ตอนที่ 9 : งานเลี้ยงในวัง

1158 Words
ในช่วงของการเปลี่ยนถ่ายอำนาจของอาณาจักรนั้นกิจการงานต่าง ๆ ในราชสำนักจะค่อนข้างวุ่นวาย เหล่าขุนนางต่างก็ทำงานกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด บางครั้งการประชุมที่ท้องพระโรงก็ยืดยาวกันถึงสี่วันห้าวันเลยทีเดียว เจียงจื่อหยางเองเป็นเสนาบดีผู้ตรวจการก็ย่อมมีเรื่องของคดีบ้านเมืองให้จัดการกันวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน เขาจึงจำเป็นต้องอยู่ทำงานจนดึกดื่น บางครั้งก็ถึงขั้นต้องนอนที่สำนักตรวจการเพื่อสะสางงานที่ยุ่งเหยิงให้คลี่คลายโดยเร็ว นี่ก็เป็นวันที่สามแล้วที่เขาไม่ได้กลับไปนอนที่จวน ดังนั้นจึงเป็นสวรรค์ของหวังลี่จวินโดยแท้ที่ไม่ต้องทนเห็นใบหน้าสามีผู้เกรี้ยวกราดและเย็นชาของตนเอง “หนิงชิง เจ้าคิดว่าท่านเสนาบดีจะค้างคืนอยู่ที่สำนักตรวจการอีกกี่วัน” หวังลี่จวินเอ่ยถามสาวใช้ตัวน้อย นางนั่งอยู่ที่เตียงพลางตีขาไปมาอย่างอารมณ์ดี สาวใช้เห็นท่าทางเช่นนี้แล้วก็อมยิ้มมุมปากเอ็นดูเจ้านายสาว “เมื่อเช้าบ่าวคุยกับอวี๋อวี่ที่ดูแลเรื่องเสื้อผ้าของนายท่าน เห็นนางพับเสื้อผ้าไปส่งให้นายท่านสองสามชุดเจ้าค่ะ คาดว่านายท่านน่าจะอยู่ที่สำนักตรวจการอีกสักสี่ห้าวันนะเจ้าคะ” หนิงชิงคิดบางอย่างสักครู่ก่อนจะเอ่ยตอบในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป เพราะนางเห็นสาวใช้ผู้นั้นจัดเตรียมอาภรณ์ให้คนสนิทส่งไปให้ท่านเสนาบดี “งั้นก็ดี ช่วงนี้ข้าจะได้ไม่ต้องกังวลอะไร” หวังลี่จวินได้ยินว่าคนผู้นั้นจะยังมิกลับจวนเร็ว ๆ นี้ก็ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที “ถึงยังไงฮูหยินน้อยก็ต้องไปพบหน้ากับนายท่านอยู่ดีเจ้าค่ะ ข้าน้อยว่าฮูหยินน้อยควรปรับตัวให้เข้ากับนายท่านดีกว่านะเจ้าคะ จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย บ่าวเองก็จะได้สบายใจด้วยเจ้าค่ะ” “ข้าพยายามที่จะปรับตัวเข้าหาเขาแล้ว แต่เจ้าก็ดูที่เขากระทำกับข้าสิ เขาใช้วาจาโหดร้ายกับข้าถึงเพียงนั้น แล้วใครจะอยากคุยกับเขากันล่ะ ข้าขออยู่ห่าง ๆ ดีกว่า” ฮูหยินน้อยแห่งจวนอ๋องพูดอย่างตัดพ้อเป่าปากพรูลมหายใจขึ้นอย่างเสียมิได้ ก็เขาทำตัวแย่กับนางก่อน แล้วไยนางต้องสนใจเขาด้วย อยู่แบบนี้แหละดีแล้ว มิเห็นหน้ากันก็จะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย หนิงชิงได้แต่ลอบทอดถอนใจออกมาโดยไม่รู้ว่าควรที่จะพูดกับเจ้านายของตนต่ออย่างไรดี นางรู้ว่าทั้งนายท่านกับฮูหยินน้อยต่างก็ไม่ยอมกัน หากจะทำให้ทั้งสองรักใคร่กลมเกลียวกันคงจะเป็นเรื่องที่จัดการได้ยากเป็นแน่ .............. ในที่สุดเจียงจื่อหยางก็กลับจวนมาในช่วงบ่ายของวันหนึ่ง หลังจากที่เขาหายไปทำงานรับผิดชอบในหน้าที่อย่างยาวนานเป็นเวลาเก้าวันเต็ม ทว่าที่กลับมาครั้งนี้นั้นเขาไม่ได้กลับมาเพื่อที่จะพักผ่อนแต่อย่างใด เขาเพียงแค่กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เพราะต้องไปงานเลี้ยงสำคัญก็เท่านั้น เนื่องจากคืนนี้จะมีงานเลี้ยงในวังเป็นงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันประสูติขององค์รัชทายาท เสนาบดีเจียงจื่อหยางเองก็ต้องเข้าร่วมงานด้วย เขาจึงต้องกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ให้ดูดีและให้เกียรติองค์รัชทายาทสักหน่อย เจียงจื่อหยางกลับมาที่จวนเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ และได้พบกับหวังลี่จวินด้วย แต่ทว่าก็มิได้สนทนาอันใดกับนาง เพียงแต่หันมาแล้วบังเอิญสบตากับนางก็เท่านั้น จากนั้นจึงรีบเดินออกไปทันที ราวกับว่าหากช้ากว่านี้นางจะขอติดตามเขาไปด้วยอย่างไรอย่างนั้น “ใครอยากจะสนทนากับท่านกันเล่า” หวังลี่จวินบ่นพึมพำ เมื่อเห็นเขารีบเดินออกไปราวกับรังเกียจนางกลัวนางนำเชื้อโรคไปติดเขาอย่างนั้นแหละ งานเลี้ยงภายในวังจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แขกเหรื่อมากมายต่างมาร่วมงานในครั้งนี้ ขุนนางระดับสูงต่างก็นั่งในที่นั่งที่จัดไว้ให้ใกล้ชิดกับฮ่องเต้เพื่อที่จะได้สนทนากันได้สะดวก เจียงจื่อหยางเองก็เช่นกัน เขาเดินไปนั่งที่ที่นั่งของเขาทางฝั่งซ้ายมือของฮ่องเต้ เขามิคิดว่าจะพาฮูหยินที่พึ่งแต่งเข้าจวนมาร่วมงาน เพราะมิอยากวุ่นวายรับส่งดูแลนางกลับจวนอีก เสร็จจากงานเลี้ยงยังมีเอกสารราชการอีกเป็นกองที่เขาต้องกลับไปตรวจสอบที่สำนักตรวจการ การพานางมาด้วยจึงเป็นเรื่องยุ่งยาก สักพักก็มีเหล่าขุนนางแวะเวียนมาพูดคุยกับเขา เรื่องที่สนทนาก็หนีไม่พ้นอยากจะส่งบุตรสาวของตนเองเข้ามาเป็นอนุภรรยาของท่านเสนาบดีรูปหล่อมากบารมีเช่นเคย “ท่านเสนาบดี ปีนี้บุตรสาวข้าก็อายุสิบห้าแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะเข้าพิธีปักปิ่น ข้าเองก็อยากจะให้นางมีสามีที่ดีก็เลยจะมาทาบทามท่านให้นางแต่งเข้าจวนเป็นฮูหยินรองของท่าน ท่านคิดว่าดีหรือไม่” รองเจ้ากรมอาญาหลี่ชางซินกล่าวพลางยิ้มและพยักหน้าให้เจียงจื่อหยางอย่างคาดหวัง “ข้าเพิ่งแต่งภรรยาเอกเข้าจวน ช่วงนี้ไม่เหมาะนักที่จะแต่งภรรยารองเข้ามาอีก ท่านรองเจ้ากรมโปรดเห็นใจด้วย” เจียงจื่อหยางได้ฟังความต้องการของรองเจ้ากรมหลี่แล้วก็รีบปฏิเสธทันที เขายังไว้หน้ารองเจ้ากรมหลี่อยู่บ้าง เพราะยังต้องร่วมงานกันอีกนาน ไม่เช่นนั้นคงได้ไล่ตะเพิดออกจากงานเลี้ยงไปแล้วด้วยความขุ่นเคือง รองเจ้ากรมหลี่พอได้รับคำตอบแล้วก็ล่าถอยกลับไป แต่ก็ยังมิวายมีผู้อื่นมาทาบทามขอส่งบุตรสาวเข้าจวนของเขาอยู่เรื่อย ๆ ทางด้านเจียงจื่อหยางเองก็ปฏิเสธทุกคนกลับไปอย่างนุ่มนวลทั้งที่ในใจกลับเริ่มมีโทสะ แต่ติดที่เขาจะโวยวายในงานเลี้ยงนี้ไม่ได้จะเป็นการหมิ่นเกียรติรัชทายาทเอาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะรับสตรีคนใดเข้าจวนอีกแล้ว ถึงจะส่งบุตรสาวเข้ามามากเท่าไหร่ เขาก็ไม่คิดจะแตะต้องอยู่ดี สงสารสตรีเหล่านั้นที่ต้องมีมลทินเพราะเป็นผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานแล้ว แต่แล้วอย่างไรเล่า ก็เขามิได้นิยมชมชอบพวกนาง จะให้หลับหูหลับตาแตะต้องเขาก็ทำใจมิได้เช่นกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD