เสียงสายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน ละอองเย็นเยียบที่เกาะบนผืนดินและหลังคาไม้เก่าแก่
ทำให้บรรยากาศของงานแต่งงานในเรือนไม้ใหญ่ช่างหม่นหมองอย่างน่าประหลาด ทั้งที่ควรเป็นวันแห่งความสุข
แต่สำหรับพิมพ์ชนกนี่คือวันที่เธอเหมือนถูกผลักให้เดินเข้าสู่กรงขังที่ไร้ทางออก
ห้องโถงกลางบ้านถูกประดับด้วยดอกไม้ป่าเรียบง่าย โต๊ะยาวตั้งขนานกันเพื่อรองรับแขกเหรื่อเพียงไม่กี่คน
ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอเจ้าสาวในชุดไทยจักรีสีงาช้างที่งดงามสะกดตา
แต่ในความงามนั้น กลับมีแววเศร้าซ่อนอยู่
หัวใจของพิมพ์ชนกสั่นระรัว เธอพยายามก้าวเท้าอย่างมั่นคงไปยังแท่นพิธีที่จัดขึ้นชั่วคราว
เสียงสายฝนกระทบหลังคาดังราวกับเสียงกระซิบตอกย้ำว่า นี่ไม่ใช่ความฝันหวานในนิทาน
หากแต่เป็นการแลกเปลี่ยนบางอย่างที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธมันได้เลยสักนิด
ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ยืนเด่นตระหง่าน ใบหน้าเข้มคมชัด
สายตาดุดันราวกับเสือป่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อเขาคือ “เสือ” หรือ ศิวกร ผู้ชายที่เธอจำต้องเรียกว่า สามี ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
ดวงตาคมนั้นไม่แม้แต่จะเหลือบแลเธอสักเสี้ยววินาที ตั้งแต่เริ่มพิธีจนสิ้นสุด คำพูดที่เอื้อนเอ่ยมีเพียงถ้อยคำตามหน้าที่ของเจ้าบ่าว
แต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ จากเขา จนเธอรู้สึกเหมือนกำลังแต่งงานกับคนแปลกหน้า
แต่มันก็จริงที่เขากับเธอคือคนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคยกันเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเสียงสวดมงคลและการรดน้ำสังข์จบลง แขกเหรื่อบางส่วนทยอยกลับ
ทิ้งให้เรือนไม้ใหญ่เหลือเพียงครอบครัวและคนใกล้ชิดและคนงานประปราย
เสียงฝนยังคงตกหนักราวจะซ้ำเติมบรรยากาศให้มืดมนยิ่งกว่าเดิม
ค่ำคืนนั้น ห้องหอที่ชั้นบนของเรือนหลังกว้างใหญ่ปกคลุมด้วยความเงียบงัน
มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมตั้งโต๊ะสาดเงาเลือนรางบนผนังไม้เก่า
พิมพ์ชนกยืนอยู่ริมเตียง หัวใจเต้นแรงแต่ไม่ใช่เพราะความเขินอายแบบเจ้าสาวทั่วไป
หากแต่เพราะความหวาดหวั่นที่กัดกินอยู่ข้างใน หายใจติดขัดราวกับถูกบีบคอ เธอมองไปที่ศิวกรยืนพิงกรอบหน้าต่างสูง
แก้ววิสกี้ในมือสะท้อนแสงสีทองอำพัน
เขายกขึ้นจิบช้าๆ ก่อนทอดสายตาคมดุเข้ามาอย่างเย็นชา
“เธออย่าฝันไปเลยฉันจะแตะต้องเธอ”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นหนักแน่นจนเธอสะดุ้ง หัวใจราวถูกบีบแน่น
เธอพยายามกลืนก้อนแข็งในลำคอ มันอึดอัดหายใจแทบไม่ออก
บังคับตัวเองให้ยืนนิ่ง ริมฝีปากซีดขาวขยับตอบช้าๆ
“ฉันรู้คนอย่างคุณคงไม่เสียเกียรติมาแตะต้องคนอย่างฉันและฉันก็ไม่เคยอยากได้ความรักจากคนอย่างคุณนักหรอก”
ดวงตาคมวาวขึ้นเล็กน้อยก่อนริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเหยียด
“ดีอยู่ให้เป็นก็แล้วกัน เธอจะได้รู้ว่าการเป็นเมียของฉันมันเป็นยังไง”
ถ้อยคำนั้นบาดลึกลงไปในหัวใจเธอเหมือนมีดกรีดซ้ำๆ ลงในใจดวงน้อยของเธอ
แม้เธอจะพยายามเข้มแข็งสักเพียงใด แต่ความเจ็บปวดก็ปิดไม่มิด
เสียงฝนข้างนอกยังคงตกหนักไม่หยุด ราวกับฟ้ากำลังร้องไห้แทนเธอ
คืนแรก ที่ควรเต็มไปด้วยความหวานชื่นและความอบอุ่น
กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบอันเย็นชาและความเกลียดชังจากเขา
เขานั่งอยู่บนขอบเตียง สายตาเยียบเย็นจับจ้องเธอ พิมพ์ชนกทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงไม้หลังใหญ่
ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำใส แต่เธอเม้มปากแน่น ไม่ยอมปล่อยหยดน้ำตาสักหยดให้ไหลออกมา
ไม่ฉันจะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด
เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของความรัก
หากแต่เป็นการชดใช้หนี้ หนี้ที่ครอบครัวเธอติดค้างไว้กับครอบครัวเขา
และหนี้ที่เธอไม่เคยก่อ
แต่ต้องรับกรรมเพียงเพราะเป็นลูกของผู้ชายที่ศิวกรเกลียดชังนักหนา
ศิวกรเกลียดเธอเพียงเพราะเขาเชื่อว่าครอบครัวเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อเขาต้องตาย
ความจริงที่เล่าขานในหมู่ญาติฝ่ายเขาคือ พ่อของศิวกรเคยเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในกิจการโรงงานน้ำตาล
แต่หลังเกิดปัญหาหนี้สินและการล้มละลาย พ่อของเขาก็เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย
และทุกคนต่างชี้ไปที่พ่อของพิมพ์ชนก ว่าเป็นผู้หักหลังและโกงหุ้นส่วนทั้งหมด
ตั้งแต่นั้นมา ความเกลียดชังจึงฝังลึกอยู่ในสายเลือดของศิวกร
เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลังจากที่ศิวกรออกไปจากห้องหอแห่งนี้
พิมพ์ชนกนอนลืมตาอยู่ในความมืด น้ำตาไหลรินอย่างไร้เหตุผลทุกสิ่งรอบตัวดูหม่นหมองว่างเปล่า
เสียงฝนโปรยปรายเหมือนดนตรีโศกเศร้าที่กล่อมใจให้จมดิ่ง ความเหนื่อยล้าทำให้ทุกอย่างดูมืดมน
เธอหวนคิดถึงวันที่พ่อแม่ถูกกดดันให้ยกลูกสาวแลกกับการปลดหนี้หลายล้าน คำว่า แต่งงานเพื่อรักษาหน้าและเกียรติของตระกูล
กลายเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการเธอเอาไว้ กับแต่งงานในครั้งนี้
“พิม ลูกต้องเข้มแข็งนะ”
คำพูดสุดท้ายของแม่ก่อนพิธีแต่งงานยังคงก้องอยู่ในหู
“บางครั้งการเสียสละของคนหนึ่งอาจรักษาชีวิตอีกหลายคนในครอบครัวเอาไว้”
เธอหลับตาลงอย่างช้าๆ สัญญากับตัวเองในใจว่าต่อให้ชีวิตคู่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เธอก็จะไม่ยอมแพ้
จะไม่ยอมให้ความเกลียดชังทำลายเธอจนหมดสิ้น
เช้าวันต่อมา สายฝนหยุดตก ท้องฟ้าหม่นหมองยังคงปกคลุมไร่อ้อยที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา กลิ่นดินชื้นหลังฝนอบอวลในอากาศ
พิมพ์ชนกยืนอยู่ริมระเบียง มองทิวทัศน์ที่ไม่คุ้นเคย
เธอรู้ว่านับจากนี้ไปทุกย่างก้าวของเธอจะไม่ง่ายดาย แต่หัวใจเธอก็ยังเปี่ยมด้วยความหวังลึกๆ ว่าสักวันหนึ่ง
ความจริงจะปรากฏว่าพ่อของเธอไม่ได้เป็นต้นเหตุให้พ่อของศิวกรต้องตาย และเธอจะหลุดพ้นจากคำตราหน้าว่า เมียขัดดอก
ทว่าในตอนนี้เธอทำได้เพียงยืนนิ่ง ท่ามกลางสายตาเย็นชาของชายผู้เป็นสามี ที่มองเธอไม่ต่างจากคนแปลกหน้าที่น่ารังเกียจ