ช่อใบบัวนั่งมองยอดเงินที่โชว์ในแอปธนาคาร คุณธันวาโอนเงินให้เธอตั้งแต่เมื่อคืน เขาโอนเงินเข้าบัญชีทันทีหลังจากที่เธอกับเขาตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย
เขาโอนเงินก้อนสามแสนบาทพร้อมกับเงินรายเดือนสี่หมื่นบาทให้ล่วงหน้า ตอนนี้เงินในบัญชีของเธอจึงมียอดรวมทั้งหมด สามแสนสี่หมื่นบาท
ช่อใบบัวถอนหายใจ เธอปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมา
“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าลูก”
แม่เบญญากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีลูกสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง เมื่อครู่นางพักสายตา พอลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นลูกสาวเอาแต่ก้มหน้ามองจอโทรศัพท์ แล้วก็ถอนหายใจ คนเป็นแม่จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“เปล่าค่ะ” ช่อใบบัวตอบแล้วยิ้มสดใส เพื่อยืนยันว่า ไม่มีอะไรจริง ๆ
“แล้วทำไมเมื่อกี้ สีหน้าไม่ดีเลยล่ะ”
ช่อใบบัวจับมือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาของแม่มากุมไว้ในสองมือ เธอมองหน้าแม่แล้วบอกว่า
“บัวแค่เครียดเรื่องเรียนนิดหน่อยค่ะ พรุ่งนี้มีเทสย่อย บัวก็เลยหนักใจนิดหนึ่ง แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ลูกสาวแม่คนนี้เก่งอยู่แล้ว ยังไงบัวก็ต้องสอบผ่านแน่นอน”
แม่เบญญายิ้มอ่อนโยน ทว่าใบหน้าซีดเซียวอย่างคนอ่อนล้าโรยแรงเพราะโรคร้าย
“แม่ทำให้บัวลำบากมากเลยใช่ไหม”
ช่อใบบัวส่ายหน้าเร็ว ๆ
“ไม่เลยค่ะ แม่ไม่ได้ทำให้บัวลำบากเลย บัวเต็มใจทำเพื่อแม่ทุกอย่าง ไม่มีอะไรลำบากเลยค่ะ”
“ถ้าไม่ไหว ก็ปล่อยแม่ไปเถอะนะ แม่ไม่อยากเป็นภาระของบัว”
“ปล่อยไปได้ยังไงล่ะคะ เรามีกันอยู่สองคนเองนะ ถ้าบัวปล่อยแม่ไปแล้ว บัวจะอยู่กับใคร ยังไงแม่ก็ต้องหาย แม่ต้องอยู่ถ่ายรูปวันรับปริญญากับบัวนะ อย่าปล่อยให้บัวเป็นบัณฑิตไม่มีญาตินะคะ อายเพื่อน ๆ แย่เลย”
ช่อใบบัวฝืนยิ้มเต็มใบหน้า ยิ้มให้แม่เห็นว่าเธอโอเค เธอไม่มีปัญหาอะไรเลยจริง ๆ ทว่าหัวใจนั้น อีกนิดเดียวก็จะแตกสลายแล้ว
เมื่อครู่ก่อนที่เธอจะเข้ามหาแม่ในห้องพักผู้ป่วย เธอได้ไปพบคุณหมอเจ้าของไข้ คุณหมอแจ้งเธอว่า ร่างกายของแม่ไม่ตอบสนองการรักษา คุณหมอจะเปลี่ยนยาชนิดใหม่ให้ แต่ก็อยากให้เธอเผื่อใจไว้บ้าง คุณหมอรับปากว่าจะทำให้ดีที่สุด
“บัวต้องตั้งใจเรียนนะ เรียนให้จบนะลูก บัวต้องได้รับปริญญานะ แม่จะคอยเฝ้าดูความสำเร็จของลูกสาวของแม่นะ”
ช่อใบบัวพยักหน้า พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลริน
แม่เบญญายิ้มอ่อนบาง ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย
ช่อใบบัวปล่อยมือจากมือบอบบางของแม่ เธอนั่งมองแม่ต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
คุณหมอให้เข้าเยี่ยมเป็นเวลา ไม่ให้นอนเฝ้า แต่จะมีพยาบาลและคุณหมอคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ช่อใบบัวพยายามมาหาแม่บ่อย ๆ แต่เพราะเธอมีหน้าที่เรียน และต้องหาเงินมาจ่ายคายารักษาแม่ ทำให้เธอไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับแม่นาน ๆ
แม่อยากให้เธอเรียนจบปริญญาตรี เธอจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังเด็ดขาด
เมื่อคืนหลังจากกินข้าวกับครอบครัวของเพื่อนแม่แล้ว ธันวากลับมานอนที่บ้าน เช้านี้แม่ก็เลยลากเขามาทำบุญที่วัดด้วย มากันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว พอเสร็จสิ้นพิธีบนศาลาวัดแล้ว ธันวาก็ลงจากศาลาเดินไปที่รถก่อนคนอื่น
ธันวาไม่อยากขัดใจแม่ เพราะว่านาน ๆ ทีท่านถึงจะเอ่ยปากชวน และช่วงนี้ เขาเองก็ไม่ค่อยมีเวลาให้แม่เท่าไร เพราะยุ่งกับการทำงานของบริษัทที่ร่วมลงทุนกับเพื่อน
ยังดีที่วันนี้ แม่ไม่ชวนครอบครัวของเพื่อนแม่มาด้วย เพราะเขาไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์ต้องเอาใจลูกสาวเพื่อนแม่เพื่อแม่
ลูกสาวเพื่อนแม่คือ วีนัส เป็นสาวสวยทำงานเก่ง เธอเรียนจบปริญญาโท ทำงานที่บริษัทของครอบครัวของเธอ ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้ากับบริษัทของครอบครัวเขา
พ่อของวีนัสคือคุณชัยฤกษ์ คุณแม่ของเธอคือคุณลันตา...ซึ่งเป็นเพื่อนกับแม่ของเขา
จริง ๆ แม่พยายามจับคู่เขากับวีนัสมาตั้งนานแล้วล่ะ และเขาก็ปฏิเสธมาตลอด กระนั้นแม่ก็ยังไม่ละความพยายาม เขาบอกแม่แล้วว่า วีนัสไม่ใช่สเปกของเขา ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ต่อให้เขากับเธอจะเจอหน้ากันอีกกี่ครั้ง เขาก็ไม่มีวันตกหลุมรักเธอแน่นอน
พอคิดถึงเรื่องตกหลุมรัก อยู่ดี ๆ ใบหน้าสวยหวานทว่าแววตาหม่นเศร้าของเด็กเลี้ยงคนแรกในชีวิตก็ผุดขึ้นมาในหัว เพราะก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยเลี้ยงใครเป็นจริงเป็นจัง แค่ซื้อกินแล้วก็จบ แต่พอเป็นเธอ เขากลับรู้สึกอยากเลี้ยง อยากเก็บไว้กินคนเดียว ไม่อยากให้เธอเป็นของใคร และเธอช่างถูกตาต้องใจเขาเหลือเกิน...เสียดายที่ยังไม่ได้กิน
“อาธันวาค้าบบบ”
ธันวาหยุดเดิน เขาหันไปมองเจ้าตัวเล็กที่วิ่งกางแขนเข้ามาหา ร่างสูงย่อตัวลงนั่ง เขากางแขนออก รับเอาหลานชายวัยสามขวบ เข้ามาไว้ในอ้อมกอด เขาอุ้มเจ้าตัวเล็กแล้วลุกขึ้นยืน
“น้องธีร์รักอาเล็กที่สุดในโลกเลยนะครับ”
“หืม...มาอ้อนแบบนี้ น้องธีร์ต้องการอะไรหรือเปล่าเนี่ย”
เจ้าธีร์ยิ้มกว้างสดใส ก่อนจะบอกคุณอาว่า
“น้องธีร์อยากได้น้อง น้องธีร์อยากเล่นกับน้อง คุณย่าบอกว่า ถ้าอยากได้น้องก็ต้องบอกอาธันวา”
“มาบอกอาทำไมเล่า น้องธีร์ก็ต้องไปบอกพ่อน้องธีร์สิ”
น้องธีร์ส่ายหน้าเร็ว ๆ “น้องธีร์อยากได้น้องจากอาธันวาด้วย น้องธีร์อยากมีน้องเยอะ ๆ แล้วน้องธีร์ก็จะได้เป็นพี่ธีร์ของน้อง ๆ ทุกคน”
อาธันวาส่ายหน้ายิ้ม ๆ เขาหันไปมองพี่ชายที่อายุห่างกับเขาห้าปี และพี่สะใภ้ที่เมื่อก่อนเป็นเพื่อนกับพี่ชายเขา แต่ตอนนี้กลายมาเป็นภรรยาสุดที่รักของพี่เขาแล้ว
เธียรกับอิงฟ้าพากันอมยิ้ม แล้วก็พยักพเยิดไปทางแม่พิมล เพื่อสื่อความให้ธันวาได้รู้ว่า คนที่เป่าหูลูกชายของพวกเขาให้มาพูดแบบนี้คือใคร
แม่พิมลยิ้มพอใจ ท่านเดินเข้ามาใกล้ลูกชายคนเล็กแล้วบอกว่า “ตามใจหลานหน่อย รีบ ๆ แต่งงานแล้วก็มีน้องให้น้องธีร์ซะ” ว่าแล้วแม่พิมลก็เดินไปขึ้นรถตู้ ที่คนขับรถเปิดประตูด้านข้างไว้รอแล้ว
คุณพ่อธนัศเดินตามหลังภรรยามาติด ๆ ก็หยุดยืนมองหน้าลูกชายคนเล็ก ท่านบีบหัวไหล่เขาเบาๆ แล้วพูดว่า
“งานนี้ พ่อไม่เกี่ยวนะ และก็ช่วยไม่ได้ด้วย ตัวใครตัวมันนะไอ้ลูกชาย”
ธันวาถอนหายใจ เขาหันไปมองพี่ชายกับพี่สะใภ้อีกครั้ง ทั้งสองยิ้มให้กำลังใจเขา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะช่วยไม่ได้อยู่แล้ว
เพราะแบบนี้ไงล่ะ เขาถึงต้องหนีไปอยู่คอนโด เพราะแม่อยากให้เขามีคู่ อยากให้เขาแต่งงาน แม่อยากอุ้มหลานจากเขา แต่เขายังไม่พร้อม เขายังรักสนุก ยังหวงแหนความโสดยิ่งชีพ