เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงกลางดึกสงัด พ่อและแม่ของไหมที่นั่งเฝ้าอาการลูกสาวด้วยความอ่อนเพลียก็ผล็อยหลับไปในที่สุด เสียงหายใจแผ่วเบาดังเป็นระยะภายในห้องพักผู้ป่วยอันเงียบเชียบ
แต่สำหรับไหม ความสงบนั้นกลับเป็นเพียงภาพลวงตา เธอนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายรู้สึกถึงบรรยากาศที่กดดันและเย็นยะเยียบอย่างประหลาด ราวกับมีใครบางคนหรือบางสิ่งบางอย่างจ้องมองเธออยู่ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยกัดกินจิตใจจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะหลับตา
ในที่สุด ไหมก็ตัดสินใจลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เธอพนมมือขึ้น สวดมนต์บทที่คุ้นเคย หวังว่าเสียงสวดจะช่วยขับไล่ความหวาดกลัวและนำความสงบมาสู่จิตใจที่กำลังสั่นคลอน แต่แล้ว...
ในขณะที่เธอกำลังท่องบทสวดอยู่นั้นเอง ไฟในห้องก็ดับวูบลงอย่างกะทันหัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ไหมตกใจสุดขีด รีบร้องเรียกพ่อกับแม่ด้วยเสียงที่สั่นเครือ แต่ดูเหมือนท่านทั้งสองจะหลับสนิท ไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธอเลย
ความมืดมิดปกคลุมอยู่เพียงครู่เดียว ไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง และสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไหมในแสงไฟนั้นก็ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ที่ปลายเตียง ร่างกายโปร่งแสงซีดเซียวของผีท้องแก่... ผีอีบัว...
ยืนตระหง่านอยู่ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองมาที่ไหมด้วยความอาฆาตมาดร้าย ปากที่ฉีกกว้างราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง
มันแหกปากร้องเสียงโหยหวนที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท เลือดสีดำข้นไหลทะลักออกมาจากปากและดวงตา หยดลงสู่พื้นห้องเป็นทางยาว กลิ่นคาวคลุ้งรุนแรงจนไหมแทบอาเจียน
ภาพที่เห็นนั้นน่าสยดสยองเกินกว่าที่เธอเคยจินตนาการได้... ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาตลอด กำลังปรากฏกายขึ้นจริงต่อหน้าต่อตา...
ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไหมกระชากสายน้ำเกลือที่แทงอยู่บนหลังมือออกอย่างแรง เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนสีขาวเป็นวงกว้าง ความเจ็บปวดแล่นริ้ว
แต่ความกลัวนั้นมีมากกว่า เธอรีบคว้าหูโทรศัพท์ข้างเตียงเพื่อเรียกพยาบาลด้วยมือที่สั่นเทา แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา มันเงียบสนิทราวกับสายถูกตัดขาด
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!" ไหมอุทานด้วยความตื่นตระหนก เธอหยิกแขนตัวเองแรงๆ เพื่อให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือความจริง ความน่ากลัวที่จับต้องได้กำลังเกิดขึ้นกับเธอตรงหน้า
ไหมหันไปเขย่าตัวพ่อและแม่อย่างแรง เรียกท่านทั้งสองด้วยเสียงที่สั่นเครือ "พ่อคะ! แม่คะ! ตื่นเถอะค่ะ! ช่วยไหมด้วย!!" แต่กลับไม่มีวี่แววว่าท่านจะรู้สึกตัว ราวกับถูกสะกดให้นิทรารมณ์ ไหมหมดหนทาง จึงตัดสินใจวิ่งตรงไปยังประตูห้องพักผู้ป่วยเพื่อจะหนีออกไปข้างนอก
เมื่อเปิดประตูออกไป สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้ความหวาดกลัวทวีคูณขึ้นไปอีก บริเวณทางเดินที่ปกติพลุกพล่านไปด้วยพยาบาลและผู้ป่วย กลับเงียบสนิทและมืดมิดราวกับเป็นสถานที่ร้าง ไม่มีใครสักคน
แม้แต่เสียงใดๆ ก็ไม่ได้ยิน ไหมตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือสุดเสียง น้ำตาไหลอาบแก้มราวคนเสียสติ "ช่วยด้วยค่ะ! ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย!" เสียงของเธอแผ่วหายไปในความเงียบที่น่าขนลุก
"นี่สินะ... ที่เขาเรียกว่าผีบังตา..." ไหมพึมพำกับตัวเองด้วยความสิ้นหวัง เธอถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ถูกกักขังอยู่ในห้วงแห่งความน่าสะพรึงกลัวนี้เพียงลำพัง... อีบัว... มันกำลังเล่นงานเธออย่างแน่นอน...
ไหมวิ่งหนีสุดชีวิตอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวผลักดันให้เธอวิ่งต่อไปโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังวิ่งไปที่ไหนของโรงพยาบาล
รู้สึกเพียงต้องหนีให้พ้นจากความน่าสะพรึงกลัวนั้น จนกระทั่งเท้าของเธอหยุดชะงัก เมื่อสัมผัสได้ถึงลมเย็นที่พัดโชยมาแรงกว่าปกติ
เธอเงยหน้ามองไปรอบๆ และต้องตกตะลึงจนแทบทรุดลงกับพื้น เธอไม่รู้ตัวเลยว่าวิ่งขึ้นมาถึงดาดฟ้าของตึกสูงแห่งนี้ ขอบปูนซีเมนต์ต่ำๆ กั้นอยู่เบื้องหน้า มองลงไปเห็นพื้นดินเบื้องล่างเล็กจิ๋วราวของเล่น ความสูงของตึกสิบสองชั้นทำให้เธอรู้สึกหน้ามืดคล้ายจะตกลงไป
ไหมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที ขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมไปทั่วแผ่นหลัง เธอเกือบจะก้าวพลาดตกลงไปแล้ว
ในความเงียบวังเวงบนดาดฟ้า เสียงยะเยือกที่ทำให้ขนหัวลุกก็ดังขึ้น อีบัวค่อยๆ ปรากฏร่างเดินเข้ามาหาไหมอย่างช้าๆ เลือดสีดำข้นและหนองไหลเยิ้มออกมาจากบาดแผลทั่วร่างกาย ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แม้แต่ลมที่พัดมาก็ยังพัดพากลิ่นเหม็นนั้นมาแตะจมูกไหมจนเธอแทบอาเจียน
"มึงโดดลงไปสิ..." เสียงแหบพร่าของอีบัวกระซิบข้างหูไหม ราวกับเสียงลมที่พัดผ่าน "จะได้ตายเป็นเพื่อนกู... ตายไปอยู่ด้วยกัน..."
"ปล่อยฉัน!" ไหมตะโกนสุดเสียง พยายามถอยหนีให้ห่างจากผีร้าย แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับขอบปูนเย็นเยียบ "ฉันไปทำอะไรให้แก! แกถึงตามมาหลอนหลอกฉันถึงขนาดนี้!" น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความหวาดกลัวและสับสน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้...
อีบัวหัวเราะเสียงเย็นเยียบ ก้องกังวานอยู่ในความเงียบของดาดฟ้า ก่อนจะค่อยๆ ยกมืออันซีดเซียวขึ้น แหวกช่องท้องที่บวมเป่งของตนเองออกอย่างช้าๆ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไหมนั้นช่างน่าสยดสยองจนแทบกลั้นหายใจ ลูกในท้องที่ควรจะเป็นทารกน้อยน่ารัก กลับมีรูปร่างบิดเบี้ยว ผิวหนังเหี่ยวย่น ดวงตากลมโตสีแดงก่ำจ้องมองมาที่ไหมอย่างอาฆาต
เด็กผีตนนั้นคลานออกมาจากท้องแม่ด้วยความรวดเร็ว ผิดกับสภาพร่างกายที่ดูอ่อนแอ มันเคลื่อนที่อย่างน่าประหลาด พุ่งตรงเข้ามาหาไหมด้วยความเร็วสูง ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ท้องของเธออย่างจัง
ไหมกรีดร้องสุดเสียงด้วยความตกใจสุดขีด ร่างกายเสียหลักหงายหลังพลัดตกลงจากขอบดาดฟ้า ความรู้สึกหวาดเสียวแล่นปราดไปทั่วร่าง เธอหลับตาปี๋ น้ำตาไหลทะลักออกมา ยังไงเสียครั้งนี้เธอคงไม่รอดแล้ว ลาก่อนทุกคนที่รัก...
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตายนั้นเอง ใบหน้าของผู้ชายคนนั้น... คนที่เคยปรากฏในฝันร้ายครั้งแรก... ก็แวบเข้ามาในความคิดของเธออย่างชัดเจน ความหวังเล็กๆ น้อยๆ ผุดขึ้นมาในใจอย่างไม่น่าเชื่อ "ช่วยฉันด้วย..." เธอพร่ำภาวนาในใจ
ทันใดนั้นเอง ไหมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน อ้อมกอดที่อบอุ่นและมั่นคงอย่างประหลาด ความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แม้เธอจะพยายามลืมตาขึ้นมามองหน้าผู้ที่ช่วยเธอไว้ แต่เปลือกตากลับหนักอึ้งจนไม่สามารถเปิดขึ้นได้
ต้องเป็นเขาแน่ๆ... เขา... ผู้ชายคนนั้น...คนที่เคยเข้ามาช่วยเหลือเธอจากฝันร้ายในคราแรก... เขามาช่วยเธออีกครั้ง... ในความเป็นจริง...
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโรงพยาบาลในยามวิกาล ไฟสีแดงกระพริบวูบวาบสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่ยังคงอยู่ในอาคาร
พ่อและแม่ของไหมที่นอนหลับอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เมื่อเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยออกไป ก็ได้ยินเสียงพยาบาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งวุ่น พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานว่ามีคนกระโดดตึก
หัวใจของทั้งสองร่วงหล่นวูบ เมื่อหันกลับมามองที่เตียงคนไข้ก็ไม่พบร่างของลูกสาว มีเพียงคราบเลือดสีแดงสดไหลเป็นทางยาวจากเตียงไปยังพื้นห้อง
บ่งบอกถึงเหตุการณ์ร้ายแรงที่เพิ่งเกิดขึ้น มือไม้สั่นเทา พ่อรีบคว้าโทรศัพท์โทรหาแพรด้วยน้ำเสียงร้อนรน ขณะที่แม่ก็แทบทรุดลงกับพื้นด้วยความเสียใจและหวาดกลัว ทั้งสองรีบวิ่งไปยังจุดเกิดเหตุตามเสียงประกาศ
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้น้ำตาของทั้งคู่ไหลพราก ไหมนอนหมดสติจมกองเลือดอยู่บนพื้นด้านล่างจริงๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งเล่าด้วยท่าทางตกใจว่าเห็นไหมกำลังจะกระโดดลงมา เขาพยายามตะโกนห้ามปรามอย่างไรเธอก็ไม่ฟัง ราวกับอยู่ในภวังค์
บุรุษพยาบาลและนางพยาบาลต่างรีบวิ่งเข้ามายังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาช่วยกันประคองร่างที่ไร้สติของไหมขึ้นเปล ก่อนที่จะเข็นร่างที่จมกองเลือดของเธอไปยังห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน
นานนับชั่วโมงที่พ่อกับแม่ของไหมนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกระวนกระวายใจ ความเงียบที่ยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์สร้างความทรมานให้กับทุกคน จนกระทั่งประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก และคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ญาติของคุณไหมใช่ไหมครับ" คุณหมอเอ่ยถาม
"ใช่ค่ะ/ครับ ลูกสาวดิฉันเป็นยังไงบ้างคะ/ครับ" พ่อและแม่ของไหมรีบถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ ไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิตแต่อย่างใด" คุณหมอกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ
คำพูดของคุณหมอสร้างความงุนงงให้กับทุกคน รปภ. ที่เห็นเหตุการณ์กับตาถึงกับอุทานออกมา "แต่ผมเห็นกับตาว่าเธอกระโดดลงมาจากชั้นสิบสองนะครับคุณหมอ!"
คุณหมอเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า "อาจจะเป็นปาฏิหาริย์ก็ได้ครับ ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องพักฟื้นเพื่อดูอาการต่อไป"
ทิ้งไว้เพียงความสงสัยและความประหลาดใจให้กับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์... ไหมรอดชีวิตจากการตกจากตึกสูงได้อย่างไร... มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินกว่าจะอธิบายได้...
#มนต์ดำร่ายรักเสน่หา
เชื่อเรื่องผีบังตาหรือไหม....คนไม่เคยย่อมไม่เชื่อพอเข้าใจ.. แต่จะบอกให้รู้ไว้ในขนาดที่เราใช้ชีวิตในโลกนี้พวกมันก็แวกว่ายในสถานที่ที่เราอยู่เช่นกัน.....
ถ้าเป็นทุกคนเจอสถานการณ์แบบนี้จะทำยังไงกันค่ะ ถ้าเป็นไรท์คงไม่กล้าวิ่งหนีแต่เลือกที่จะนั่งหลับตาเพื่อไม่ให้เห็นสถานการณ์ตรงหน้าตายไปเลยหรือไม่คงสลบตายไปเลย