หลังจากอาละวาดใส่ไหมจนสาแก่ใจ รินก็ขับรถหรูของเธอด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าไปยังบ้านหลังใหญ่ในซอยลึก ที่นั่นคือที่พำนักของแม่หมอผู้แก่กล้าในไสยเวท ที่รินเคารพและศรัทธาอย่างหมดหัวใจ
"คือรินอยากให้แม่หมอเพิ่มของให้อีกหน่อยค่ะ เอาให้แรงกว่านี้ รินอยากให้อีเมียน้อยนั่นมันทรมานอย่างแสนสาหัส!" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น ดวงตาเปล่งประกายความอาฆาต
แม่หมอผู้มีใบหน้าอิ่มแต่แววตากลับคมกริบ ยิ้มอย่างมีเลศนัย "ได้สิ... ถ้าหนูรินต้องการ เดี๋ยวแม่จัดให้... ใครบังอาจมาแย่งของของหนู มันต้องเจอดี!" ว่าแล้วแม่หมอก็ลุกขึ้นไปค้นหาบางสิ่งบางอย่างในหีบไม้เก่าคร่ำครึ
"ว่าแต่แม่มีของมาให้หนูรินบูชานะ... ของดีมาก... แม่เพิ่งได้มาจากศรีลังกาเชียวนะ" แม่หมอกลับมาพร้อมกับวัตถุบางอย่างที่ห่อหุ้มด้วยผ้าสีดำ
"อะไรเหรอค่ะแม่หมอ?" รินถามด้วยความสนใจ
"นี่จ้า... 'พญาเสพนาง'... แม่รู้ว่าหนูรินต้องชอบ" แม่หมอคลี่ผ้าออก เผยให้เห็นเครื่องรางลักษณะคล้ายตุ๊กตาขนาดเล็ก แกะสลักจากไม้สีดำมันวาว ดวงตาของมันฝังด้วยหินสีแดงก่ำดูน่าขนลุก
"มันช่วยอะไรบ้างค่ะแม่หมอ?" รินถามด้วยความสงสัยระคนตื่นเต้น
"หนูห้อยไว้กับตัว... หนูจะมีเสน่ห์ในสายตาเพศตรงข้ามอย่างรุนแรง... เขาจะรักจะหลงหนูจนโงหัวไม่ขึ้น... และจะปรารถนาอยากมีเพศสัมพันธ์กับหนูแค่คนเดียว... ไม่มีวันนอกใจ" แม่หมอกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"จริงหรือค่ะแม่หมอ?" รินเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น
"จริงสิจ๊ะ... ไม่เชื่อก็ลองดู... พลังของมันรุนแรงนัก" แม่หมอยิ้มอย่างมั่นใจ
"ว่าแต่ค่าบูชาเท่าไหร่ค่ะ?" รินถาม
"เบาๆ ลูก... แสนนึง" แม่หมอตอบราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย
"แสนนึงเลยเหรอค่ะ?" รินอุทานด้วยความตกใจเล็กน้อย
"ของดีนะลูก... คนอื่นขอบูชาแม่ไม่ให้... แม่เก็บไว้ให้รินคนเดียวเลยนะ... เพราะแม่รู้ว่าหนูต้องใช้" แม่หมอกล่าวด้วยน้ำเสียงโน้มน้าว
"ค่ะ... งั้นเดี๋ยวรินโอนให้เลยค่ะ" รินตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ความปรารถนาที่จะผูกมัดภพไว้กับเธอแต่เพียงผู้เดียว ทำให้เธอพร้อมที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อแลกมา...
โดยหารู้ไม่ว่า... สิ่งที่เธอได้รับมานั้น ไม่ได้มีเพียงแค่เสน่ห์... แต่ยังมาพร้อมกับพลังงานด้านมืดที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง...
หลังจากได้รับรู้ความจริงอันแสนเจ็บปวดจากปากของริน หัวใจของไหมก็ร้าวแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความเสียใจถาโถมเข้ามาท่วมท้นจนเธอแทบจมดิ่ง การติดต่อภพไม่ได้เลยยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดและความสับสนในใจเธอให้ทวีคูณ
เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชีวิตรักที่ดูเหมือนจะสวยงามจะพลิกผันกลายเป็นฝันร้ายเช่นนี้ การต้องตกอยู่ในสถานะ 'เมียน้อย' โดยที่เธอไม่เคยล่วงรู้หรือตั้งใจมาก่อนนั้น มันช่างเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายและน่าอับอายจนเกินจะรับไหว
ไม่ว่าแพรและแม่จะพยายามพูดให้กำลังใจเธอมากเพียงใด ถ้อยคำเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะเลือนหายไปในความหดหู่ที่กัดกินจิตใจของไหมอย่างช้าๆ เธอจมอยู่กับความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ และสับสน วินาทีที่ภพขอเธอแต่งงานยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ
ราวกับเป็นภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความสุขที่เคยเอ่อล้นอยู่ในหัวใจ บัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าและความเจ็บปวดที่แสนสาหัส ชีวิตของเธอกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีความสุขถึงขีดสุด
แต่แล้วทุกอย่างก็ดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็วและน่าใจหาย ราวกับมีใครมาพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ... ไหมไม่เข้าใจว่าทำไมโชคชะตาถึงเล่นตลกกับเธอเช่นนี้...
ความเชื่อมั่นในความรักและความดีงามของผู้คนรอบข้างเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง... เธอรู้สึกเหมือนถูกทรยศหักหลังอย่างเลือดเย็น... และไม่รู้ว่าจะก้าวข้ามความเจ็บปวดนี้ไปได้อย่างไร...
เมื่อพ่อของไหมได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นในอกจนแทบควบคุมไม่อยู่ ใบหน้าคมคายแดงก่ำ ดวงตาฉายแววความโมโหอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับพายุร้ายกำลังก่อตัว
"ไอ้ผู้ชายสารเลวนั่น! กล้าดีอย่างไรถึงมาหลอกลวงลูกสาวฉันได้ถึงขนาดนี้!" พ่อของไหมคำรามเสียงต่ำ มือทั้งสองกำแน่นจนสั่นเทา ความรู้สึกเหมือนถูกหยามหน้าและความเจ็บปวดที่เห็นลูกสาวสุดที่รักต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าสงสารเช่นนี้ มันราวกับมีใครเอามีดมากรีดหัวใจของคนเป็นพ่อ
"ถ้าเจอตัวมันนะ! ฉันจะลากคอมันออกมาคุยให้รู้เรื่อง! จะถามมันต่อหน้าเลยว่าทำไมถึงกล้าทำกับลูกสาวฉันและครอบครัวเราได้ถึงเพียงนี้!" คุณพ่อพึมพำด้วยน้ำเสียงเดือดดาล จินตนาการถึงภาพการเผชิญหน้ากับภพด้วยความโกรธแค้น
ยิ่งได้เห็นสภาพที่ซึมเศร้าและเสียใจอย่างหนักของไหม ร่างกายที่ซูบผอมลง ดวงตาที่เคยสดใสกลับหมองเศร้า คนเป็นพ่อก็แทบใจสลาย ความรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกของแหลมทิ่มแทงแล่นริ้วไปทั่วอก
น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารลูกสาวสุดหัวใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าลูกสาวที่เขาทะนุถนอมเลี้ยงดูมาอย่างดีจะต้องมาเผชิญกับความเจ็บปวดและความอยุติธรรมเช่นนี้...
ในใจของพ่อเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะปกป้องลูกสาวและจัดการกับคนที่ทำร้ายเธอให้สาสม... ความรักและความหวงแหนลูกสาวนั้นมันยิ่งใหญ่จนยากจะบรรยายเป็นคำพูดได้...
ในขณะที่บรรยากาศในห้องพักคอนโดอบอวลไปด้วยความตึงเครียด ความโกรธ และความเสียใจ ไหมที่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาก็เริ่มมีอาการผิดปกติ ใบหน้าซีดเผือดอยู่แล้วกลับยิ่งซีดลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเจ็บปวด มือเรียวกุมขมับแน่น
"ไหม... แกเป็นอะไรไหวไหม? กินยาก่อนนะ" แพรเห็นท่าทางไม่ดีของเพื่อนก็รีบเข้าไปประคอง ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
"กินยาก่อนลูก... ใจเย็นๆนะแม่... แม่อยู่ข้างไหมเสมอนะลูก" แม่ของไหมลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ พลางปลอบโยนทั้งน้ำตา
"ไหวไหมลูก? พ่อพาไปหาหมอเดี๋ยวนี้เลยนะ" พ่อที่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เมื่อเห็นลูกสาวทรมานก็รีบเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง
"ไม่ไหว... ไหมไม่ไหวแล้ว... ปวดหัวมาก... เหมือนมีอะไรมาทิ่มแทง... เหมือนมีแมลงกัดกินข้างใน... โอ๊ยยย... ไม่ไหวแล้ว..." เสียงของไหมสั่นเครือ หอบหายใจถี่
ดวงตาเหม่อลอยราวกับกำลังมองเห็นบางสิ่งที่น่ากลัว มือที่กุมขมับสั่นระริก ความเจ็บปวดที่เธอได้รับนั้นดูเหมือนจะรุนแรงเกินกว่าอาการปวดหัวธรรมดา...
มันราวกับความทรมานจากภายในที่กำลังกัดกินเธออย่างช้าๆ... ทุกคนในห้องมองไหมด้วยความตกใจและเป็นห่วงอย่างสุดขีด... ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป...
ด้วยความตกใจและเป็นห่วงสุดขีด พ่อของไหมก็รีบช้อนร่างที่กำลังสั่นเทาของลูกสาวขึ้นสู่อ้อมแขนอย่างรวดเร็ว
"ไปหาหมอกันเดี๋ยวนี้ลูก! ไม่ต้องห่วงนะพ่อจะอยู่ข้างๆ" เสียงของพ่อสั่นเครือ น้ำตาคลอหน่วยด้วยความเจ็บปวดที่เห็นลูกทรมาน
แพรและคุณแม่รีบเดินตามลงมาจากคอนโดอย่างรวดเร็ว สีหน้าตื่นตระหนกและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
ทุกคนรีบขึ้นรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านล่าง และขับตรงไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วสูงสุด แสงไฟจากรถหวอของรถพยาบาลที่สวนทางมาเป็นระยะๆ ยิ่งบีบคั้นหัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ให้ร้อนรุ่มมากยิ่งขึ้น
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เวรเปลก็รีบเข็นเตียงมารับร่างของไหมที่หมดสติไปแล้ว ทันใดนั้นเอง อาการของไหมก็ทรุดหนักลง เธอเริ่มมีอาการชักเกร็งไปทั้งตัว ดวงตาค้างเบิกโพลงราวกับกำลังจ้องมองบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
คุณหมอและพยาบาลที่รออยู่ต่างก็รีบเข้ามาประเมินอาการเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะตัดสินใจนำตัวไหมเข้าสู่ห้องฉุกเฉินทันที...
ประตูห้องฉุกเฉินปิดลง พร้อมกับความหวังและความกังวลที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจของพ่อ แม่ และแพร... พวกเขาได้แต่ภาวนาให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับไหม... ให้เธอปลอดภัยและรอดพ้นจากความทรมานนี้ไปได้...
#มนต์ดำร่ายรักเสน่หา
หากรักใครจงดูใจให้นานเสียหน่อย ความรักนั้นเมื่อต้นถั่วงอกเกิดง่ายตายไว หากอยากได้รักที่ยั่งยืนก็หันกลับมารักตัวเอง..
อาการของน้องนางเอกเราก็มีแต่ทรุดกับทรุด แล้วเบญจเพสของทุกคนเป็นไงบ้างคะ ร้ายแรงขนาดไหนมาคอมเม้นท์เล่าสู่กันฟังได้นะ