ตอนที่ 19 พลังมืดตีกลับ

1516 Words
ทันใดนั้นเอง ร่างโปร่งแสงของผีอีบัวก็ปรากฏขึ้นขวางหน้ารถอย่างกะทันหัน ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมาด้วยความอาฆาตและเกลียดชัง ไอ้แหลมที่กำลังขับรถมาด้วยความเร็วต้องเหยียบเบรกจนตัวโก่ง โชคดีที่รถไม่เสียหลักพลิกคว่ำ"มึงเป็นใคร! ถึงกล้ามาช่วยนางนี่อยู่หลายครา!" เสียงแหลมสูงของผีอีบัวตวาดลั่น ก้องกังวานอยู่ในความเงียบสงัด ขุนศึกจ้องมองวิญญาณร้ายตรงหน้าด้วยสายตาที่เยือกเย็นและทรงพลัง "เป็นแค่สัมภเวสี... แล้วมึงมีสิทธิ์อะไรมาถามกู? กลับไปหาเจ้านายของมึงซะ ก่อนที่กูจะจับมึงถ่วงน้ำให้ดับสิ้น!" น้ำเสียงของขุนศึกเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว "หึ! กูไม่กลัวมึงหรอก! ปล่อยอีผู้หญิงคนนั้นมา! กูจะฆ่ามันให้ตายตกตามกัน!" ผีอีบัวแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว แสดงความมุ่งมั่นที่จะทำร้ายไหมอย่างไม่ลดละ... บรรยากาศรอบรถยนต์พลันตึงเครียดและเต็มไปด้วยพลังงานด้านลบที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ... การเผชิญหน้าครั้งนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว... ขุนศึกต้องปกป้องไหมและเพื่อนของเธอให้พ้นจากเงื้อมมือของวิญญาณร้ายตนนี้... ขุนศึกหลับตาลงเล็กน้อย รวบรวมสมาธิและพลังจิตทั้งหมด ก่อนจะเริ่มสวดคาถาบทหนึ่งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและก้องกังวาน พลังอำนาจที่แฝงอยู่ในแต่ละคำสวดนั้นค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา ราวกับคลื่นพลังที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ถึงความรุนแรง เมื่อสิ้นเสียงคาถา ขุนศึกก็เป่าพลังทั้งหมดที่รวบรวมไว้ไปยังร่างโปร่งแสงของผีอีบัว ทันทีที่พลังนั้นปะทะเข้ากับร่างของวิญญาณร้าย ผีอีบัวก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส ร่างกายของมันบิดเบี้ยว สั่นกระตุกอย่างรุนแรง ราวกับถูกไฟนรกแผดเผา ไม่ใช่แค่ผีอีบัวเท่านั้น เหล่าวิญญาณร้ายตนอื่นๆ ที่รายล้อมอยู่รอบรถยนต์ก็ได้รับผลกระทบจากคาถาอันทรงพลังนี้เช่นกัน พวกมันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด บ้างก็ดิ้นทุรนทุราย บ้างก็สลายกลายเป็นไอสีดำจางหายไปในอากาศ ความน่าสะพรึงกลัวที่เคยปกคลุมบริเวณนั้นค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับพลังอำนาจของไสยเวทขาวที่ขุนศึกปลดปล่อยออกมา... บัดนี้... หนทางข้างหน้าเริ่มเปิดโล่งอีกครั้ง... แต่พวกเขาต่างก็รู้ดีว่า... การต่อสู้กับอำนาจมืดยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ... พลังอำนาจจากคาถาของขุนศึกนั้นแผ่ขยายไปไกลเกินกว่าที่ใครคาดคิด มันทะลุทะลวงมิติแห่งวิญญาณ ตรงไปยังบ้านหลังใหญ่อันเป็นที่พำนักของแม่หมอชั่วร้ายที่กำลังควบคุมเหล่าภูตผี ทันทีที่พลังนั้นปะทะเข้า แม่หมอก็รู้สึกถึงแรงกระแทกอย่างรุนแรง ราวกับถูกค้อนขนาดใหญ่ฟาดเข้าที่กลางอก เธอทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกจากปากของเธอ แต่ด้วยไสยเวทอันแก่กล้า แม่หมอได้ทำพิธีเลี้ยงสัตว์ไว้หลายชนิด เพื่อเป็นเครื่องสังเวยและรับเคราะห์กรรมแทนตน ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง สัตว์เหล่านั้นก็ปรากฏกายขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกมันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ก่อนที่พลังจากคาถาของขุนศึกจะเข้าปะทะร่างของพวกมันโดยตรง ร่างของสัตว์เหล่านั้นบิดเบี้ยว สั่นกระตุกอย่างรุนแรง ขนสีดำสนิทร่วงหลุดออกมาเป็นกระจุก ดวงตาสีแดงก่ำเบิกโพลงด้วยความทรมาน ก่อนที่ร่างของพวกมันจะค่อยๆ สลายกลายเป็นไอสีดำจางหายไปในอากาศอย่างน่าเวทนา แม่หมอมองภาพนั้นด้วยแววตาที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกผิด แม้สัตว์เหล่านั้นจะภักดีและคอยปกป้องเธอมาโดยตลอด แต่ในยามคับขัน เธอก็พร้อมที่จะสละชีวิตของพวกมันเพื่อรักษาชีวิตของตนเองไว้ ความชั่วร้ายและความเห็นแก่ตัวของนางนั้นหยั่งรากลึกจนยากจะเยียวยา... ส่วนเคราะห์กรรมที่สัตว์เหล่านั้นได้รับไปนั้น... ช่างน่าสงสารและน่าเวทนายิ่งนัก... พวกมันเป็นเพียงเครื่องมือในการดำรงอยู่ของความชั่วร้าย... และต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ... แม่หมอที่ทรุดฮวบอยู่กับพื้นดินในบ้านอันมืดมิด เค้นเสียงถามด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคือง ดวงตาที่เคยคมกริบกลับพร่าเลือนไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอจ้องมองไปยังทิศทางที่พลังอำนาจนั้นแผ่มาจากด้วยความสงสัยระคนหวาดหวั่น "มึงเป็นใคร... กูอยากจะรู้นัก! ทำไมถึงมีวิชาแก่กล้าถึงเพียงนี้!" เสียงแหบพร่าของนางสั่นเครือ ราวกับคนกำลังจะขาดใจ แผนการที่แม่หมอวางไว้แต่แรกคือการค่อยๆ บั่นทอนชีวิตของไหมอย่างช้าๆ ทรมานเหยื่อให้ถึงที่สุดก่อนที่จะปล่อยให้ตายลงอย่างน่าเวทนา แต่ใครจะคาดคิดว่าจะมีผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหญิงสาวผู้นี้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือผู้ที่เข้ามาขัดขวางแผนการของเธอกลับมีพลังอาคมที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอเคยเจอมา ความแค้นและความพยาบาทเริ่มกัดกินหัวใจของแม่หมออย่างรุนแรง เธอไม่เพียงต้องการกำจัดไหมให้พ้นทางรักของรินเท่านั้น แต่ยังต้องการที่จะกำจัดขุนศึก... บุคคลลึกลับผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า... ที่กล้าดีมาขัดขวางแผนการอันชั่วร้ายของเธอ... เธอจะต้องหาทางตอบโต้... เธอจะต้องทำให้พวกมันได้รับผลกรรมที่บังอาจมาท้าทายอำนาจของเธอ... ความมืดมิดในจิตใจของแม่หมอเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง... พร้อมกับแผนการอันชั่วร้ายที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าเดิม... ในที่สุด รถยนต์สีดำสนิทก็แล่นเข้าไปจอดสนิทภายในบริเวณบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวครึ้ม แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมากระทบหลังคาเรือนไม้สักสีเข้ม ดูสงบเงียบและร่มเย็นเป็นอย่างยิ่ง ขุนศึกดับเครื่องยนต์ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก การเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและอุปสรรคได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างปลอดภัย ไอ้แหลมรีบลงจากรถไปเปิดประตูให้แพรที่ประคองร่างไร้สติของไหมออกมาอย่างระมัดระวัง ขุนศึกเดินนำทุกคนไปยังตัวเรือน ยกมือไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าบันไดด้วยความเคารพ ก่อนจะพาทุกคนเข้าไปภายในบ้านที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ก็ดูสง่าและมีมนต์ขลัง ภายในเรือนไทยอากาศเย็นสบายและเงียบสงบ แสงตะเกียงที่จุดไว้ตามมุมต่างๆ ส่องสว่างอย่างนุ่มนวล พ่อและแม่ของไหมที่มาถึงก่อนหน้านี้ด้วยความช่วยเหลือของตำรวจ ต่างก็ยืนรออยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและความหวัง เมื่อเห็นไหมถูกพาเข้ามา ทั้งสองก็รีบเข้ามาดูอาการลูกสาวด้วยความเป็นห่วง ขุนศึกมองหน้าไหมด้วยความรู้สึกเห็นใจและอยากช่วยเหลือ การเดินทางที่ผ่านมานั้นยากลำบาก แต่พวกเขาก็สามารถพาเธอมาถึงที่นี่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำพิธีรักษาและเรียกขวัญ เพื่อดึงดวงจิตของเธอกลับคืนสู่ร่าง และต่อสู้กับอำนาจมืดที่ยังคงคุกคามเธออยู่... ที่นี่... ในบ้านเรือนไทยอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้... คือที่มั่นสุดท้ายและความหวังเดียวของพวกเขา... บริเวณบ้านเรือนไทย ไอ้ชาติ ลูกศิษย์คนสนิทอีกคนของขุนศึกที่รอคอยอยู่ก่อนแล้ว ก็รีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับด้วยความเป็นห่วง "พี่ขุนเป็นจั่งได่แหน่ครับ? เดินทางปลอดภัยดีบอครับ?" ไอ้ชาติเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย มองไปยังร่างไร้สติของไหมที่แพรกำลังประคองออกมาจากรถด้วยความเป็นห่วง "ไอ้ชาติ! มึงฟ่าวเตรียมของทำพิธีให้ข้าที!" ขุนศึกสั่งการด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ "ทำพิธีอีหยังหรือครับพี่? ผมจั่งสิได้จัดเตรียมให้มันถูกต้อง" ไอ้ชาติถามด้วยความสงสัย "เรียกขวัญ!" ขุนศึกตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น "ไอ้ชาติ เร็วๆ เด้อ! เฮาต้องรีบทำพิธีก่อนเที่ยงคืน! ก่อนเที่ยงคืนต้องดึงขวัญคุณไหมกลับมาให้ได้!" ขุนศึกกำชับอีกครั้ง มองนาฬิกาข้อมือด้วยความกังวล พ่อ แม่ และแพรที่ได้ยินขุนศึกพูดเช่นนั้น ต่างก็ใจคอไม่ดี ใบหน้าซีดเผือดด้วยความกังวลอย่างยิ่ง "ไอ้แหลม เอ็งช่วยข้าหน่อย!" ขุนศึกหันไปเรียกไอ้แหลมที่เพิ่งลงจากรถ "ได้ครับพี่! ให้ผมซ่อยหยังครับ?" ไอ้แหลมขานรับทันที "ยกแคร่ช่วยข้า!" ขุนศึกสั่งการด้วยความเร่งด่วน... เวลาเหลือน้อยเต็มที... การเรียกขวัญไหมกลับคืนสู่ร่างก่อนเที่ยงคืนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด... หากพลาดไป... อาจหมายถึงชีวิตของเธอ... "มนต์ดำร่ายรักเสน่หา มาจ้ามาทำพีธีเรียกขวัญกันก่อนเที่ยงคืน ถ้าไม่สำเร็จคงไม่ต้องบอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นอิอิ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD