พิธีวิวาห์กลางสายฝน

1072 Words
เสียงสายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน ละอองเย็นเยียบที่เกาะบนผืนดินและหลังคาไม้เก่าแก่ ทำให้บรรยากาศของงานแต่งงานในเรือนไม้ใหญ่ช่างหม่นหมองอย่างน่าประหลาด ทั้งที่ควรเป็นวันแห่งความสุข แต่สำหรับพิมพ์ชนกนี่คือวันที่เธอเหมือนถูกผลักให้เดินเข้าสู่กรงขังที่ไร้ทางออก ห้องโถงกลางบ้านถูกประดับด้วยดอกไม้ป่าเรียบง่าย โต๊ะยาวตั้งขนานกันเพื่อรองรับแขกเหรื่อเพียงไม่กี่คน ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอเจ้าสาวในชุดไทยจักรีสีงาช้างที่งดงามสะกดตา แต่ในความงามนั้น กลับมีแววเศร้าซ่อนอยู่ หัวใจของพิมพ์ชนกสั่นระรัว เธอพยายามก้าวเท้าอย่างมั่นคงไปยังแท่นพิธีที่จัดขึ้นชั่วคราว เสียงสายฝนกระทบหลังคาดังราวกับเสียงกระซิบตอกย้ำว่า นี่ไม่ใช่ความฝันหวานในนิทาน หากแต่เป็นการแลกเปลี่ยนบางอย่างที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธมันได้เลยสักนิด ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ยืนเด่นตระหง่าน ใบหน้าเข้มคมชัด สายตาดุดันราวกับเสือป่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อเขาคือ “เสือ” หรือ ศิวกร ผู้ชายที่เธอจำต้องเรียกว่า สามี ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ดวงตาคมนั้นไม่แม้แต่จะเหลือบแลเธอสักเสี้ยววินาที ตั้งแต่เริ่มพิธีจนสิ้นสุด คำพูดที่เอื้อนเอ่ยมีเพียงถ้อยคำตามหน้าที่ของเจ้าบ่าว แต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ จากเขา จนเธอรู้สึกเหมือนกำลังแต่งงานกับคนแปลกหน้า แต่มันก็จริงที่เขากับเธอคือคนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคยกันเลยแม้แต่น้อย เมื่อเสียงสวดมงคลและการรดน้ำสังข์จบลง แขกเหรื่อบางส่วนทยอยกลับ ทิ้งให้เรือนไม้ใหญ่เหลือเพียงครอบครัวและคนใกล้ชิดและคนงานประปราย เสียงฝนยังคงตกหนักราวจะซ้ำเติมบรรยากาศให้มืดมนยิ่งกว่าเดิม ค่ำคืนนั้น ห้องหอที่ชั้นบนของเรือนหลังกว้างใหญ่ปกคลุมด้วยความเงียบงัน มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมตั้งโต๊ะสาดเงาเลือนรางบนผนังไม้เก่า พิมพ์ชนกยืนอยู่ริมเตียง หัวใจเต้นแรงแต่ไม่ใช่เพราะความเขินอายแบบเจ้าสาวทั่วไป หากแต่เพราะความหวาดหวั่นที่กัดกินอยู่ข้างใน หายใจติดขัดราวกับถูกบีบคอ เธอมองไปที่ศิวกรยืนพิงกรอบหน้าต่างสูง แก้ววิสกี้ในมือสะท้อนแสงสีทองอำพัน เขายกขึ้นจิบช้าๆ ก่อนทอดสายตาคมดุเข้ามาอย่างเย็นชา “เธออย่าฝันไปเลยฉันจะแตะต้องเธอ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นหนักแน่นจนเธอสะดุ้ง หัวใจราวถูกบีบแน่น เธอพยายามกลืนก้อนแข็งในลำคอ มันอึดอัดหายใจแทบไม่ออก บังคับตัวเองให้ยืนนิ่ง ริมฝีปากซีดขาวขยับตอบช้าๆ “ฉันรู้คนอย่างคุณคงไม่เสียเกียรติมาแตะต้องคนอย่างฉันและฉันก็ไม่เคยอยากได้ความรักจากคนอย่างคุณนักหรอก” ดวงตาคมวาวขึ้นเล็กน้อยก่อนริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเหยียด “ดีอยู่ให้เป็นก็แล้วกัน เธอจะได้รู้ว่าการเป็นเมียของฉันมันเป็นยังไง” ถ้อยคำนั้นบาดลึกลงไปในหัวใจเธอเหมือนมีดกรีดซ้ำๆ ลงในใจดวงน้อยของเธอ แม้เธอจะพยายามเข้มแข็งสักเพียงใด แต่ความเจ็บปวดก็ปิดไม่มิด เสียงฝนข้างนอกยังคงตกหนักไม่หยุด ราวกับฟ้ากำลังร้องไห้แทนเธอ คืนแรก ที่ควรเต็มไปด้วยความหวานชื่นและความอบอุ่น กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบอันเย็นชาและความเกลียดชังจากเขา เขานั่งอยู่บนขอบเตียง สายตาเยียบเย็นจับจ้องเธอ พิมพ์ชนกทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงไม้หลังใหญ่ ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำใส แต่เธอเม้มปากแน่น ไม่ยอมปล่อยหยดน้ำตาสักหยดให้ไหลออกมา ไม่ฉันจะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของความรัก หากแต่เป็นการชดใช้หนี้ หนี้ที่ครอบครัวเธอติดค้างไว้กับครอบครัวเขา และหนี้ที่เธอไม่เคยก่อ แต่ต้องรับกรรมเพียงเพราะเป็นลูกของผู้ชายที่ศิวกรเกลียดชังนักหนา ศิวกรเกลียดเธอเพียงเพราะเขาเชื่อว่าครอบครัวเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อเขาต้องตาย ความจริงที่เล่าขานในหมู่ญาติฝ่ายเขาคือ พ่อของศิวกรเคยเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในกิจการโรงงานน้ำตาล แต่หลังเกิดปัญหาหนี้สินและการล้มละลาย พ่อของเขาก็เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย และทุกคนต่างชี้ไปที่พ่อของพิมพ์ชนก ว่าเป็นผู้หักหลังและโกงหุ้นส่วนทั้งหมด ตั้งแต่นั้นมา ความเกลียดชังจึงฝังลึกอยู่ในสายเลือดของศิวกร เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลังจากที่ศิวกรออกไปจากห้องหอแห่งนี้ พิมพ์ชนกนอนลืมตาอยู่ในความมืด น้ำตาไหลรินอย่างไร้เหตุผลทุกสิ่งรอบตัวดูหม่นหมองว่างเปล่า เสียงฝนโปรยปรายเหมือนดนตรีโศกเศร้าที่กล่อมใจให้จมดิ่ง ความเหนื่อยล้าทำให้ทุกอย่างดูมืดมน เธอหวนคิดถึงวันที่พ่อแม่ถูกกดดันให้ยกลูกสาวแลกกับการปลดหนี้หลายล้าน คำว่า แต่งงานเพื่อรักษาหน้าและเกียรติของตระกูล กลายเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการเธอเอาไว้ กับแต่งงานในครั้งนี้ “พิม ลูกต้องเข้มแข็งนะ” คำพูดสุดท้ายของแม่ก่อนพิธีแต่งงานยังคงก้องอยู่ในหู “บางครั้งการเสียสละของคนหนึ่งอาจรักษาชีวิตอีกหลายคนในครอบครัวเอาไว้” เธอหลับตาลงอย่างช้าๆ สัญญากับตัวเองในใจว่าต่อให้ชีวิตคู่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เธอก็จะไม่ยอมแพ้ จะไม่ยอมให้ความเกลียดชังทำลายเธอจนหมดสิ้น เช้าวันต่อมา สายฝนหยุดตก ท้องฟ้าหม่นหมองยังคงปกคลุมไร่อ้อยที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา กลิ่นดินชื้นหลังฝนอบอวลในอากาศ พิมพ์ชนกยืนอยู่ริมระเบียง มองทิวทัศน์ที่ไม่คุ้นเคย เธอรู้ว่านับจากนี้ไปทุกย่างก้าวของเธอจะไม่ง่ายดาย แต่หัวใจเธอก็ยังเปี่ยมด้วยความหวังลึกๆ ว่าสักวันหนึ่ง ความจริงจะปรากฏว่าพ่อของเธอไม่ได้เป็นต้นเหตุให้พ่อของศิวกรต้องตาย และเธอจะหลุดพ้นจากคำตราหน้าว่า เมียขัดดอก ทว่าในตอนนี้เธอทำได้เพียงยืนนิ่ง ท่ามกลางสายตาเย็นชาของชายผู้เป็นสามี ที่มองเธอไม่ต่างจากคนแปลกหน้าที่น่ารังเกียจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD