ตอนที่3:ร่างกายของเจ้ามันทำให้ข้าแข็ง

1322 Words
ขวัญเผลอหลับไปเพราะเดินทางมาไกลมากด้วยความอ่อนเพลีย *“อ๊ะ…”/นางกำนันสาวรีบถลาเข้ามาในรถเกี้ยวเจ้าสาวเมื่อได้ยินเสียงพระธิดาของนางร้องเสียงหลง*เกิดอะไรขึ้นเจ้าค่ะพระธิดา/ขวัญทำท่างอตัวมือกุมที่ท้องแน่นใบหน้าแดงระเรื่อ*ฉะฉัน เอ้ย…ข้าปวดท้องหนักกระทันหัน ต้องการใช้ส้วมๆด่วน!!/สาวใช้งงกับคำว่าส้วมขวัญรีบคิดหาคำราชาศัพท์ในทันที *เวด เวด ใช่มั้ยนะเอ้ยอะไรก็ตามแต่ ข้า…ปวด…ท้อง…จะ…ต้องการปลดปล่อย!!!/คำสั่งจากพระธิดาทำให้ขบวนเจ้าสาวอลเวงขึ้นมาทันที*หยุ้ด…!/เสียงคำสั่งทัพม้าของขบวนถูกออกคำสั่งให้หยุดกระทันหัน เสียงวุ่นวายกันเกิดขึ้นเมื่อพวกเหล่าทัพทหารองครักษ์ต้องทำส้วมหลุมขนาดย่อมให้เสร็จภายในหนึ่งนาที มันคงไม่ยากไปถ้าเหล่าทหารขั้นผู้น้อยเหล่านี้มีวิชากล้าแกร่งพอที่จะใช้พลังคาถาได้ มันคงไม่อลเวงขนาดนี้ ผ่านไปสิบกว่านาทีเหล่าทัพทหารกล้ายืนเรียงแถวหน้ากระดานรอพระธิดาของพวกเขา *ใกล้จะเสร็จหรือยังเจ้าคะพระธิดา หนทางยังอีกยาวไกลนักถ้าไม่เร่งประเดี๋ยวจะค่ำสะก่อน ปล่อยองค์กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่รอนานมันไม่งามนะเจ้าคะ/สาวกำนันข้างกายกำชับพระธิดาของตนด้วยความเป็นห่วง ขวัญในร่างของพระธิดาผู้เลอโฉมทำหน้างอ *ก็ให้เขารอซะบ้างจะเป็นไรไป ข้าเป็นถึงพระธิดานะยะ!!/คำพูดเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวดังก้องกังวานแต่เธอก็ไม่ได้พูดมันออกมาเสียตอนนั้น เสียงฝีเท้าเบาเดินออกมาจากวงล้อมผ้าที่ใช้ทำเป็นส้วมชั่วคราว มือเรียวยาวนุ่มนิ่มกุมที่หน้าท้องวนเบาๆ ใบหน้าของพระธิดาดูซีดเซียว *ไหวมั้ยเจ้าคะพระธิดา/สาวนางกำนันคนสนิทรีบเข้าประคองและพาไปขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว ขวัญนั่งงอตัวด้วยความเพลีย*อีกนานมั้ยกว่าจะถึงเมืองนาคคิรีอะไรนั่นน่ะ/ขวัญถามเสียงแผ่วเบาก่อนจะงีบหลับไปอีกหน สาวนางกำนันมองพระธิดาตัวน้อยของนางด้วยความห่วงใย*โถ่…พระธิดาคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง เร่งฝีเท้าอีกหน่อยพวกเราจะต้องถึงเมืองนาคคิรีก่อนค่ำ/เสียงแว่วแว็ดออกมาจากเกี้ยวเจ้าสาวสุดหรู ไม่นานขวัญก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะกำลังจะอวกพุ่ง เธอตาเบิกโพรงขึ้นแล้วรีบชะโงกคอออกไปอวกที่หน้าต่างของเกี้ยวเจ้าสาวในทันที สาวนางกำนันรีบลูบหลังให้พระธิดาอย่างไว มืออีกข้างก็รินน้ำอุ่นๆส่งให้พระธิดา*ทรงพึ่งหายจากประชวนก็ต้องมาเดินทางไกลแบบนี้อีก ไม่แปลกหรอกเจ้าค่ะที่จะเป็นแบบนี้/สาวนางกำนันเอ่ยปากด้วยความสงสารพระธิดา *อืม…ข้ายังไหวไปต่อได้เลย/ขวัญกระพรือตาเบาๆ *อะไรกันนี่ฉันเมาเกี้ยวม้าลากงั้นหรือ อ่อนแอซะจริงๆร่างของพระธิดาอะไรนี่ แต่ก่อนฉันนั่งรถหรูเปิดแอร์เย็นฉ่ำกว่านี้ยังไม่เคยเมารถสักครั้งเลยนะ “อ็อค…!!!”*พระธิดา/เสียงอวกของพระธิดาปนกับเสียงสาวนางกำนันที่คอยปรอบลูบหลังอยู่ไม่ห่างดังแว่วออกมาจากเกี้ยวเจ้าสาวเป็นพักๆทำเอาเหล่าทหารองครักษ์ต่างก็หันมามองด้วยความห่วงใยพระธิดาตัวน้อยๆของพวกเขา เวลาใกล้ค่ำและแล้วเกี้ยวเจ้าสาวก็มาถึงประตูราชวังค์แห่งเมืองนาคคิรี ชาวเมืองที่คอยต้อนรับขบวนเสด็จของพระธิดาขวัญกมลฤดีว่าที่ชายาเอกของเจ้าชายองค์ที่3คือ เจ้าองค์นาคาธิบดีหลิงปู้อี๋นาคคิรีนั่นเอง *เจ้าชายหนุ่มรูปงามนามเพราะพ่อรวยคนนี้…เป็นของฉันหรือ…อื้ม…อ่า…แค่คิดก็แฉะแล้วไม่ค่อยจะหื่นเลยฉันแฮร่ๆ/เสียงในหัวของพระธิดาตัวน้อยที่ในตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าราชบันลังพญานาคราชสีทองอร่ามจนแสบตา มีข้าไท้บริวารจำนวนมากที่เข้าเฝ้าอยู่ในพิธีหมั้นในคืนนี้ด้วยเพื่อเป็นสักขีพยานการหมั้นหมายกันของทั้งสองในค่ำคืนนี้ ชายหนุ่มสูงราวๆร้อยเก้าสิบ ผิวขาววิบวับเล่นแสงดูมีออร่า ผมยาวดกดำไล่ระดับลงมาถึงกลางเอวหนาถูกมัดรวบขึ้นเป็นระเบียบแบบเทห์ๆช่วงบนตรึงไว้แน่นกับมงกุฎรูปพญานาคราชสีทองอร่าม ใบหน้าที่คมคายดูเข้ม แววตาเฉียบแหลมเปล่งประกายสีน้ำตาลขลับเข้มเข้ากันกับขนตาที่ดูยาวหนาและงอนเรียงตัวสวยยิ่งกว่าสตรีนางไดเสียอีก เวลาที่เขาจ้องมองตัวเธอมันดูหวานซึ้งตั้งแต่แรกพบ จมูกที่โด่งเป็นสันเชิดรับกับปากหนารูปกระจับสีแดงระเรื่อน่าจูบบดขยี้ยิ่งนัก อกแกร่งของชายสมกับเป็นถึงเทพแห่งสงครามเนื้อกล้ามซิกแพ็กแน่นขาวเนียนน่าสัมผัสลูบไล้เมื่อได้พบเห็น มองลงมาที่เอวคอดแต่หนาดูแข็งแรงกำยำชวนน้ำลายสาวให้หกสะตรงนั้นเลยแต่ก็ต้องเก็บอาการ!! สะโพกในหนาแน่นถึงจะสวมใส่ชุดโจงกระเบนแบบโบราณทับอยู่แต่ก็พอจะเดาคลำๆได้ไม่อยาก แก่นความเป็นชายที่ซ่อนอยู่ในโจงกระเบนสีเหลือบทองอร่ามยังคงเห็นเป็นเค้าลางๆถึงความใหญ่โตมหึมาของมัน แน่นอนว่ามันกำลังตื่นตัวชี้หน้าพระธิดาตัวน้อยที่มีร่างกายและหน้าตาอันเย้ายวนปลุกแก่นกลางกายแกร่งของเขาให้ตื่นได้แม้เพียงเห็นแค่ใบหน้าของเธอ เรียวขายาวแกร่งสมชายชาตินักรบของเขามันดูแข็งแกร่งมั่นคงยิ่งนัก *นี่หรือคือคู่มั่นของข้า อ่า…ทำไมกลางแก่นกายของข้าแข็งทื่อเพียงแค่ได้พบหน้าของนางข้าไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับสตรีนางไหนมาก่อนเลย อ่า…/พระธิดาขวัญกมลฤดีในความรู้สึกของเขาในตอนนี้ มันช่างเย้ายวนมีเสน่ห์ต่อเขาซะเหลือเกิน…สายตาที่เจ้าชายมองพระธิดาตัวน้อยๆมันทำให้เกิดความริษยาขึ้นในหมู่นางสนมที่มาก่อนเหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัดเจน พระราชบรมครูประจำกายขององค์กษัตริย์ราชานาคาธิบดีศรีสัตนาคราชได้เอ่ยคำปฎิญาณสัจจะในพิธีหมั้นหมายให้เจ้าชายกับพระธิดาทรงขานรับตามขั้นตอนเป็นการจบพิธีการหมั้นหมายในค่ำคืนนี้ พระราชินีนาคินีศรีนพรัตน์ ราชินีขององค์กษัตริย์นาคาธิบดีศรีศัตนาคราช ได้ให้นางกำนันประจำกายของท่านพาว่าที่พระชายาของเจ้าชายหลิงปู้อี๋เข้าพักที่ตำหนักใกล้กับตำหนักของเจ้าชายหลิงปู้อี๋ แต่ยังไม่ทันที่พวกนางกำนันจะได้พาว่าที่พระชายาเข้าพักในตำหนักเลย ก็โดนเจ้าชายหลิงปู้อี๋ขโมยพระชายาไปแล้ว แสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีว่าที่พระชายาก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาของเหล่าธารนางกำนันทั้งหลาย นางกำนันคนสนิทของพระธิดาขวัญกมลฤดีที่ติดตามมาจากเมืองปุตะนครนางตกใจมากดูรนรานไปหมด แต่นางกำนันประจำหายของพระราชินีก็บอกให้ใจเย็นๆเพราะที่ในพระราชวังแห่งนี้มีแต่เหล่าเจ้าชายทั้งสามพระองค์ที่คอยดูแล ปลอดภัยแน่นอน และที่พระธิดาหายตัวไปนั้นโน้น…/นางกำนันประจำกายราชินีชี้ไปทางพระตำหนักของเจ้าชายองค์ที่สามหลิงปู้อี๋นั่นเอง พอทุกคนเข้าใจตรงกันแล้วก็พากันเข้าไปจัดของรอพระชายาในตำหนัก!!!…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD