ทำงานแลกเงิน

840 Words
รุ่งเช้าวันใหม่มาพร้อมม่านหมอกบางปกคลุมไร่อ้อยกว้างไกล ละอองเย็นชื้นลอยคลอเคลียทั่วทุ่งราวกับกำลังปลอบประโลม พิมพ์ชนกค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนแสงแรกของอรุณ แม้กล้ามเนื้อทั่วร่างจะปวดระบมจากการตรากตรำงานเมื่อวาน แต่ในอกกลับเต็มไปด้วยแรงฮึดสู้ที่ไม่ยอมให้ความเหน็ดเหนื่อยทำให้เธอล้มลง เธอจัดการตัวเองอย่างเรียบร้อย ก่อนก้าวลงไปยังลานเรือนใหญ่ คราวนี้เธอไม่แปลกใจที่คนงานหลายคนเริ่มมองด้วยสายตาเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงความระแวง แต่มีแววเคารพซ่อนอยู่เล็กน้อย ป้าลำดวนแม่บ้านใหญ่เดินเข้ามาใกล้ ยกถุงผ้าใบหนึ่งส่งให้ “คุณพิมคะนี่เป็นชุดทำงานที่เบากว่าของเมื่อวาน ใส่แล้วจะคล่องตัวกว่าหน่อยป้าเตรียมเอาไว้ให้คุณพิมค่ะ” พิมพ์ชนกรับของมาไว้ในมือ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นในอกอย่างห้ามไม่อยู่ “ขอบคุณนะคะป้าลำดวน ป้าใจดีกับฉันเหลือเกิน” นี่เป็นครั้งแรกที่แม่บ้านใหญ่เรียกเธอว่า คุณพิม โดยไม่ใส่น้ำเสียงห่างเหินนัก เมื่อมาถึงโรงงาน ศิวกรยืนรออยู่แล้ว ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มดูสง่างามท่ามกลางกลิ่นควันและเสียงดังจากเครื่องจักร เขาหันมามองเธอครู่หนึ่ง แววตาคมกริบเหมือนจะประเมินเธอ “มาแล้วเหรอ” เสียงทุ้มต่ำถามเรียบ พิมพ์ชนกสบตากับเขาเต็มๆ “ค่ะฉันจะทำงานจนกว่าจะใช้หนี้คุณจนหมด” ศิวกรเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนหัวเราะในลำคอ “ปากเก่งจริงแต่ก็เอาเถอะ ไปทำงานได้แล้ว” เธอเดินไปช่วยคนงานอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ยกอ้อย แต่ต้องเรียนรู้วิธีจัดการกากอ้อยที่เหลือจากการบด ความร้อนจากเตาและไอระเหยทำให้เธอเหงื่อไหลเป็นสาย แต่ก็ยังพยายามทำอย่างตั้งใจ คนงานหญิงคนเดิม พี่สายเข้ามาช่วย “จับตรงนี้ค่ะคุณพิม ระวังมือจะโดนบาด” “ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำให้เธอเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของคนงานกลุ่มนี้ แม้ยังไม่เต็มร้อย แต่รอยยิ้มเล็กๆ ที่ส่งมาเป็นสัญญาณว่าเธอเริ่มก้าวเข้าไปในหัวใจของคนที่นี่ทีละน้อย บ่ายนั้น ศิวกรยืนดูอยู่ห่างๆ เขามองเห็นพิมพ์ชนกก้มหน้าก้มตาทำงาน แม้เหงื่อจะชุ่มจนเสื้อเปื้อน แต่เธอก็ไม่บ่นสักคำ หัวใจเขาเหมือนถูกบางอย่างสะกิด แววตาที่ควรจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังกลับวูบไหวอย่างประหลาด ผู้หญิงคนนี้ ทนเกินกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกแต่เอาเถอะจะทนได้สักกี่น้ำ แต่เขารีบสะบัดความคิดออกทันที ความแค้นที่สุมอยู่ในอกนานหลายปีกดทับจนไม่ยอมให้ใจอ่อน เมื่อเสียงพักดังขึ้น พิมพ์ชนกนั่งลงใต้ร่มไม้ เธอหอบหายใจแรงแต่ยังยิ้มออกมาเล็กน้อย พี่สายยื่นน้ำให้เธออีกครั้ง และคราวนี้มีคนงานหนุ่มอีกสองคนเข้ามาพูดคุยด้วย “คุณพิมไม่เหมือนที่พวกเราคิดเลยครับ” หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงจริงใจ “ตอนแรกนึกว่าจะอยู่ไม่ถึงวันเสียอีก” พิมพ์ชนกหัวเราะเบาๆ “ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทนได้อีกกี่วันหรอกค่ะ แต่จะพยายามให้ถึงที่สุด” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นรอบตัวเธอ เป็นครั้งแรกที่ความรู้สึก ไม่ต้อนรับเธอ ลดลง แต่ศิวกรที่ยืนมองอยู่ห่างๆ กลับกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ภาพพิมพ์ชนกที่หัวเราะกับคนงานทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ คืนนั้น บนเรือนใหญ่ ศิวกรยืนพิงหน้าต่างเช่นเคย แต่คราวนี้ไม่ได้ถือแก้ววิสกี้ เขามองเห็นพิมพ์ชนกนั่งบนระเบียง หวีผมยาวช้าๆ แสงไฟสลัวกระทบใบหน้าเธอจนดูอ่อนโยนเกินกว่าจะเชื่อว่าเป็นหญิงที่เขาเกลียด เสียงของเธอเอ่ยขึ้นอย่างไม่หันมา มองเขาเลยสักนิด “วันนี้ฉันทำได้ไม่เลวใช่ไหมคะ” เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบห้วนๆ “อย่าหวังว่าฉันจะชมคนอย่างเธอนะพิมพ์ชนก” “ฉันไม่ได้ต้องการคำชม จากคนอย่างคุณหรอก” เธอพูดต่อเสียงเรียบ “ฉันแค่อยากให้คุณเห็นว่าฉันก็ทำงานพวกนี้ได้ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอ” ศิวกรเม้มริมฝีปาก แววตาคมไหววูบอีกครั้ง แต่ก็หันหลังเข้าห้องโดยไม่พูดอะไรต่อ พิมพ์ชนกมองแผ่นหลังของเขาที่หายลับไป เธอยกยิ้มบางออกมาอย่างเหนื่อยล้า แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น สักวันหนึ่งคุณจะต้องเห็นฉันในแบบที่ฉันเป็นจริงๆ เสียงสายลมพัดผ่านไร่อ้อยดังซู่ซ่าอีกครั้ง คล้ายเป็นพยานให้กับคำสัญญาในใจของหญิงสาว ว่าเธอต้องหาเงินใช้หนี้ศิวกรให้ได้เธอจะได้หลุดพ้นจากเขาสักที เธออยากออกไปจากที่นี่ อยากหย่ากับเขา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD