอ้ากว้างรับลมเย็นอยู่ มือข้างหนึ่งกอดเอวคอดของเธอเอาไว้แน่น อีกข้างลูบไล้ที่ซอกขาขาวนุ่มนิ่มของเธอ แรงบีบเค้นทำเธอเจ็บเล็กน้อย *อ๊า…อ่า…อื้ม พี่อยากให้เจ้าจับมันยัดเข้าไปเสียตอนนี้เลย/เสียงออดอ้อนสั่นสะท้าน ลมหายใจร้อนผ่าวกระแทกเข้าที่ต้นคอสาว…
ตอนที่1:เกิดใหม่ในร่างสาวงาม
ขวัญสาวแว่นร่างอวบอิ่มเธอเป็นถึงคุณหนูไฮโซในยุคปัจจุบัน แต่ทว่าถึงแม้จะรวยล้นฟ้าแต่เธอก็อาภัพรักสิ้นดี ขวัญตกหลุมรักรุ่นพี่ที่เรียนในคณะเดียวกันที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่รุ่นพี่ที่ฮอตขนาดนั้นจะมาสนใจสาวอ้วนขี้เหล่อย่างเธอได้อย่างไรกัน *สวัสดีค่ะฉันเป็นเอไอ คุณต้องการลดน้ำหนักกี่กิโลคะโปรดป้อนข้อมูลด้วยค่ะ ตีดๆ/เสียงจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ขวัญกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับมันมาได้พักหนึ่งแล้ว ขวัญรีบพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการลงไปทันที*ฉันต้องการลดสามสิบกิโลภายในหนึ่งเดือน แค่หนึ่งเดือนเท่านั้น/ขวัญกดบันทึกและทำการสั่งสินค้าในทันที
สามวันต่อมา *มีสินค้ามาส่งครับ/กริ้งๆ เสียงกดกริ่งที่หน้าห้องของคอนโดหรูดังขึ้น ขวัญตื่นเต้นมากของที่รอคอยมาถึงจนได้ ขวัญรีบหยิบมือถือแล้วเดินมาเปิดประตูห้องทันที ตี้ดๆฉิ้ง…เสียงกดจ่ายเงินดังขึ้นก่อนที่คนส่งของจะจากไป ขวัญรีบวิ่งกลับมาแกะกล่องสินค้าทันทีเธอตื่นเต้นกับมันมาก*ว้าวๆๆๆคราวนี้แหละฉันจะสวยให้ดู แล้วอย่ามาอ้อนวอนคุกเขาขอฉันเป็นแฟนนะคะรุ่นพี่/ขวัญเริ่มอ่านฉลากแล้วบรรจงแกะเม็ดยาออกมา*เอ๋…ในฉลากเขียนไว้ว่ากินตามสูตรวันล่ะสองเม็ด หนึ่งเดือนจะลดได้สิบกิโล ห๋า…แค่สิบกิโลแต่ฉันบอกว่าต้องการยี่สิบไม่ใช่หรอเอไอมันน่าจะคำนวนผิดแน่ๆเลย/ขวัญที่ต้องการใช้หุ่นอย่างเร่งรีบเพื่อเอาชนะใจรุ่นพี่ เธอจึงคิดคำนวนสูตรยาเอง*ต้องแบบนี้สิถึงจะทันใจ/ขวัญยิ้มก่อนจะยัดเม็ดยาจำนวนสี่เม็ดเข้าปากไปแล้วดื่มน้ำตามเฮือกใหญ่ *อ๊า…มันต้องแบบนี้ เริ่มล่ะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง
ขวัญรีบแต่งตัวเพื่อออกไปวิ่ง เวลาหกโมงเย็นขวัญวิ่งมาหยุดหอบหายใจแฮ่กๆอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีตู้กดน้ำหวานอยู่ตรงนั้นด้วย มือไม้สั่นระริก เนื้อตัวสั่นแทบยืนไม่ไหว ขวัญเริ่มหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม เธอรีบควักกระเป๋ากางเกงเพื่อหาเหรียญมาหยอดกดน้ำ แต่ด้วยมือที่สั่นระริกขวัญจึงทำเหรียญหล่นพื้นกลิ้งไปล้มอยู่รากไม้ขนาดใหญ่ ขวัญพยายามเดิมไปจนถึงแล้วก้มลงจะเก็บเหรียญ แต่เธอก็รู้สึกว่าหายใจไม่อิ่ม เจ็บแปล้บที่หน้าอก ขวัญหน้าซีดและเธอก็ล้มลงหัวกระแทกพื้นอย่างแรงและหมดสติไปในทันที
*อ๊า…ปวดหัว ปวดหัวจังเลย นี่ฉันแค่คำนวนขนาดยาเยอะไปหน่อยก็ถึงกับหน้ามืดหายใจไม่ออกขนาดนี้เลยหรอ ไม่จริงไม่จริงใช่มั้ย ฮือ…ใครก็ได้ช่วยพยุงฉันกลับคอนโดหน่อย/ขวัญที่ไม่รู้ตัวว่าเธอได้หัวกระแทกพื้นและได้สลบไปจนทำให้ดวงวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง แล้วทะลุมิติลงมาอยู่ในร่างของพระธิดาพญานาคราชเจ้าแห่งเมืองบาดาลแทน สาวใช้ที่คอยติดตามดูแลพระธิดาขวัญกมลฤดี เมื่อเห็นว่าพระธิดาทรงฟื้นแล้วหลังจากได้กินยาฆ่าตัวตายเพราะไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชายต่างเมืองเพราะเธอนั้นได้ข่าวมาว่าเจ้าชายคนนั้นมีเมียเยอะ
*พระธิดาๆทรงฟื้นแล้วเจ้าค่ะ/เสียงนางกำนันน้อยใหญ่ร้องบอกกล่าวกัน นางกำนันเฒ่ารีบวิ่งแจ้นเข้าเฝ้าองค์เหนือหัวในทันที*พระธิดาๆทรงฟื้นแล้วเจ้าค่ะ/เมื่อราชานาคราชแห่งเมืองปุตะนครได้ยินดังนั้นก็ปลื้มปิติเป็นอย่างมากและทรงมีรับสั่งให้จัดเตรียมขบวนแห่เจ้าสาวอย่างยิ่งใหญ่ไปที่เมืองนาคคิรีของพระราชาธิบดีศรีสัตนาคาผู้ยิ่งใหญ่เพื่อเตรียมหมั้นหมายลูกสาวตนกับองค์ชาย3ของพระนครเมืองแห่งนั้นตามที่เคยตกลงกันเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ด้านขวัญที่ตอนนี้อยู่ในร่างของสาวงามนามว่าพระธิดาขวัญกมลฤดีเธอยังคงมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเป็นพักๆแต่อาการก็ดีขึ้นตามลำดับนางกำนันที่วิ่งง่วนอยู่ภายในห้องกับเธอนั้น แม้ในขณะนี้เธอก็ยังไม่ทันสังเกต ขวัญนอนหลับตาปี๋ในกลางดึกของวันนั้น*พระธิดาๆเจ้าคะ เป็นอย่างไรบ้างดีขึ้นบ้างมั้ยเจ้าคะ/นางกำนันสาวคนหนึ่งถามขึ้นในขณะที่กำลังนั่งพัดวีอยู่ข้างๆ
*อะไรนะ…พระธิดาขวัญงั้นหรอ/ขวัญยิ้มร่าหัวเราะคิกคักเบาๆและยังคงนอนหลับตาปี๋อยู่บนเตียง นางกำนันขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะตอบเสียงแบบงุนงง *ใช่เจ้าค่ะ พระธิดาขวัญกมลฤดีเอิ่ม…ท่านคงจะไม่ได้ความจำเสื่อมหรอกใช่มั้ยเจ้าคะ?/ขวัญขมวดคิ้วชนกันเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นมันฟังดูแปลกๆพิกล เธอเงียบและลืมตาขึ้นทันที ทันทีที่เห็นฝ่าเพดานเธอก็ถึงกับตกใจเพราะตอนแรกเธอคิดว่าที่นี่คือโรงพยาบาลแค่ลืมตามาก็น่าจะมองเห็นฝ่าเพดานสีขาวโพลนและมีแอร์ มีผ้าม่านสุดหรูที่เธอเคยเห็น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อย่างที่ควรจะเป็น ฝ่าเพดานกลับเป็นแก้วหลากสีแวววาว ส่องประกายวิบวับๆดูแสบหูแสบตา แถมรอบๆยังมีละอองน้ำลอยฟุ้งอยู่ในอากาศทำให้รู้สึกหนาวเย็นอย่างมาก
ขวัญรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เธอก็ยังมีอาการเวียนหัวบ้านหมุนอยู่นิดหน่อยเหมือนโดนไฟช็อตอย่างแรงที่หัว *โอ้ย…/เสียงร้องของพระธิดาทำเอาเหล่านางกำนันขวัญเสียไปตามๆกัน พวกนางกำลังจะเข้ามาช่วยแต่ขวัญก็เบรกเอาไว้ก่อน*ไม่ต้องๆ…ฉันไหว…ขอน้ำกินหน่อยคอแห้ง/ขวัญทำท่าไอออกมา นางกำนันรีบเอาน้ำดื่มมาถวายทันที*น้ำเจ้าค่ะพระธิดา/ขวัญรีบรับน้ำมาถือเอาไว้ แล้วเธอก็ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำเอาเธอตกใจสุดขีด ห้องที่ทำจากแก้วหลากสี มรกตสีสวยมากมายกำแพงห้องทำจากแก้วมรกตสีเข้มดูหนาทึบ ขันน้ำที่ทำจากมรกตแก้วสีชมพูอ่อน ละอองน้ำเย็นๆที่ลอยฟุ้งในอากาศ แถมยังมีคนรับใช้ที่แต่งตัวโบรานคล่ำคลึเหล่านี้อีก