บทที่ 1 ท่านอัค

1756 Words
บทที่ 1 ท่านอัค คืนวันเสาร์ เวลา 23.30 น.  “ทำไมถึงเมาขนาดนี้คะเนี่ย” หญิงสาวร่างเล็กแต่อวบอัดบ่นอุบขณะประคองคนเมาให้ยืนพิงกำแพงหน้าร้านแห่งหนึ่ง ป้ายร้านเขียนชัดว่าขายน้ำชาและเครื่องดื่มจำพวกนม แต่พอตกดึกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ถูกขนมาตั้งเรียงรายตามโต๊ะของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของมหา’ลัย จันทร์แรมไม่เข้าใจทำไมคนถึงชอบดื่มกันนัก เธอมองไม่เห็นประโยชน์เลยสักนิด เหล้ามีแต่โทษ และเธอเป็นคนหนึ่งที่สูญเสียคนในครอบครัวเพราะเหตุเมาแล้วขับ “คุณอาร์ทยืนดี ๆ สิคะ เดี๋ยวล้ม” น้ำเสียงติดตำหนิเอ่ยบอกชายหนุ่มที่กำลังยืนโอนเอน “หืม” คุณอาร์ทหรือที่เพื่อนเรียกอาทิตย์ครางรับคำ ทว่าก็ยังยืนไม่ตรงจนคนประคองต้องกอดกระชับแน่นขึ้น “ไหวไหมพี่ ให้ผมช่วยพยุงได้นะ” แดนไทเสนอตัวด้วยความเป็นห่วงกลัวทั้งคู่จะล้มคว่ำ แต่กลับถูกสายตาพิฆาตรจากคนเมามองมา เขาจึงรีบเบือนหน้าหนีพลางด่าในใจว่าไอ้ส้นตีน!! แสดงเก่งสมเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทผลิตซีรีส์เลยนะมึง “เวลาเมาคุณอาร์ทไม่ชอบให้คนอื่นวุ่นวาย พี่ดูแลได้ค่ะ” จันทร์แรมตอบตามความเข้าใจของตัวเอง ทว่าสองหนุ่มชาวแก๊งกลับทำหน้าปูเลี่ยนแล้วสบตากัน สำหรับอาทิตย์น้อยไปอะดิ เวลาเมาถ้าเจอสาวโดนจริต มันชอบคลุกวงในตลอด ไอ้นี่ยิ่งกว่าให้วุ่นวายเสียอีก “ฝากมันด้วยแล้วกันครับ” เพราะกลัวดาราตุ๊กตาทองจะถูกจับตอแหลได้แดนไทนจึงรีบตัดบท เอาจริงก็ข้องใจสถานะของทั้งคู่ พอถามอาทิตย์ก็ตอบแค่ว่า ‘เป็นพี่ที่สนิทกัน’ จะสนิทแบบนอนคุยหรือเปล่า อันนี้ไม่สามารถฟันธงได้เลย มันทำเป็นหมาหยอกไก่กับพี่สาวมาตลอด เหมือนจะชอบแต่ก็ไม่ใช่ ซึ่งเป็นอะไรที่ปวดหัวมาก “พี่พาคุณอาร์ทกลับก่อนนะคะ ยังไงขับรถระวังกันด้วย ถ้าเมามากก็เรียกแท็กซี่อย่าขับกลับเองมันอันตราย” หญิงเอ่ยบอกจากนั้นก็ประคองคนเมาไปขึ้นแท็กซี่ที่จอดรออยู่ “หึ อาทิตย์การละครฉิบหาย” อัคคีพูดกลั้วหัวเราะขณะยืนมองไฟท้ายรถแล่นออกไป ไอ้สุดหล่อหน้าหวานเวลาแดกเหล้าชอบแกล้งเมา จากนั้นก็ให้พวกเขาโทรตามจันทร์แรมมารับ ยกเว้นวันที่ดีลสาวได้ มันถึงจะพาสาวไปเปิดโรงแรมหรือม่านรูดนอน เขาไม่ค่อยรู้ความเป็นมาของจันทร์แรมเท่าใดนัก รู้แค่ว่าหญิงสาวเคยอาศัยอยู่บ้านอาทิตย์ น่าจะเป็นลูกสาวคนขับรถอะไรทำนองนั้น และเมื่อเทอมที่แล้วเธอมาทำงานเป็นลูกจ้างร้านข้าวแกงในโรงอาหารคณะวิศวะ ทั้งคู่เลยกลับมาเจอกันอีกครั้ง “แล้วมึงกับกูจะเอาไงต่อ” แดนไทเดินมากอดคอถาม “กลับดิ จะอยู่เหี้ยอะไรล่ะ” “เออ..งั้นก็แยกย้าย” แดนไทเดินแยกไปขึ้นรถตู้ซึ่งมีคนขับมารอรับ ส่วนอัคคีเดินมายังรถคันหรูที่จอดอยู่ริมฟุตบาท ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านนั่งชิลตลอดทั้งสาย ถือเป็นย่านบันเทิงของนักศึกษาเลยก็ว่าได้ “ท่านอัคครับ เดี๋ยวครับ” เสียงด้านหลังทำให้มือที่กำลังกดรีโมตรถชะงักค้าง ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามเสียงเรียก พอเห็นเป็นกลุ่มลูกสมุนก็พู่ลมออกจากปากอย่างเหนื่อยหน่าย คงไม่แคล้วให้เขาเลี้ยงข้าวมื้อดึกแน่นอน “อะไรของพวกมึง” หนุ่มหล่อผมสีเทาถามด้วยอาการหงุดหงิด “จะรีบกลับทำไมครับท่าน ไปกินข้าวกับพวกผมก่อน” เซฟ น้องรหัสของอัคคีรีบเข้ามาขวางไม่ให้ขึ้นรถ “เอาเงินไป แล้วหลีกทางกูด้วย” คนเป็นลูกพี่ควักเงินออกจากกระเป๋าสองพันยื่นให้ แต่กลุ่มลูกสมุนต่างส่ายหน้าแล้วพูดพร้อมกันว่า “ไม่” “ยังไง?” อัคคีดึงเงินกลับไปยัดใส่กระเป๋าเหมือนเดิม ดวงตาคมกวาดมองรุ่นน้องทีละคน ภูมิกับดินเป็นเพื่อนของเซฟ ทั้งสามเป็นลูกสมุนตัวท็อปที่คอยเป็นมือเป็นตีนให้เขา และปีนี้มีริคซึ่งเป็นหลานรหัสเข้ามา จึงมีลูกสมุนเพิ่มมาอีกหนึ่งหน่อ “ตั้งแต่วันวิ่งประเพณีพวกเราไม่ได้กินข้าวด้วยกันเลย” ดินพูดด้วยน้ำเสียงติดตัดพ้อ “กูมีเรื่องต้องทำ ไม่ว่างมาสุมหัวกับพวกมึงอะดิ” เรื่องที่ว่าก็คือจอมทัพถูกแทงบาดเจ็บ กว่าจะสืบจะเคลียร์ได้ก็หลายวัน ตอนนี้ไอ้หน้ามึนออกจากโรงพยาบาล กลับไปนอนอ้อนเมียเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่มีเมียมันไม่ค่อยออกมาแฮงท์เอาต์กับเพื่อน เรียกได้ว่าติดเมียเป็นตังเมเลยทีเดียว “ตอนนี้ว่างก็ไปกับพวกผมสิครับ” ดินรบเร้า ทว่าอัคคีส่ายหน้าพร้อมควักเงินมายื่นให้อีกครั้ง “เอาเงินไปหาแดกกันเอง กูจะกลับแล้ว..