“ทำไมคุณคุยไม่รู้เรื่องแบบนี้คาร์ล แล้วไอ้กระเป๋านี่มันอะไร” เธอชี้มือไปยังกระเป๋าเดินทางของเขาโดยไม่คิดสนใจคำขอของเขา
“ผมจะมาอยู่กับพายและลูกที่นี่ และทำไมยังให้ลูกเรียกผมว่า ‘ลุง’ ทั้งๆ ที่รู้ว่าผมเป็น ‘พ่อ’ เขา”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาอยู่ที่นี่ และบ้านนี้ก็ไม่ต้อนรับคุณ อีกอย่างนะคาร์ล ฉันบังคับลูกไม่ได้หรอกนะว่าต้องให้เรียกคุณยังไง เพราะตลอดเวลาแปดปี เขาอยู่โดยไม่มี ‘พ่อ’ มาตลอด แล้วอยู่ๆ วันนี้คุณโผล่มา จะให้เซเรสปรับตัวทันได้ยังไง”
“นั่นไง ผมยิ่งต้องอยู่ที่นี่ ไม่รู้ล่ะ ผมจะพักกับคุณและลูกที่นี่ หรือคุณกับลูกจะย้ายไปอยู่กับผมก็ได้นะ ผมซื้อบ้านไว้แล้ว”
“ไม่! และคุณก็เข้าใจสักทีว่าเราควรอยู่ใครอยู่มัน”
“ไม่เข้าใจ ยังไงผมก็จะอยู่กับพายและลูก อีกอย่างนะ ผมมีสิทธิ์ในตัวเซเรสเหมือนกัน”
“คุณกำลังขู่ฉันเหรอคาร์ล”
“เปล่า! ผมแค่บอกให้คุณรู้ว่าผมมีสิทธิ์ในตัวเซเรสเหมือนกัน และถ้าผมจะพาลูกไปอยู่กับผมก็ไม่ได้ยากอะไร คุณก็รู้นี่ว่าผมทำได้ทุกอย่างพาย”
“สารเลว!”
หึหึ
เขาไม่โกรธสักนิดที่แม่ของลูกด่าตน กลับรู้สึกว่าคำด่าของปาลิกาทำให้ใจของเขาอยู่ไม่สุข และยิ่งได้มองก็ยิ่งได้เห็นความสวยของเธอ และยิ่งไปกว่านั้น เขาอยากบดขยี้กลีบปากอวบอิ่มสีระเรื่อของเธอนักตอนนี้ แต่ก็ได้แต่ขบฟันซุกซ่อนความต้องการตัวเองไว้ในใจ
“ฉันไม่ได้บอกเซเรสเรื่องของเรา ฉันบอกแค่ว่าฉันเคยเป็นนักสำรวจเจอกับคุณ แล้วก็แยกทางกัน แล้วก็มารู้ว่าตัวเองท้อง ฉันไม่ได้บอกลูกว่าคุณปาเงินใส่หน้าฉันและไล่ฉันออก” ใช่ เธอไม่ได้บอกความจริงลูกชายทุกอย่างด้วยไม่อยากให้ลูกชายเกลียดพ่อ อย่างไรเสียคาร์ลก็เป็นพ่อของเซเรส ฉะนั้นเธอจึงไม่ได้พูดความเลวทรามของเขาให้ลูกรับรู้ หากได้รู้มีหวังได้เกลียดชังพ่อแน่นอน
“ขอบคุณนะพายที่ไม่ได้บอกเซเรสว่าผมทำกับคุณยังไงเมื่อเก้าปีก่อน” คาร์ลเอ่ยจากใจ
“ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณ ฉันทำเพราะเซเรส และก็ไสหัวออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว”
“ผมจะอยู่ที่นี่” เขาตอบอย่างหน้าด้าน
“คนเหลือทน!”
คาร์ลไม่เข้าใจความหมายในประโยคที่ปาลิกาเอ่ยออกมา เขาได้แต่ยิ้มขำในคอแล้วก็ลุกขึ้นยกกระเป๋าเดินทางตัวเองตรงไปทางบันได
“เอ๊ะ! บอกว่าไม่ได้ไงคาร์ล” เธอเดินไปจับแขนของเขาดึงกระชากรั้งไว้เมื่อเขากำลังจะก้าวขาขึ้นชั้นสองของบ้านตน
“คุณไล่ผมไม่ได้หรอกพาย ผมจะอยู่กับคุณและลูก” เขาหันมายิ้มแล้วก็เดินต่อ ไม่สนใจว่าจะถูกมือเล็กจับดึงไว้ แต่เขามีแรงเยอะกว่าเธอ มีหรือจะถูกดึงรั้งไว้ได้
ปาลิกาได้แต่โมโหเดือดดาลเมื่อรั้งมาเฟียหนุ่มไม่ให้ขึ้นบนชั้นสองไม่ได้จึงได้แต่เดินตามลงส้นเท้าหนักๆ ขึ้นบันไดตามไปติดๆ ส่วนอีกมุมหนึ่งของบ้าน เซเรสก็แอบดูพ่อกับแม่กำลังคุยกัน จะว่าไป ‘เถียง’ กันมากกว่า และหนุ่มน้อยก็กลับเข้าห้องไปแอบโทรศัพท์เล่าเรื่องที่เห็นให้แม่ทูนหัวของตนเอง
คาร์ลเปิดประตูไล่ดูทีละห้อง บ้านหลังนี้มีสามห้องนอน พอเปิดไล่ดูทีละห้อง พอห้องที่สองก็เจอห้องที่ตนอยากอยู่ก็เดินถือลากกระเป๋าเข้าห้องไป
“เดี๋ยวนะคาร์ล คุณเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้ ห้องนี้คือห้องของฉันกับเซเรส”
“คุณยังนอนกับลูกอยู่อีกเหรอพาย เซเรสแปดขวบแล้วนะ”
“กี่ขวบแล้วทำไม คุณออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้”
“ไม่! ผมจะนอนห้องเดียวกับลูก ลูกนอนห้องไหน ผมจะนอนห้องนั้น”
“ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต”
“ใครสนกันล่ะ ผมจะนอน” แล้วเขาก็เดินไปทิ้งตัวนั่งบนเตียงนอนขนาดคิงไซซ์แล้วล้มตัวลงนอน
“นุ่มดี ผมชอบ เสื้อผ้าผมในกระเป๋าจัดเก็บใส่ตู้เสื้อผ้าให้ด้วยนะพาย” เขาลุกขึ้นมาชี้มือสั่งตามประสาคนชอบสั่งมาตลอดชีวิต
“อยู่ที่นี่ไม่มีลูกน้องคุณ และถ้าจะอยู่ที่นี่ก็ต้องไปพักอีกห้อง ห้องนี้ไม่ได้” ตอนนี้ปาลิการู้แล้วว่าตนทำยังไงคาร์ลก็ไม่ยอมไปจากบ้านนี้แน่นอน จึงจำใจยอมให้เขาพักที่นี่ด้วย แต่จะพักห้องเดียวกับเธอและลูกไม่ได้
“คุณให้ผมอยู่แล้วใช่ไหมพาย”
“ฉันจำใจให้อยู่ค่ะ เพราะไล่แล้วคุณก็ไม่ยอมไป”
“ห้องไหนล่ะ ที่ผมอยู่ได้”
“ห้องที่คุณเปิดก่อนหน้านี้แล้วกัน และอย่าเข้ามาในห้องของฉันกับลูกอีก เราจะต่างคนต่างอยู่ คุณอยากอยู่กับลูก ฉันจะให้อยู่ แต่อย่าหวังว่าจะได้พรากลูกไปจากฉันคาร์ล”
“ก็ไม่ได้พูดสักคำว่าจะมาพรากลูกไปจากพาย” เขาตอบสวนกลับ
“แล้วคุณมาที่นี่ทำไม”
“ก็มาทำให้ครอบครัวลูกสมบูรณ์ยังไงล่ะ เซเรสจะได้มีทั้งพ่อทั้งแม่ ไม่ดีเหรอ”
“มันดีแน่นอนที่ลูกมีทั้งพ่อและแม่ แต่ที่คุณทำตอนนี้มันไม่ดี เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“แต่เราเป็นพ่อแม่เซเรสนี่ ทำไมจะไม่เป็น ว่าไหม”
แล้วมาเฟียหนุ่มก็ลุกขึ้นตวัดกางแขนโอบเอวเล็กคอดคนตัวเล็กตรงหน้ารั้งเข้ามากอดแน่น
ว้าย!
เธอไม่คิดว่ามาเฟียต่ำทรามคนนี้จะทำแบบนี้กับตนเอง มือน้อยยกขึ้นทาบอกแกร่งดันร่างตัวเองไว้ไม่ยอมให้เขากอดรัดแน่นและกลัวว่าหน้าอกตัวเองจะแนบเบียดไปกับอกแกร่งของเขาด้วย
“อ่า...ให้ตายสิพาย คุณรู้ไหมเมื่อวานผมกลับไปผมนอนแทบไม่หลับ ผมอยาก...” เขายังพูดไม่จบ ปาลิกาก็พูดแทรกขึ้นก่อน
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้คาร์ล!”
เธอดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดแข็งแรง และยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้หัวใจของเธอกำลังเต้นแรง มันทำงานหนักมากและกลัวว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นนี้ของตัวเอง ตลอดหลายปีมีผู้ชายหลายคนเข้ามาจีบมาคุย แต่ก็ไม่เคยทำให้ใจเต้นแรงสั่นไหวได้เหมือนมาเฟียคนนี้เลยสักนิด และยิ่งไปกว่านั้น แต่ละคนไม่ได้สัมผัสเธอ แม้แต่จับมือก็ยังไม่เคยได้จับ แต่ทำไมเจอกันแค่สองวัน เขาถึงได้ถึงเนื้อถึงตัวเธอแบบนี้กัน ทำไมกัน ทำไมถึงต่อต้านไม่ได้กันนะ
“ถ้าไม่ปล่อยล่ะ และจะทำมากกว่ากอดด้วย” คาร์ลพูดพร้อมก้มหน้าลงเอ่ยข้างแก้มนวลและฉวยโอกาสเอาปลายจมูกแนบถูกแก้มนุ่มนิ่มของแม่ของลูกชาย กลิ่นหอมของปาลิกาทำให้ส่วนนั้นของเขาปวดร้าวขึ้นมาจนต้องคำรามออกมา
“อ่า...พระเจ้า!”
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้คาร์ล” ปาลิกาหดคอถอยหน้าหนีจากปลายจมูกโด่งของหนุ่มต่างชาติ แต่เขาก็ขยับหน้าตามมาแนบปลายจมูกติดแก้มเหมือนเดิม
“เก้าปีที่แล้วคุณสวย แต่เก้าปีต่อมาคุณก็ยังสวย แถมยังสวยมาก แล้วยังตัวหอมอีกต่างหากพาย ผม...” เขายังพูดไม่จบคำก็มีเสียงดังแทรกเข้ามาก่อนเจ้าตัวจะมาถึง ครั้งนี้เป็นลูกชายไม่ใช่เสียงของคนในอ้อมกอด
“แม่พายครับ” เซเรสเรียกแม่พร้อมวิ่งเข้ามาในห้อง
ปาลิกาอาศัยจังหวะที่เขากำลังสนใจลูกชายผลักเขาเต็มแรงจนกระเด็นออกห่าง แล้วเธอก็รีบหมุนตัวเดินไปหาลูกชายที่เดินมาถึงพอดี
“ว่าไงครับเซเรส”
“เดี๋ยวสายนะครับ เรามีไลฟ์สดที่โกดังไม่ใช่เหรอครับแม่พายวันนี้” เซเรสเอ่ยกับแม่ แต่สายตามองไปทางพ่อแล้วก็เม้มปากแน่น
“งั้นเราไปกันเถอะ เดี๋ยวแม่ไปหยิบกระเป๋าก่อนนะเซเรส รอเดินไปพร้อมกัน” ด้วยกลัวว่าหากลูกชายออกไปก่อน มาเฟียต่ำทรามจะลวนลามตนเองอีก
“ครับ แม่พาย”
ปาลิกาเดินไปหยิบกระเป๋าถือในตู้เก็บกระเป๋าออกมาหนึ่งใบ แล้วก็เดินมาจูงมือลูกชายออกไปจากห้อง ส่วนพวกของใช้ กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์นั้นวางอยู่ห้องทำงานข้างล่างแล้ว
“ผมไปด้วยพาย” คาร์ลเดินตามสองแม่ลูกไปติดๆ
“คุณไม่มีงานมีการทำรึไงคาร์ล” เธอหยุดเดินเอี้ยวหน้าหันมาถามเขาที่เดินตามหลังมาติดๆ
“มี แต่ไม่ใช่ปัญหา พ่อไปด้วยนะเซเรส”
“แม่พายครับ เราจะให้คนนอกไปด้วยจริงๆ เหรอครับ”