20

1067 Words
อ๋องใหญ่เกาหรงซานกลับมาถึงหน้าห้องนอน สีหน้าที่บูดบึ้งตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นสาวใช้สามนางกำลังทะเลาะกัน “พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาทะเลาะกันที่หน้าห้องข้า” “ท่านอ๋องเจ้าคะ” สาวใช้ทั้งสามเอ่ยขึ้นพร้อมเพรียงแล้วรีบถลาเข้าหาชายหนุ่มผู้เป็นนาย “ข้ามาก่อน พวกเจ้าถอยไป” สาวใช้ผู้งดงามหมดจดนามว่าสุ่ยกอดรัดร่างใหญ่ไว้แน่นแล้วไล่อีกสองคนออกไป เพราะคิดว่าตนคือคนที่อ๋องใหญ่โปรดปรานมากที่สุด “เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาไล่พวกข้า” จวงไม่ทำตามและเบียดกายกอดรัดร่างใหญ่ไว้ไม่ปล่อยเช่นกัน “เจ้านั่นแหละสมควรออกไป แก่ๆ อย่างเจ้าใครจะไปสนกัน” สวี่คืออนุที่อายุน้อยที่สุด จึงใช้เรื่องนี้ขึ้นมาขู่คู่ต่อสู้ “ออกไปทั้งหมดนั่นแหละ!” อ๋องใหญ่วัยสามสิบเอ็ดปีที่ถูกรุมล้อมด้วยดอกไม้งามไร้ราคา ตะคอกใส่พร้อมกับสะบัดแขนจนพวกนางกระเด็นล้มลง “ข้าไม่เรียกไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เห็นอีกเด็ดขาด ถ้าไม่อยากตายด้วยน้ำมือของข้า” “เจ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสามนางตอบรับเสียงสั่น รีบพากันวิ่งออกไปพร้อมน้ำตานองหน้า วิ่งหนีมาถึงสวนหย่อมพวกนางก็หยุดพักด้วยความเหนื่อยหอบและเริ่มกล่าวโทษกันอีก “เพราะเจ้าคนเดียวท่านอ๋องจึงพานโกรธมาถึงข้า” สุ่ยชี้นิ้วใส่สวี่ “อย่ามาโทษข้านะ ถ้าเจ้าเป็นที่โปรดปรานของท่านอ๋องจริง ทำไมต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนด้วยล่ะ โกหกล่ะสิ” “ข้าไม่ได้โกหก ข้าเคยอุ่นเตียงให้ท่านอ๋องมาแล้วตั้งหลายครั้ง ทุกครั้งท่านจะพลอดรักกับข้าจนถึงรุ่งสาง” “ท่านอ๋องก็ทำแบบนั้นกับข้าเหมือนกัน” “ข้าก็ไม่ต่างจากพวกเจ้าหรอก สรุปแล้วท่านอ๋องไม่ได้โปรดปรานใครเป็นพิเศษหรอกนะ ท่านก็แค่ต้องการสนองตัณหาเท่านั้น อย่าหลงระเริงนักเลย” “เจ้าอย่ามาทำเป็นอวดรู้หน่อยเลยสวี่ เจ้ายังเด็กนัก” สุ่ยถลึงตาใส่อีกฝ่าย “ข้าอายุสิบเจ็ดแล้วจะเด็กได้อย่างไร” “ก็ยังเด็กกว่าข้าถึงสองปี และเจ้าก็รับใช้อ๋องใหญ่ทีหลังข้าตั้งหลายเดือน” “ที่ข้ารับใช้อ๋องใหญ่ทีหลังเจ้าก็เพราะอ๋องใหญ่ไม่ค่อยได้อาศัยอยู่ในจวนต่างหาก เมื่อท่านกลับมาท่านก็แค่เรียกหาคนใดคนหนึ่งโดยไม่เจาะจง และเป็นเจ้าที่เสนอหน้าแทนพวกเราโดยอ้างว่าเป็นคนโปรดของท่านอ๋อง ที่ข้าพูดถูกต้องหรือไม่” สาวใช้ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มคือคนที่สังเกตท่านอ๋องมากว่าใคร นางรู้ว่าท่านอ๋องไม่ได้เรียกหาพวกนางทุกครั้งที่กลับมาจากต่างแดน และเวลาที่ท่านเรียกท่านก็ไม่เคยแม้แต่เอ๋ยชื่ออย่างเจาะจง เพียงแต่ถ่ายทอดเป็นคำสั่งออกมาผ่านป้าหวังเท่านั้น และช่วงหลังๆ มานี้ที่พวกนางได้ผลัดกันขึ้นเตียงของท่านอ๋องอย่างเท่าเทียมก็เพราะป้าหวังเป็นคนจัดการ “สวี่!” “ข้าว่าสวี่พูดถูกนะ ข้าไม่เคยเห็นท่านอ๋องชายตามองเจ้าด้วยซ้ำ เจ้าจะเป็นคนโปรดของท่านได้อย่างไร” จวงออกความเห็นบ้าง “เรื่องคืนนี้ก็เช่นกัน ถ้าอ๋องใหญ่เรียกหาพวกเราคนที่จะได้เข้าไปก็ต้องเป็นสวี่ถึงจะถูก เจ้ากับข้าไม่มีสิทธิ์” “แต่ท่านอ๋องก็ไม่เรียกหาเจ้า” สุ่ยคลี่ยิ้มสะใจ “ข้าเจียมตัวเสมอ ไม่มักใหญ่ใฝ่สูงจากกาไปเป็นหงส์หรอก” ตนก็แค่หวังได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุ ไม่เคยคิดหวังถึงขั้นจะขึ้นแทนตำแหน่งพระชายาอย่างนาง “หวังหรือไม่ใครจะรู้เท่าใจของเจ้า ปากบอกว่าไม่หวังแต่เจ้าก็เคยรวมหัวกับข้ากลั่นแกล้งพระชายาจนนางตรอมใจ” “นางอยากโง่เองทำไมล่ะ” “พวกเจ้าสองคนเลิกทะเลาะกันได้แล้ว หนาวๆ แบบนี้เราน่าจะกลับไปนอนในห้องอุ่นๆ ดีกว่ามายืนทะเลาะกันแบบนี้นะ” จวงกลายเป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ย “เจ้าไม่ต้องยุ่ง!” แต่กลับถูกทั้งสองคนตวาดใส่ “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญทะเลาะกันต่อไปเถอะ ข้าไปนอนก่อนก็แล้วกัน” จวงเดินจากไปพร้อมกับเอ่ยคำพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา “พรุ่งนี้ข้าจะไปรายงานให้ป้าหวังรู้เรื่องนี้สักหน่อย นางจะได้ปรับโทษพวกเจ้าทั้งสองคน” โทษที่ว่าก็คือไม่ให้เข้าไปรับใช้ท่านอ๋องนั่นเอง “ข้าจะกลับไปนอน” “ข้าก็เหมือนกัน” สองสาวที่ถลึงตาใส่กันในตอนแรกรีบเปลี่ยนความคิดแล้วแยกย้ายกันกลับห้องพักของตัวเอง วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว บัดนี้หญิงสาววัยย่างยี่สิบปีที่เคยมีรูปร่างอ้วนฉุ มองไปตรงไหนก็มีแต่เนื้อส่วนเกิน ได้กลายเป็นสาวสวยสะพรั่งรูปร่างสูงโปร่งระหงเหนือสตรีอื่น เดินไปทางไหนก็มีแต่คนเหลียวหลังมองด้วยความชื่นชม บางคนถึงกับร้องโอ้เมื่อรู้ว่านางคือพระชายาเฟิ่งต้าชวี่ แต่การเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป เหมือนอย่างเช่นตอนนี้ “นางคือพระชายาเฟิ่งต้าชวี่” หลี่บอกกับทหารยามที่ยืนเฝ้าหน้าประตูวังหลวงที่ไม่ยอมให้รถม้าของคุณหนูตนผ่านเข้าไป “ข้าขออภัย ข้าต้องการดูป้ายชื่อเพื่อยืนยัน” ทหารยามไม่ปล่อยให้รถม้าของหญิงงามที่ไม่เคยคุ้นหน้าผ่านเข้าไปในเขตวังหลวงได้ง่ายๆ “ทำไมท่านถึงเข้มงวดนัก” “เพราะวันนี้เป็นวันประสูติของพระมเหสี ข้าจึงต้องตรวจเข้มเป็นพิเศษ” “หลี่” ต้าชวี่นั่งฟังการสนทนาอยู่สักพักก่อนจะเรียกสาวใช้ของตน “เจ้าค่ะคุณหนู” สาวใช้เดินมาเปิดม่านตรงหน้าต่างรถม้า “เอาป้ายชื่อให้เขาดู” นางปลดป้ายชื่อหยกที่สายรัดเอวให้สาวใช้ “แต่เมื่อก่อน” “เมื่อก่อนจะยังไงก็ช่าง แต่ตอนนี้เราต้องเคารพกฎของเขา” “เจ้าค่ะคุณหนู” หลี่รับป้ายชื่อจากเจ้านายแล้วยื่นให้ทหารยาม “นางคือพระชายาต้าชวี่จริงๆ หรือนี่” “ก็ใช่น่ะสิ!” หลี่ตวาดใส่ทหารยามที่ทำท่าตกใจจนน่าตบสักหนึ่งฝ่ามือคนนั้น แล้วกระชากป้ายชื่อคืนมาจากเขา “ข้ากับพระชายาคงผ่านได้แล้วกระมัง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD