ตอนที่ 4 สิ่งแปลกๆ เริ่มเข้ามา

1601 Words
"ไหม กินไรมายัง ฉันซื้อกาแฟกับขนมปังมาให้กิน แกนะไม่ชอบกินข้าวเช้า" แพรวางแก้วกาแฟร้อนๆ และถุงขนมปังลงบนโต๊ะทำงานของไหมด้วยความเป็นห่วง "ขอบใจมากนะแพร" ไหมยิ้มให้เพื่อนสนิท "มันชินแล้วแก ไม่ค่อยหิวตอนเช้า" "เห้ย!! ไหม คอแกไปโดนอะไรมา เหมือนรอยอะไรรัดคอเลย" แพรสังเกตเห็นรอยแดงจางๆ บนลำคอของไหมขณะที่ยื่นกาแฟให้ เธอรีบถามด้วยความตกใจ "อ๋อ ว่าจะเล่าให้แกฟังอยู่คืองี้ เมื่อคืนฉันฝันเห็นคนท้องแก่ว่ะแก น่ากลัวมาก ในฝันเขาด่าหาว่าฉันไปแย่งผัวชาวบ้าน แถมยังทำร้ายร่างกายฉันอีก มันเหมือนจริงมากเลยนะแพร นี่แกดู พูดแล้วยังขนลุก" ไหมลูบคอตัวเองเบาๆ พลางเล่าฝันร้ายให้เพื่อนฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "น่ากลัววะ ผู้หญิงท้องแก่..." แพรฟังอย่างตั้งใจ ใบหน้าเริ่มซีดลงเล็กน้อย "ผีแก ผีผู้หญิงท้องแก่ หน้าตามันน่ากลัวมาก กลิ่นนี้สาปเหม็นติดจมูกเลย ฉันไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือความฝัน" ไหมยังคงรู้สึกหวาดผวาเมื่อนึกถึงรายละเอียดในความฝัน "ขอให้ฝันร้ายกลับกลายเป็นดีนะแก วันไหนว่างไปทำบุญกันนะ" แพรจับมือไหมเบาๆ ส่งกำลังใจให้เพื่อน "ขอบใจแกมากนะแพร เออ ลืมๆ ในความฝันตอนที่ฉันเหมือนจะขาดใจตาย อยู่ๆ ก็มีแสงสว่างวาบ แล้วก็มีผู้ชายหน้าตาโคตรหล่อเลยแก เขามาช่วยฉันเอาไว้" ไหมเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับกำลังนึกถึงภาพนั้นอีกครั้ง "เหรอ แล้วไงต่อ?" แพรเลิกคิ้วสูงด้วยความสนใจ ใครกันที่มาช่วยไหมในฝัน? "ฉันก็สะดุ้งตื่นก่อนไง" ไหมตอบพลางถอนหายใจเบาๆ "แต่ฉันจำหน้าตาเขาได้แม่นเลยนะแก หน้าตาดีแบบ... บอกไม่ถูกอ่ะ ลักษณะดูแล้วขลังๆ เหมือนคนมีพลังเวทย์อะไรประมาณนั้น อีกอย่างแววตาดุดูเย็นชามากๆ เลย" เธอนึกถึงดวงตาคมกริบคู่นั้นที่ปรากฏในความฝัน มันทั้งน่าเกรงขามและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน "ดีแล้วล่ะที่เป็นแค่ความฝัน" แพรตบบ่าไหมเบาๆ อีกครั้ง "บางทีแกอาจจะเครียดเรื่องงานหรือเรื่องแต่งงานมากไปก็ได้ จนเก็บไปฝันร้ายน่ะ งั้นไปทำงานกันเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยกันต่อช่วงพักเที่ยง" แพรไม่อยากให้ไหมคิดมากกับแค่ความฝัน "อืม" ไหมพยักหน้าเห็นด้วย แม้ในใจจะยังคงรู้สึกแปลกๆ กับความฝันนั้นอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนเป็นห่วง เธอก็ไม่อยากแสดงความกังวลออกมาอีก "ไปทำงานกันเถอะ" ทั้งสองสาวลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เดินไปยังโต๊ะของตัวเองเพื่อเริ่มงานในวันใหม่ แต่ในใจของไหม ฝันร้ายเมื่อคืนและใบหน้าของผู้ชายปริศนาคนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ไม่จางหาย... เธอไม่รู้เลยว่าความฝันอันน่าสะพรึงกลัวนั้น อาจจะไม่ใช่แค่ภาพลวงตาที่เกิดจากจิตใต้สำนึกของเธอเท่านั้น... "แพรเที่ยงแล้วไปพักกินข้าวกัน" ไหมเอ่ยชวนเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มบางๆ แม้ในใจจะยังคงมีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับภพ "เค รอแป๊บนะแก ฉันเอาของก่อน" แพรพยักหน้า เก็บเอกสารบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว "กินร้านเดิมเนาะแก ร้านป้าข้างออฟฟิศอ่ะ" ไหมเสนอร้านอาหารเจ้าประจำที่พวกเธอชอบไปทานด้วยกัน "ได้ๆ ตามใจแกเลยไหม" แพรตอบอย่างง่ายๆ เธอรู้ว่าไหมชอบทานอาหารร้านนั้น จากนั้นทั้งสองสาวก็เดินออกจากออฟฟิศไปยังร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก พวกเธอสั่งอาหารจานโปรดแล้วนั่งรอด้วยกัน ในขณะที่รออาหารมาเสิร์ฟ ไหมก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง เธอตัดสินใจโทรหาภพอีกครั้งด้วยความไม่สบายใจ แต่โทรศัพท์ดังอยู่ไม่นานก็ถูกตัดสายทิ้ง "ไหม แกเป็นอะไร สีหน้าไม่ดีเลย" แพรสังเกตเห็นท่าทางกระวนกระวายของเพื่อน "ฉันโทรหาภพนะสิแก ปกติเขาไม่เคยตัดสายฉันทิ้งเลยนะ" ไหมพูดด้วยน้ำเสียงกังวลอย่างเห็นได้ชัด "แล้วภพอยู่ไหน ทำไมถึงไม่รับสายแก" แพรขมวดคิ้วถาม "ยังอยู่บ้านพ่อกับแม่ เมื่อเช้าภพส่งข้อความมาบอกว่าพ่อกับแม่รู้เรื่องที่เขาขอฉันแต่งงานแล้ว พวกท่านจะรีบหาวันดีๆ เพื่อจะมาสู่ขอ" ไหมเล่าตามที่ภพบอกไว้ "งั้นแกก็อย่าคิดมากเลย เขาอาจจะกำลังคุยกับพ่อแม่อย่างจริงจังอยู่ก็ได้ สัญญาณอาจจะไม่ดี หรือแบตหมดรึเปล่า" แพรพยายามหาเหตุผลมาปลอบใจเพื่อน "อืม ฉันก็คิดแบบแกแหละ" ไหมพยายามคล้อยตาม แต่ความรู้สึกแปลกๆ ในใจก็ยังไม่จางหายไป "กินข้าวเถอะ กับข้าวมาแล้วแกไม่ต้องคิดมากนะ" แพรพูดเมื่ออาหารที่สั่งถูกนำมาวางตรงหน้า "แกต้องเตรียมตัวให้พร้อมจะเป็นเจ้าสาวทั้งที ห้ามผอม ห้ามอ้วน แล้วก็ห้ามโทรมเด็ดขาด เข้าใจไหม!" แพรพูดติดตลก พยายามดึงความสนใจของไหมออกจากเรื่องภพ "แกนี่ยิ่งกว่าแม่ฉันอีกนะเนี่ย" ไหมหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทางโอเวอร์ของเพื่อน "ฮ่าๆ ทำไงได้ ใครใช้ให้แกเป็นเพื่อนรักฉันล่ะ รีบๆ กินเลย" แพรยิ้มกว้าง ตักข้าวใส่จานให้ไหมอย่างเอาใจใส่ แม้ภายนอกจะดูร่าเริง แต่ในใจของแพรก็อดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้เช่นกัน... ขณะที่ไหมกลับเข้ามานั่งทำงานที่โต๊ะได้ไม่นาน จู่ๆ ก็มีข้อความแปลกประหลาดส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเธอ ข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ [ เธอใช่ไหมแฟนของภพ ] ไหมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ใครกันที่ทักมาแบบนี้ เธอพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความระมัดระวัง [ ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร ] ข้อความตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ราวกับอีกฝ่ายกำลังรอคอยอยู่ [ เดี๋ยวเธอก็ได้รู้ แล้วเธอคบกับเขามานานแค่ไหน ] ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของไหม ทำไมคนแปลกหน้าถึงถามเรื่องส่วนตัวของเธอเกี่ยวกับภพ เธอรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี [ สองปีแล้วค่ะ และฉันคิดว่าฉันไม่ควรจะตอบอะไรคุณได้มากกว่านี้เพราะฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร ] ไหมตัดสินใจตอบเพียงสั้นๆ และพยายามตัดบทสนทนา เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนที่ไม่รู้จัก หัวใจของไหมเริ่มเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ความสงสัยและความกังวลเริ่มปะปนกัน เธอพยายามคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนของภพที่แกล้งเล่น แต่เนื้อหาของข้อความกลับดูจริงจังและน่าสงสัยมากกว่านั้น ใครกันที่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับภพ และต้องการอะไรจากเธอ... ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นริ้วไปทั่วสันหลังของไหมอย่างไม่มีสาเหตุ... หลังจากเลิกงาน ไหมกลับถึงคอนโดด้วยความเหนื่อยล้า เธอจัดการธุระส่วนตัวในห้องพักตามปกติ เก็บกวาดห้องให้เรียบร้อย จัดเสื้อผ้า และทำอาหารง่ายๆ ทานคนเดียวพลางเปิดโทรทัศน์ดูรายการโปรดไปเรื่อยเปื่อย ความเงียบภายในห้องทำให้เธอรู้สึกเหงาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อถึงเวลาเข้านอน ไหมก็เข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายและบำรุงผิวพรรณ เธอค่อยๆ ทาครีมประทินโฉมบนใบหน้าอย่างเบามือ หวังว่าผิวพรรณจะสดใสขึ้น ในขณะที่กำลังนวดครีมอยู่บนแก้มเบาๆ เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้น ไหมรีบวางขวดครีมแล้วเดินไปรับโทรศัพท์ เมื่อเห็นว่าเป็นสายจากภพ เธอก็กดรับด้วยความดีใจ "ฮัลโหลค่ะภพ" ไหมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบสนิท ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดมาจากปลายสาย "ที่รัก คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมเงียบๆ ภพ ไหมไม่ได้ยินเสียงภพเลย" ไหมถามด้วยความเป็นห่วง เธอพยายามฟังเสียงลมหายใจหรือเสียงรบกวนใดๆ จากอีกฝั่ง แต่ก็ยังคงเงียบกริบ ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของไหม เธอเรียกชื่อภพซ้ำๆ ด้วยความร้อนรน "ภพ... ไหมไม่ได้ยินเสียงภพเลยนะคะ ตอบไหมหน่อยสิคะ" แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ไหมใจหายวาบก็เกิดขึ้น เมื่อสายโทรศัพท์ถูกตัดไปอย่างกะทันหัน หน้าจอโทรศัพท์ดับวูบลงในมือของเธอ "หรือว่าสัญญาณไม่ดี..." ไหมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าอาจจะเป็นปัญหาทางเทคนิค แต่ความรู้สึกสังหรณ์ใจที่ไม่ดีกลับเริ่มกัดกินจิตใจของเธออย่างช้าๆ... ทำไมภพถึงโทรมาแล้วไม่พูดอะไรเลย แล้วทำไมถึงตัดสายทิ้งไปแบบนั้น... ความสงสัยและความกังวลเริ่มทวีคูณขึ้นในใจของไหมจนยากจะควบคุม... #มนต์ดำร่ายรักเสน่หา กรรมย่อมระงับด้วยการปล่อยวาง..หากคุณปล่อยวางแต่เจ้ากรรมคุณไม่ปล่อยเล่า...คุณคิดว่าการใช้ชีวิตบนโลกโดยมีเจ้ากรรมตามติดโดยที่คุณมองไม่เห็นจะเป็นเช่นไร... ทุกคนฝากแวะมาอ่านกันเยอะๆ นะคะ ได้โปรดไรท์อย่างได้ยอดวิวเยอะๆ กับเขามั่ง555ขอบคุณน้า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD