จวนตระกูลจ้าว
หลังจากผ่านค่ำคืนวสันต์กว่าเขาจะปล่อยให้นางพักเกือบรุ่งสว่างแล้ว พอเช้าจึงอ่อนเพลียเล็กน้อย แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ต้องตื่นแต่เช้า แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนที่ตื่นเช้ากว่านาง นั่นก็คือเขา เมื่อคืนรังแกนางแทบรุ่งสร่าง
" ท่านแม่ทัพ " หลิงปี้ที่เห็นเขาออกมาแล้วแต่ฮูหยินของนางเล่า
" อย่าพึ่งปลุกฮูหยิน ให้นางพักอีกสักนิดเถิด " พูดจบก็ตรงไปยังลานฝึกซ้อม ตอนนี้ยังเช้าอยู่ เขาทำแบบนี้เป็นประจำ ต้องลุกขึ้นมาฝึกร่างกายทุกเช้า
" เจ้าค่ะ " สองสาวใช้รับคำก่อนที่เจ้าของเรือนจะเดินจากไป
ผ่านไปนานจนตะวันขึ้นมากแล้ว พอได้ยินเสียงดังภายในห้องสาวใช้ทั้งสองจึงได้เปิดประตูเข้าไปและเอ่ยว่า
" ฮูหยินท่านตื่นแล้ว " นางพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะจัดการทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ จึงให้ทั้งสองช่วยแต่งตัว วันนี้นางสวมอาภรณ์สีขาว ทำทรงผมอย่างสตรีออกเรือน
" ขอบใจพวกเจ้ามาก แล้วท่านแม่ทัพเล่า " นางหันไปขอบคุณ และเอ่ยถามคนที่รังแกนางทันทีตั้งแต่ตื่นมานางยังไม่พบเขาเลย
" อยู่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ " หลิงปินเอ่ยบอก หลังจากนั้นพวกนางจึงได้เดินออกไปมุ่งตรงไปโถงหลัก เพื่อคาราวะบิดามารดาของเขา เดินมาถึงทางใกล้เข้าเรือนโถงใหญ่ก็พบเขารออยู่ก่อนแล้ว
" ท่านรองแม่ทัพ " นางพบเขาก็ต้องทำความเคารพ อย่างไรเขาก็อายุมากกว่าและยังเป็นสามีอีกด้วย เขาทำเพียงพยักหน้าแล้วเดินนำไป
โถงหลัก
พอเดินมาถึงก็พบว่านอกจาก ซีซื่อฮูหยินผู้เฒ่า ผู้เป็นย่าของสามี ยังมี พ่อแม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ ส่วนอีกคนนางไม่ได้พบ และไม่รู้จัก นางเป็นสตรีที่งดงามคนหนึ่ง อายุน่าจะมากกว่านางปีหนึ่งกระมัง
" สะใภ้คาราวะ ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ ต้าเกอ พี่สะใภ้เจ้าค่ะ " นางทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งหมด ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า แต่เสิ่นซื่อผู้เป็นมารดาสามีนั่นดูจะไม่ชอบนางเอาเสียเลย
" ลุกขึ้นเถิด " พ่อสามีดูไม่มีอะไร เป็นคนนิ่งขรึม
" ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ " ธรรมเนียมอย่างไรก็คือธรรมเนียม พอทำความเคารพทุกคนเสร็จนางก็ต้องยกน้ำชาคาราวะญาติผู้ใหญ่ของเขา เริ่มจากท่านย่า
" หลานสะใภ้ฝากตัวกับท่านย่าด้วยเจ้าค่ะ ...." หลังจากคาราวะน้ำชาทุกคนเสร็จ ก็ร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน ส่วนสตรีที่นางพบแต่ไม่รู้จักบัดนี้กับนั่งที่ ที่ควรเป็นที่ของฮูหยินน้อยเช่นนาง นางจึงจำต้องไปนั่งอีกฝั่งของสามีแต่จู่ๆ คนที่เงียบมาตลอดกลับเอ่ยขึ้นก่อนที่นางได้นั่งเสียอีก
" อวิ๋นหรง นั่งตรงนี้ไม่เหมาะกระมัง " เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทำให้คนที่พึ่งนั่งลงไปมีสีหน้าเหวอทันทีก่อนจะแสร้งยิ้มแล้วเอ่ยว่า
" จริงด้วย ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ " แต่ในใจกลับมองอีกคนอย่างเชือดเฉือน
" หนิงเออร์ มานั่งตรงนี้เถิด " แต่เขาลุกขึ้นแล้วให้นางไปนั่งแทนที่เขา และเขานั่งอีกข้างแทน จึงเป็น ผู้หญิงที่ชื่ออวิ๋นหรง นาง และเขา
" ย่าลืมแนะนำไปเลย นี่คือ ซืออวิ๋นหรง คุณหนูรองจวนโหว เป็นหลานสาวของแม่สามีเจ้าน่ะ เจ้าก็อย่าได้ถือสานางเลยนะ " ท่านย่าผู้นี้ดูเหมือนจะรู้เจตนาของแม่สามีนางอยู่ก่อนแล้ว แต่คงเพราะคุณหนูรองผู้นี้แม้จะเป็นคุณหนูจวนโหว แต่กลับเกิดจากฮูหยินรอง มีนามว่า เสิ่นอวิ๋นหราน น้องสาวของ มารดาสามีนางนั่นเอง
" หามิได้เจ้าค่ะ พี่หญิงอวิ๋นหรง เป็นคนรู้จักของท่านแม่ ก็เปรียบเหมือนคนในครอบครัว หลานสะใภ้มิกล้ามิพอใจเจ้าค่ะ " คนที่นางไว้ใจได้ในจวนนี้คงมีแต่คนเป็นย่าเท่านั้น นางรู้ดีว่าคนตรงหน้านี้นั้นใจดี
" อืม กินข้าวเถิด " หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มกินข้าว พอกินข้าวเสร็จฮูหยินผู้เฒ่าก็ให้ทุกคนแยกย้ายกันไป ส่วนนางไม่มีอันใดให้ทำก็กลับเรือน แต่ไม่คิดว่าเขาจะตามมาด้วย พอมาถึงเรือนเขาถึงได้เอ่ยว่า
" ต้องขอโทษแทนท่านแม่ด้วย " นางพยักก่อนจะตอบเขาด้วยรอยยิ้มว่า
" ข้าไม่โทษท่านแม่หรอกเจ้าค่ะ ข้ารู้ว่าท่านแม่ต้องการสิ่งใด วางใจเถิดเจ้าค่ะ " นางเอ่ยแค่นั่น นางไม่ต้องการให้เขามองว่านางเป็นคนใจแคบ หากเขาอยากรับภรรยารอง หรืออนุ เรื่องนี้ก็ขั้นอยู่กับเขา