“ข้าจะเลียเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้เจ้าเอง”คำพูดของเขาทำเอาขวัญตกใจเป็นอย่างมากสองมือรีบดึงผ้าห่มมาปิดขาเอาไว้แต่มือใหญ่หนาก็สะบัดมันออกอย่างง่ายดาย
“อย่าอายไปเลย…ข้าเห็นมันหมดแล้ว”คำพูดของเขาทำเอาเธอแข็งทื่อไปทั้งตัว สองขาเรียวถูกแยกออกจากกัน เขาแนบใบหน้าหล่อคมดุจเทพบุตรก้มลงไปใช้ลิ้นสากทั้งดูดทั้งเลีย จนเธอเสียวซ่านไปหมดแล่ว สองขาเขย่งอ้ากว้างและเกร็ง มือข้างหนึ่งจับกดหัวทุยของเขาเอาไว้แน่นริมฝีปากบางเม้มจนเจ็บ
“ที่รัก…ขวัญเอิ่มรู้สึกดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ”เขากลืนน้ำหวานของเธอเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดาย ท่อนเอ็นของเขาแข็งทื่อพร้อมใช้งาน เขาให้เธอดูมัน ขวัญตกใจไม่ไหวแล้วจริงๆ เธอส่ายหน้าทำเขาต้องจำยอม เขาดีดนิ้วครั้งเดียวเสื้อผ้าหน้าผมก็พร้อมออกไปข้างนอก
นายทหารกล้าประจำตัวขององค์ชายใหญ่รีบหลบไปรายงานทันที“ตอนนี้พระธิดาขวัญกมลฤดีอยู่ที่ห้องครัวหลวงพะยะคะ”
องค์ชายใหญ่ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยว่าเธอไปทำอะไรที่นั่น “นางเข้าไปทำกะไรหรือ”
“ขอเดชะพระธิดาขวัญกมลฤดีเข้าไปทำพระกะยาหารด้วยพระองค์เองหวังมัดใจพระสวามีพะยะคะ”
สองมือใหญ่หนากำชายผ้าแน่น“แล้วองค์หลิงปู้อี๋ล่ะอยู่ที่ได”เมื่อนายทหารกล้ากระซิบบอกเป็นการส่วนตัวทำเอาองค์ชายใหญ่รีบลุกขึ้นท่องมนต์หายวับไปทันที
ห้องครัวหลวงในขณะที่พระธิดาขวัญกมลฤดี กำลังตั้งใจทำแกงคาวหวานอยู่นั่นเอง พอชิมสรอาหารจากหม้อซุบเสร็จเธอก็หันมาจะหยิบถ้วยมาใส่ แต่พอหันกลับมาหน้าอกเด้งๆของเธอก็ชนเข้ากับซิกแพ็กแกร่งขององค์ชายใหญ่อย่างแรง ทำเอาองค์ชายใหญ่แกล้งเซล้มลงที่พื้น ทำให้ร่างอันบอบบางของเธอล้มหน้าขมำลงไปทับแนบชิดบนอกแกร่งของเขาทันที
กลิ่นกายหอมละมุนจากตัวเธอ สะกิตแก่นกลางกายเขาให้เริ่มแข็งทื่อขึ้นมาและมันก็กำลังดันเข้ามาตรงเนินอวบอูมนุ่มนิ่มของเธอยุกยิก เธอพยายามดิ้นแต่ดูเหมือนยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกลุกหนักขึ้นกว่าเดิมอีก
“ให้ตายเถอะ…ผู้ชายบ้านนี้จะหื่นกามกันทุกคนเลยหรือ อย่านะฉันเป็นเมียน้องชายนายนะยะ”
เสียงในหัวขวัญดังขัดแย้งทันที ร่างกายบอบบางดิ้นรนขยับขาเรียวออกอย่างทุลักทุเล
“เพราะแบบนี้สินะ องค์น้องชายข้าถึงได้หลงนางหัวปักหัวปำจนโงหัวไม่ขึ้น”
เมื่อรู้สึกว่านางดิ้นรนจนเกินไปเขาก็ไม่อยากจะขืนใจบังคับใครง่ายๆ เขามีความเป็นสุภาพบุรุษพอตัว แต่พอเขาลุกขึ้นดวงตาก็จ้องมองหน้าอกเด้งๆของเธอตาไม่กระพริบ แถมกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่อีก
“ว้าย…”ขวัญที่พึ่งรู้ตัวว่าผ้าที่พันรอบอกอยู่หลุดลุ่ยลงมาจนยอดประทุมสีชมพูระเรื่อเด้งออกมาสู้สายตาขององค์ชายใหญ่ เธอรีบทำผ้าให้เรียบร้อยทันที
แต่พอเธอหันกลับมา ท่อนเอ็นใหญ่ยาวขององค์ชายใหญ่ก็ชี้หน้าเธออย่างเห็นได้ชัดเจน “ว้าย..”
ขวัญรีบหันหลบสายตาอีกหน องค์ชายใหญ่ที่เผลอมองยอดประทุมสีดอกบัวระเรื่องเด้งๆจนน้ำลายยืดออกมา พอได้ยินเสียงร้องตกใจของเธอเขาก็รีบก้มลงมองเรือนร่างของตัวเองทันที
“ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจขออภัยน้องหญิง”เขารีบเก็บท่อนเอ็นทรยศนั้นเข้าที่ทันที“ไม่ได้ตั้งใจ…ซะที่ไหน”เสียงในหัวขององค์ชายใหญ่ดังสวนกลับมาเขายิ้มกรุ๊บอยู่ในใจ
“ท่าน เอิ่ม…มาที่นี่ทำไม”เสียงสั่นระริกด้วยความตกใจ พร่ำถามออกมาเบาหวิว
“ข้า…”ยังไม่ทันที่องค์ชายใหญ่จะได้แก้ตัวเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาแทรก
“ท่านพี่เพคะ”เสียงนั้นทำเอาขวัญสะดุ้งโหยง ทั้งสองหันควับไปมองก่อนที่เสียงเข้มๆดุๆจากปากองค์ชายใหญ่จะดังขึ้น
“เจ้ามาที่นี่ทำไม ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ชอบให้ตาม”คำพูดนี้ดูดุและจริงจังน่ากลัว สนมได๋หล้าสะดุ้งหน้าเจื่อนลง
“ข้าได้ยินสนมอี๋ห่วงเฟ่ยคุยกับพวกนางกำนัน ว่าท่านพี่แอบมีใจให้ว่าที่พระชายาของน้องชายแท้ๆตัวเอง จริงหรือไม่เพคะท่านพี่”
คำพูดที่ออกท่าทางว่าหึงหวงสามีขั้นสุด คำพูดเมื่อครู่ทำเอาขวัญสะดุ้งอีกที “ห๊ะ…เรื่องจริงรึเปล่า ว่าที่พี่เขยหลงรักน้องสะใภ้ตัวเอง แสดงว่าท่อนเอ็นที่มันชี้หน้าฉันเมื่อครู่เป็นของจริง”
ขวัญตาลุกวาวด้วยความตกใจ ความรู้สึกที่โดนดันเข้ามาแทบทะลุผ้าหนานั้น มันยังจำไม่ลืม
“อย่ามางี่เง่าให้ข้าต้องอับอาย ข้าขอเตือนอย่ามาเซ้าซี้ข้าแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
สนมได๋หล้าดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริกแต่ได้แต่เงียบ พอองค์ชายใหญ่เดินอารมณ์เสียออกไป เธอก็หันควับตาเขม็งตรงเข้ามาตบที่หน้าของขวัญอย่างจัง
ขวัญที่ยังตกใจกับเหตุการ์ณเมื่อครู่อยู่ ไม่ทันระวังตัว หลังจากโดนตบจนหน้าขมำ สนมได๋หล้าก็จิกผมของเธอลากมาผลักลงที่บ่อน้ำทะเลสาบใกล้ๆกับห้องครัวหลวง
ขวัญไม่มีแรงสู้เพราะเธอยังอิฐโรยจากการลงโทษขององค์ชายสามอยู่ อีกทั้งเธอเองก็ว่ายน้ำไม่เป็นอีกด้วย
“ห้าๆๆๆนังขวัญจ้องจะอ่อยแต่ผัวชาวบ้านไปวันๆ ตายที่นี่แหละมึง!!!
สนมได๋หล้าปัดมือเบาๆตามเสื้อผ้า แล้วเดินร่ายคาถาหายวับไปทันที ทิ้งให้พระธิดากมลฤดีกะเกียกตะกายขึ้นจากบ่ออย่างทุลักทุเล สำลักน้ำไปหลายอึก
หลังโขดหินใหญ่สนมชูสีและสนมต็อกหล้า สนมขององค์ชายสามที่มาก่อน พวกนางกำลังยืนหัวเราะชอบใจกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก
“หึ ตายไปสะนังขวัญ ขอบพระทัยสนมขององค์ชายใหญ่จริงๆที่ช่วยพวกเรากำจัดนังสกปรกนี่หึ”สนมชูสีที่ใช้ผ้าปิดหน้าที่อัปลักษณ์เพื่อปกปิดรอยแผลเป็นเอาไว้ ค่อยๆเดินจากไปอย่างมีความสุข
สนมต็อกหล้ายืนจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินตามสนมชูสีไปเงียบๆ
“อะ อะ ชะ ช่วยข้าด้วย”เสียงแผ่วเบาจนใครก็ไม่อาจจะได้ยินมัน
“พลังเวทคิดสิๆ…มันต้องว่ายังไงบ้าง”ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไหลผ่านเข้ามาแว้บหนึ่งก่อนที่ริมฝีปากซีดจะพึมพำและพาตัวเองกลับมาขึ้นฝั่งได้ แต่ด้วยความทรงจำอันน้อยนิดพลังเวทจึงไม่สมบูรณ์ ตัวของเธอลอยมาเกือบถึงฝั่งแต่ก็ไม่ถึง
ร่างกายที่บอบบางชอกช้ำไปทั้งตัวเกยตื้นอยู่ริมบ่อน้ำเนื้อตัวมอมแมม
เสียงหัวเราะเยอะเย้ยดังรอบๆบ่อน้ำ เหล่านางสนมที่มายืนดูผลงานของสนมได๋หล้า ต่างก็เกลียดชังเธอทั้งนั้น
ผ่านไปเกือบชั่วยามขวัญพยายามยืนขึ้นด้วยอาการเหน็ดเหนื่อยเพราะโดนอาคมของเหล่าสนมทั้งหลายที่ส่งลงมาเล่นงานเธอผ่านผิวน้ำ ทำเอาเธอแทบยืนไม่ไหว
เสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งกึ่งเดินเข้ามา เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นชัดเจนในหูของเธอ!!!