*ข้าขอแนะนำพวกเจ้าเหล่าสนมทั้งหลาย นี่คือว่าที่พระชายาเอกขององค์ชายสาม “ขวัญกมลฤดี”นางเป็นพระธิดาองค์เดียวขององค์กษัตริย์เจ้าแห่งเมืองปุตะนคร นางช่างงามยิ่งนักพวกเจ้าคิดเหมือนข้ามั้ย…/คำกล่าวต้อนรับว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่พร้อมคำเยินยอทำเอานางสนมทั้งหลายแอบหมั่นไส้ขวัญมากขึ้นอีกแต่พวกนางก็ต้องจำใจเออออไปตามพระมเหสี*สวยเพคะพระมเหสี…/สายตาที่จ้องมองมาทำเอาขวัญแอบเสียวสันหลังวาบ ก่อนที่สายตาเธอจะจ้องมองหาสนมชูสีที่แอบวางยาเธอในคราบมิตรที่ดี ขวัญมองดูหน้าแต่ล่ะคนแล้วมีแค่คนเดียวที่มองเธอด้วยสายตาเป็นมิตร*เป็นเธอ…!! สนมชูสีหน้าตาน่ารักดีสูงราวๆร้อยเจ็ดสิบซึ่งสูงกว่าร่างของพระธิดาที่ขวัญอาศัยอยู่สิบเซนติเมตร ผิวออกสีแทนน่อยๆ หน้าตาคมคาย ชอบใส่ผ้าสีแป้นแล่นซะหน่อยตัดกับสีผิวของเธออย่างมากแต่ก็ดูดีสวยใช้ได้ ขวัญปั้นหน้ายิ้มตอบเธอ*หนอยยัยบู้บี้ ริบังอาจมาวางยาฉัน หึไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่เอาคืนแน่ แต่ตอนนี้ต้องแอ๊บไว้ก่อน แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง…/ขวัญคิด
องค์ชายทั้งสามเสด็จ…/เสียงประกาศดังกึกก้องไปทั่วโถงใหญ่ต่อหน้าบัลลังนาคราช พระมเหสียิ้มกว้างให้เหล่าองค์ชายสุดหล่อ ขวัญหันไปมองเธอแทบหยุดหายใจ*ว้าว…คุณพระ ที่นี่เมืองฟ้าเมืองสวรรค์หรืออย่างไรบุรุษถึงได้หล่อเหลาชวนเปียกๆแฉะๆได้ทุกคนแบบนี้ ถ้าต้องเจอแบบนี้ต่อให้ฉันต้องตายอีกเป็นร้อยๆครั้งฉันก็ยอม/ขวัญจ้องมองเหล่าเจ้าชายที่กำลังเดินผ่านหน้าไปด้วยสายตาที่ลุกวาวดั่งเด็กที่เจอขนมที่ถูกใจหลายชิ้นด้วยกัน *อะฮึ่ม…/เสียงกระแอมในลำคอดังมาจากองค์ชายสามหลิงปู้อี๋นั่นเอง เขาทำสายตาดุใส่เธอด้วยความหึงแต่ไม่อยากออกหน้าเกินงามต่อหน้ามารดาของเขา
เมื่อเรียกเตือนครั้งแรกเธอก็ยังไม่สนใจเขา เขาจึงกะแอมคออีกครั้ง จนพระมเหสีต้องไถ่ถามว่าเป็นอะไร *หลิงปู้อี๋…เจ้าเป็นอะไรไม่สบายรึ!!!/ทุกคนหันมาจ้องที่องค์ชายสามเป็นตาเดียวรวมทั้งเธอด้วย เขาใบหน้านิ่งตอบแบบเย็นชาว่า*เจ็บคอนิดหน่อยพะเจ้าค่ะ…/เสียงพูดแทรกจากองค์ชายสองก็ดังขึ้น*คงจะกินน้ำหวานมากไปหน่อยเมื่อคืนก็เลยเจ็บคอ เบาๆหน่อยนะไอ้น้องชาย…/สีหน้าและแววตาขององค์สองยียวนกวนประสาทโดยแท้ องค์ชายสามหันควับไปมองหน้าตานิ่ง*น้ำหวานใครๆก็ชอบดื่มหรือท่านพี่ไม่ชอบ…?/คำพูดเสียดสีนี้จี้ตรงกลางดวงใจขององค์ชายสองยิ่งกว่าโดนลูกศรปักอกเสียอีก เหตุผลที่องค์ชายลองชอบพูดเสียดสีองค์ชายสามก็เพราะเมื่อสามปีก่อนเขาได้ออกตามหาม้าสีเผือกที่มีชื่อในเรื่องเล่าของราชครูหลวง ไม่ว่าองค์ชายคนไดเมืองไหนๆก็ต้องการมันเพราะมันคือม้าวิเศษ แต่พอองค์ชายสองไปถึงเมืองปุตะนคร
เขาก็พบกับพระธิดาขวัญกมลฤดีเข้าตอนที่เธอกำลังเยี่ยมชมดอกไม้ป่าในตอนที่องค์กษัตริย์พระบิดาของนางออกประพาสป่าเพื่อล่าสัตว์ในครานั้นเธอได้ติดตามไปด้วย บังเอิญว่าองค์ชายสองนั้นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยพอเขาเห็นเธอเข้าเขาก็รีบเข้าไปขอให้เธอช่วยทำแผลให้ แต่พอได้สบตากับเธอเขาก็หวั่นไหวขึ้นมาเขาคิดว่าในอนาคตจะต้องสานสัมพันธ์กับเธออย่างแน่นอน แต่เมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมาพอเขาได้ยินว่าองค์ชายสามจะต้องหมั้นกับเธอ นั่นมันก็ทำให้หัวใจของเขาเจ็บหนัก ตั้งแต่นั้นมาองค์ชายสองก็คอยจะเขม่นใส่องค์ชายสามอยู่เรื่อยมา
ในขณะที่องค์ชายทั้งสองเขม่นใส่กันอยู่นั้น เสียงที่ทรงพลังก็ดังขึ้น*ให้มันเลิกแล้วต่อกันซะทีเถอะ ข้าชักจะรำคาญพวกเจ้าเต็มทีแล้วหนา เล่นเป็นเด็กไปได้/คำพูด฿ดที่ทำให้องค์ชายทั้งสองต้องสงบปากสงบคำลงอย่างเกรงใจ ขวัญหันไปมองชายตัวใหญ่ผิวขาวมีออร่า ที่กำลังนั่งอยู่ขวาสุดขององค์ชายทั้งสอง สายตาของเขาก็พลันจับจ้องมาที่เธอเหมือนกัน ทำเอาสนมของพระองค์ ต้องจิกสายตากำหมัดแน่น สายตาที่จ้องมองมานั้นช่างอ่อนโยน และน่าหลงไหลยิ่งนัก พระธิดาขวัญกมลฤดีแอบหน้าแดงจนองค์ชายสามที่สังเกตเธอตลอดนั้นเกิดอาการหึงจนห้ามใจไม่ได้ เขาลุกขึ้นแล้วสะบัดบ๊อบเดินหน้ามุ่ยออกไป พระมเหสีตกใจในพฤติกรรมขององค์ชายสาม เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน องค์ชายใหญ่กับองค์ชายสองหันมายักไหล่ให้กันพวกสนมทั้งหลายกำหมัดแน่น
ตำหนักสนมชูสี *นังขวัญนะนังขวัญ ต่อให้ฉันต้องตายฉันจะต้องแย่งเสด็จพี่กลับมาให้ได้/เสียงส้นรองเท้าสูงกระแทกพื้นแรงๆหลายทีสลับกับเสียงกรี้ดสุดแหลมน่าปวดหัวดังขึ้นที่ตำหนัก บ่าวนางกำนันทั้งหลายถูกไล่ตะเพิดออกมาข้างนอกจนหมด สนมชูสีหยิบขวดยาพิษที่ทำให้ค่อยๆเสียโฉมขึ้นมามอง สายตาอำมหิตก็แวววาวขึ้นในทันที แต่พอเธอนึกถึงท่อนเอ็นใหญ่ขององค์ชายสามขึ้นมาเธอก็ร้อนวูบวาบเนื้อตัวทันที สนมชูสีเรียกบ่าวนางกำนันเข้ามาคนหนึ่งแล้วกระซิบบอกข้อความลับในทันที *ได้เพคะพระสนม…บ่าวจะรีบไปสืบนะเพคะ/พอบ่าวนางกำนันวิ่งออกไปแล้วสนมชูสีก็รีบลงแช่น้ำที่ผสมยาปลุกกำนัดในทันที เพียงไม่นานยาก็เริ่มออกฤทธิ์ในทันที*อ่า…ท่านพี่…ข้าต้องการท่านเหลือเกิน/สนมชูสีอ้าเรียวขาสีแทนออก แล้วเธอก็ใช้นิ้วที่เรียวยาวยัดเข้าออกที่ช่องรักของเธอเองจนเธอเสียวซ่านไปทั้งตัว *อ่า…ท่านพี่เมื่อไหร่ท่านจะมา…ข้าจะไม่ไหวแล้วนะ คืนนี้ข้าจะจัดให้ท่านพี่ทั้งคืนเลยดีมั้ยเจ้าคะ…/เสียงกระเส่าออดอ้อนหวานเพียงลำพังเนิ่นนานจนน้ำสีขาวขุ่นไหลทะลักออกมาตามนิ้วมือเรียวของเธอ *อ๊า…อะ…!! /เมื่อเธอหมดแรงสติก็พลันกลับมา สนมชูสีรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินหน้าบึ้งออกมาเรียกหาบ่าวกำนันคนนั้นทันที
*ข้าสั่งเจ้าว่าอย่างไรนังโง่/เพลี้ย…เสียงฝ่ามือเรียวกระแทกที่ใบหน้าสาวนางกำนันจนใบหน้าสั่นแดงเป็นริ้วๆขึ้นมาทันที สาวนางกำนันรีบก้มลงกราบร้องขอชีวิตในทันที*บ่าวผิดไปแล้วเพคะพระสนม คือบ่าวไปที่นั่นมาแล้ว แต่องค์ชายสามอยู่ที่ตำหนักของว่าที่พระชายาเอกโดยตลอด บ่าวไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปเพคะ*ห๊ะ…นังขวัญอีกแล้วหรอ ออกไป ออกไปให้หมด ไป…/สนมชูสีแทบคลั่งเพราะรู้สึกว่าตนกำลังจะสูญเสียองค์ชายสามไปแล้วจริงๆ
ที่ตำหนักของพระธิดาขวัญกมลฤดีในตอนนี้ สอมหนุ่มสามกำลังนั่งจ้องตากันเขม็งด้วยความหึงหวงอย่างหนัก เจ้าชายหลิงปู้อี๋จับว่าที่พระชายามานั่งจ้องอยู่แบบนี้มาได้หลายพักแล้ว ขวัญเธอได้แต่ก้มหลบสายตาเขาอยู่แบบนั้น *จะตายมั้ยน๊า…อย่ากัดคอฉันนะตาบ้า…กะอิแค่มองหนุ่มหล่อไปไม่กี่ที /*คราวนี้รู้ถึงความผิดตัวเองหรือยัง…?/คำถามที่แสนเยือกเย็นถูกถามย้ำๆหลายรอบ *เอิ่ม…กะอิแค่เผลอมองคนหล่อไปแค่ทีสองทีเอง ไม่น่าจะมีเอิ่ม…อะ…/*แค่เผลอก็ไม่ได้/เสียงทุ้มหนักแน่นขึ้นอีกระดับ