ง่วง” “คืนนี้พวกผมตกลงกันว่าจะเลี้ยงข้าวท่าน” “เลี้ยง? นี่กูหูฝาดหรือเปล่าวะ” อัคคีย้อนถามภูมิเมื่อฟังประโยคเมื่อครู่จบ “พูดจริงครับ ไป ๆ เดี๋ยวผมขับนำ ท่านอัคขับตามแล้วกัน” ดินยืนยันพร้อมดันลูกพี่ไปยังรถสีดำสุดหรูและราคาแพงหูฉี่ “พวกห่า! กูง่วง กูไม่ไป!” คนถูกมัดมือชกปฏิเสธพร้อมสะบัดแขนออกมือของริคที่เข้ามาเกาะแกะ “ใจเย็นครับท่าน” พอเห็นสีหน้าบึ้งตึงของลูกพี่ริคก็รีบปล่อยมือ จากนั้นก็เอ่ยปากประจบประแจงทันที “ท่านอัคย้อมผมเทาโคตรจะหล่อ อันนี้อยากย้อมเองหรือย้อมเอาใจสาว” ริคมองลุงรหัสด้วยสายตาเทิดทูน ตอนผมดำว่าหล่อแล้ว พอย้อมสีเทาหล่อมากกว่าเดิมอีก จากหล่อแบบดุดันก็กลายเป็นหล่อละมุนขึ้นทันตา ซึ่งรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของอัคคีสร้างเรื่องไว้เยอะมาก สาวน้อยสาวใหญ่ตื่นตาตื่นใจและชื่นชอบ บางคนถึงกับตั้งโพสต์หวีดในเพจเมาท์มอยของมหา’ลัย สาว ๆ รุมตอมกันยกใหญ่ “อยากย้อมเอง คนอย่างกูไม่มีทางทำตามผู้หญิงคนไหนหรอกเว้ย” ยกเว้นแม่กับคุณย่าเท่านั้น “ตั้งใจลบรอยสักด้วยมั้ยครับ” เซฟยักคิ้วอย่างยียวน เขาเป็นคนเดียวในกลุ่มที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังครอบครัวของลูกพี่ “กวนตีนนะมึง!!” อัคคีถลึงตาใส่คนถาม ใช่! เขาเพิ่งเลเซอร์ลบรอยสักไม้กางเขนบนต้นคอออกตามคำสั่งของคุณย่า ด้วยไม่เต็มใจลบเขาเลยต้องเอาคืนโดยการย้อมผมสีเทาเรื่องนี้ทำให้คุณย่าปรี๊ดแตกอยู่หลายวัน แต่ท่านก็ไม่กล้าสั่งให้ย้อมกลับ เพราะรู้ว่าเขาจะหาอย่างอื่นทำประชดอีกแน่นอน บอกเลย..ฉายาแกะดำของตระกูลมหาชนาพัทธ์ อัคคีได้มาเพราะความสามารถล้วน ๆ “ตกลงไปกินข้าวกับพวกผมนะครับ” ภูมิเอ่ยย้ำ และคราวนี้อัคคีพยักหน้าโดยดี แต่มิวายหันมาสั่งลูกสมุนเสียงดุก่อนขึ้นรถ “ต่อหน้าคนอื่นไม่ต้องเสือกเรียกว่าท่าน เรียกพี่ก็พอ กูอาย!” . . . . ยี่สิบนาทีต่อมา… กลุ่มนักศึกษาในเสื้อชอปวิศวะสีแดงเลือดหมูก็นั่งรวมกลุ่มอยู่ร้านก๋วยเตี๋ยว ทุกคนยิ้มแย้มและสั่งเมนูของตัวเอง ยกเว้นคนผมสีเทาที่ทำหน้าเซ็ง “เฮ้อ” เสียงถอนหายใจเหนื่อยหน่ายดังออกมา มิน่าพวกมันถึงอยากเลี้ยง เล่นพามานั่งร้านข้างทาง สภาพโดยรอบเป็นเพิงหมาแหงน หลังร้านเป็นป่ารก ถัดจากรถเข็นที่เจ้าของร้านยืนลวกก๋วยเตี๋ยวเป็นกะละมังขนาดใหญ่ น่าจะใช้ล้างภาชนะที่ใช้แล้ว เขาไม่ใช่คนเรื่องมากในการแดก