จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ผ่านไปสี่ปีแล้วที่เขาไปออกรบทางเหนือ นางไม่รู้ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง เพราะการสึกยืดเยื้อมานานกว่าสี่ปีแล้ว จดหมายที่เขาส่งมาล่าสุดก็คือเมื่อสามปีก่อน แต่ช่วงนี้กลับไม่มีเลยสักฉบับเดียว นางคลอดบุตรแล้ว เป็นฝาแฝดชายหญิง คนพี่เป็นเด็กชายชื่อ หมิงหนาน คนน้องเป็นผู้หญิงชื่อไป๋เหยา ส่วนพี่สะใภ้ก็คลอดบุตรชายให้ต้าเกอได้สำเร็จ เขาเกิดหลังจากฝาแฝด 4 เดือน
" ท่านแม่ " เด็กชายเห็นมารดาเหม่อลอยอีกแล้ว ท่านแม่มีอาการแบบนี้ทุกครั้ง
" ว่าไงหนานเออร์ หิวหรือ " เด็กน้อยส่ายหน้าน้อยๆ ถึงจะแค่ 4 หนาว เขาไม่เคยเจอพ่อผู้ให้กำเนิดเลยสักครั้งเดียว มีเพียงจดหมายของท่านพ่อที่ส่งมา
" ฮูหยิน ข่าวดีเจ้าค่ะ " หลิงปี้ที่ตอนนี้อายุ 18 แล้ววิ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น
" มีอะไรหลิงปี้เหตุใดจึงเอะอะเช่นนี้ " นางเอ่ยถามคนตรงหน้าที่ยืนยิ้มอยู่
" กองทัพกลับมาถึงเมืองหลวงแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วเจ้าค่ะ " พอได้ยินนางก็ลุกพรวดทันที ในที่สุด 4 ปี เขาก็กลับมาสักที
" ดียิ่งนัก หนานเออร์ เหยาเออร์ ได้ยินหรือไม่ ท่านพ่อกลับมาแล้ว " เด็กสาวตัวน้อยได้ยินก็เอียงคอแล้วถามมารดาว่า
" ท่านพ่อจะรักเหยาเฮอร์หรือไม่ ? " พวกนางไม่เคยพบหน้าบิดาแท้ๆ เลยสักครั้ง
" เหยาเออร์ พูดอันใดน่ะ ท่านพ่อต้องรักพวกเราสิ เราเป็นลูกเขานะ " พี่ชายที่เกิดก่อนเอ่ยบอก เขามักทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินวัย เขาต้องปกป้องท่านแม่และน้องสาว ทั้งชีวิตเขามีแค่สองคนนี้ที่รักเขาและอยู่กับเขา อ่อยังมีท่านย่าทวดด้วย ต่อให้บิดาผู้นั่นไม่รักแล้วอย่างไร ขอเพียงมีท่านแม่ ท่านย่าทวด และน้องสาวก็พอแล้ว
พอบ่าวมารายงานว่าท่านแม่ทัพทั้งสามกลับมาถึงจวนแล้วพวกนางก็ออกไปตอนรับ รวมถึงนางและเด็กๆ ด้วย
หน้าจวน
พอมาถึงหน้าจวนนางก็เห็นหน้าเขาแล้ว ด้านหลังมีรถม้าหนึ่งคัน
" ท่านพี่ยินดีตอนรับกลับบ้า.... " แต่นางยังพูดไม่ทันจบ ก็มีสตรีกับเด็ก น่าจะอายุพอๆ กับบุตรชายบุตรสาวนางลงมาจากรถม้าด้านหลังซึ่งมีการช่วยเหลือจากเขาผู้เป็นสามีของนาง
" ท่านย่า ท่านแม่ นี่อู๋หลิวหลี ฮูหยินของข้า ส่วนคนนี้คือบุตรชายของข้า เจิ้งอี้เฉิง หลีเออร์ นี่คือท่านย่าของข้า ส่วนนี่ท่านแม่ของข้า " เขาแนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รู้จักคนที่กลับมาด้วย ฮูหยินผู้เฒ่ามองนางก่อนจะพยักหน้าให้หลานชายคนเล็ก
" แม่นางท่านนี้คือ ? " พอเขาเห็นนางก็เอ่ยถามออกมาโดยที่ยังมองหน้านางอยู่อย่างมึนงง นั่นเหมือนกับสายฟ้าเส้นที่สองฟาดใส่ยางอย่างจัง
" นางคือ.... " พอเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะบอกนางส่ายหน้า และเอ่ยแนะนำตัวแทน
" ข้าน้อย หลินหนิง คาราวะท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ บังเอิญว่าฮูหยินผู้เฒ่าเป็นสหายกับท่านย่า ทั้งเคยช่วยเหลือข้าน้อยเอาไว้ วันนี้จึงได้พาบุตรชายและบุตรสาวมาเยี่ยมเยือนท่านน่ะเจ้าค่ะ " นางยอบกายทำความเคารพคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยบอก
" เข้าเรือนก่อนเถิด หนิงหนิงไปกับย่า " ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยบอก ก่อนจะเรียกนางไปประคอง นางจึงพยักหน้า
โถงหลัก
พอมาถึงโถงหลักทุกคนนั่งลงแล้ว ตำแหน่งประมุขของจวนตอนนี้คือ ฮูหยินผู้เฒ่า นางกำลังจะเดินไปนั่งที่ของตน แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกนาง และบุตรทั้งสองเอาไว้ในก็นั่งลงด้านข้างนางจึงต้องนั่งลงข้างๆ ท่าน
" เอาล่ะ เมื่อทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว ข้ามีเรื่องจะถามพวกเจ้า มันเกิดอันใดขึ้น เหตุใดหลานชายข้าถึงจำอันใดไม่ได้ ? " นายหญิงผู้เฒ่าเอ่ยถามบุตรชายของตนทันที
" เมื่อสามปีก่อน เหิงเฮอร์ได้รับบาดเจ็บสาหัสขอรับ และความทรงจำก็หายไปเป็นบางช่วง......... " นายท่านของจวนแม่ทัพเอ่ยบอกกับมารดาของตนจนละเอียด ทั้งยังสังเกตสีหน้าของภรรยาคนแรกของบุตรชายคนเล็กไปด้วย อย่างไรนางเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ เป็นธิดาที่ฝ่าบาททรงรักมากที่สุด เพราะพระองค์มีธิดาเพียงสองคน และก็เป็นเพียงสองคนของราชวงศ์เซียวอีกด้วย
" ใช่ขอรับท่านย่า หลิวหลีคือคนที่ช่วยข้าเอาไว้ ข้าจึงแต่งงานกับนางขอรับ " เขาเอ่ยบอก ส่วนเด็กแฝดที่ตลอดมา อยากพบบิดาที่สุด ในตอนนี้เขารู้แล้วบิดาตรงหน้าไม่คู่ควรเป็นบิดาของเขาเลยสักนิดเดียว ส่วนเด็กหญิงที่นั่งข้างพี่ชายตนในตอนนี้น้ำตาคลอแล้วแต่ยังอดได้ กลับจากพูดคุยกันได้สักพัก ฮูหยินผู้เฒ่าก็ให้ทุกคนไปพัก และเรียกคนแซ่อู๋เอาไว้ก่อน
" เอาล่ะพวกเจ้าออกไปก่อน ส่วนแม่นางอู๋ เจ้าอยู่ก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า ระหว่างนี้ข้าจะให้คนรับใช้ไปจัดเรือนให้เจ้า หนิงเออร์ เจ้าก็อยู่ก่อน ส่วนเด็กๆ ซิ่วมามาพาพวกเขาไปเล่นที่สวนเถิด " พอเอ่ยบอกกับทุกคนเสร็จก็ให้มามาคนสนิทพาเด็กเล็กออกไป
" เจ้าค่ะไท่ฮูหยิน ! " เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้วนางจึงสั่งให้ปิดประตูห้อง แล้วจึงหันมาพูดกับคนตรงหน้าทันที
" แม่นางอู๋ เจ้าเป็นคนที่ไหนงั้นหรือ ? " ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถาม
" ข้าเป็นคนเจียงโจวเจ้าค่ะ " นางเอ่ยตอบอย่างสุภาพ
" แล้วบิดามารดาเจ้าเล่าเป็นใคร ? " ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงถามต่อไปเรื่อยๆ
" ท่านพ่อข้าน้อยเป็นนายอำเภอเจียงโจวเจ้าค่ะ แต่ข้าน้อยพอมีวิชาแพทย์อยู่บ้าง และตอนนั้นข้าน้อยบังเอิญพบท่านรองแม่ทัพเจิ้งน้อยบาดเจ็บพอดีจึงได้ช่วยเหลือ " นางก็ยังตอบคำถามที่คนตรงหน้าเอ่ยถาม
" เอาล่ะข้าจะถามเจ้า แล้วเจ้ารู้หรือไม่คนที่นั่งตรงหน้าเจ้าตอนนี้คือใคร ? " ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงถามและลอบสังเกตสีหน้าคนตรงข้ามทันที
" ข้าน้อยมิทราบเจ้าค่ะ มิทราบว่าท่านคือใครงั้นหรอเจ้าค่ะ " นางยังคงเสแสร้งอยู่ ผู้ที่เติบโตมาในวังหลวงเช่นนางมีหรือจะดูไม่ออก
" ข้าขอแนะนำตัวกับคุณหนูท่านนี้สักหน่อย ข้าแซ่เซียว นามว่าหลินหนิง หรือที่ทุกคนเรียกกันก่อนแต่งงานว่า หลินหนิงกงจู่ ช้าคือฮูหยินของรองแม่ทัพน้อยเจิ้ง เจิ้งเหอเทียน " คนตรงหน้าดูเหมือนจะเก็บสีหน้าไม่พอใจเอาไว้ไม่อยู่
" ข้ายืนยันกับเจ้าได้ ก่อนจะไปปราบศัตรูที่แดนเหนือหลายชายคนเล็กข้าแต่งงานแล้ว และคนตรงหน้าเจ้าคือฮูหยินน้อยคนนั่น เรื่องนี้คนในเมืองหลวงล้วนทราบดี หากเจ้าอยากอยู่ที่นี่จริงก็คงเป็นแค่อนุเท่านั้น " ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยบอก
" ท่านแม่ขอรับ / ท่านแม่เจ้าค่ะ ฮึก ฮือ " เด็กสองคนวิ่งเข้ามาทันที
" หนานเออร์ เหยาเออร์ ซิ่วมามา เกิดอันใดขึ้นกับคุณหนู เหตุใดนางจึงร้องไห้ " นางรีบเข้าไปปลอบบุตรสาว และเอ่ยถามทันที ใครบ้างไม่รู้ว่าองค์หญิงใหญ่ปู่นี้รักบุตรมากแค่ไหน
" ปะ...เป็นคุณชายรองอีัเฉิง ผลักคุณหนูล้มเจ้าค่ะ " มามาเอ่ยตามความจริง มาวันแรกก็ทำให้บุตรสาวนางต้องเจ็บตัวเสียแล้ว เห็นทีคงปล่อยไว้ไม่ได้ ' เจิ้ง อี้ เฉิง !! บังอาจนัก '
" ใครก็ได้ ไปพาเด็กคนนั้นเข้ามา !!! " ตอนนี้นางไม่สนใจแล้วว่าใครจะว่ายังไง
" ท่านแม่ ไม่เอาบิดาคนนี้แล้วได้หรือไม่ขอรับ " หมิงหนานบุตรชายคนโตเอ่ยบอกนาง เขานิ่งและมองหน้ามารดาและน้องสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของมารดาด้วยความเจ็บใจที่ช่วยอะไรน้องสาวคนนี้ไม่ได้เลย
" ฮึก ทะ...ท่านแม่ข้าอยากได้บิดาใหม่ ฮือ " ส่วนคนเป็นน้องสาวก็ทั้งร้องไห้และพูดเสียงอู้อี้ในอ้อมกอดมารดา