แต่จะเลี้ยงทั้งที่มันควรดีกว่านี้เปล่าวะ เสียเวลาขับรถมาจริง ๆ ไอ้พวกเวร! "พี่อัคเอาอะไร น้องคนสวยรอรับออเดอร์อยู่" ภูมิสะกิดแขนถามหลังจากทุกคนสั่งหมดแล้วยกเว้นลูกพี่คนเดียว "ไม่รู้เว้ย" "อยากกินอะไรแซบ ๆ ที่ร้านมีต้มเล้งขายด้วยนะพี่ วันก่อนผมสั่งบอกเลยว่าโคตรดี" “..........” หูฟังน้องรหัสพูดทว่าสายตาของอัคคีกำลังพิจารณาน้องคนสวยที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เออ..ก็สวยดี เสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงยีนขาสั้นปิดแค่ก้น เหตุนี้จึงทำให้เห็นทรวดทรงองค์เอวชัดเจน นมล้น ก้นผาย คงแบบนี้หรือเปล่าไอ้สี่ตัวถึงพามาร้านนี้ ปกติเวลาเขาเลี้ยงจะไปร้านข้าวต้มติดแอร์ ถึงราคาสูงแต่บรรยากาศดูดีกว่ามาก “น้องรอนานแล้วนะพี่” เซฟกระตุ้นอีกครั้งด้วยรอยยิ้มพอใจ แค่มองตาก็รู้ว่าน้องคนสวยน่าจะโดนเส้นลูกพี่เข้าอย่างจัง ทีนี้ได้ชวนเขามาบ่อย ๆ แน่นอน ตามจริงเขาไม่รู้ว่าหญิงสาวอายุเท่าไร แต่ตามธรรมเนียมก็เรียกน้องไว้ก่อน “ช่วยแนะนำพี่หน่อยสิ ร้านนี้อะไรเด็ดสุด” อัคคีไม่สนใจสายตาล้อเลียนของเซฟ เขาหันไปพูดกับสาวสวยที่ถือกระดาษรอจด “ถ้าตอบว่าหนูเด็ดสุด พี่จะกล้าสั่งไหมคะ” “โอ้ว สู้มือดีจัด แบบนี้สิพี่ชอบ” อัคคีใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มจากนั้นก็เงยหน้าสบตากับสาวตรง ๆ อีกฝ่ายถึงกลับหน้าแดงยืนเขินจนตัวบิด ไอ้สี่ตัวเห็นแบบนั้นก็หัวเราะกันยกใหญ่ “หนูชอบสู้มือคนหล่อค่ะ” “ถ้าเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่มือ น้องจะสู้เปล่า?” หนุ่มผมเทาเอ่ยถามด้วยความกรุ่มกริ้ม เพราะเริ่มสนุกกับความแพรวพราวของฝ่ายหญิง คนอย่างเขาถ้าถูกใจก็เอาหมด คุยรู้เรื่องก็ไปกันเลยไม่ต้องพูดเยอะ “ต้องดูก่อนว่าเป็นอะไร” “ไปดูในรถกับพี่ตอนนี้เลยไหมล่ะ” . . . . นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเซตวิศวะ..I need you 1. เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (ลงจบแล้ว) (จอมทัพ x นาเดียร์) 2. เธอคนนี้ที่อัคคีอยากได้ (อัคคี x ทรายแก้ว) 3. พี่สาวคนนี้ที่อาทิตย์อยากได้ (เร็ว ๆ นี้) 4. น้องคนนี้ที่แดนไทอยากได้ (เร็ว ๆ นี้)
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD