ระหว่างรอแม่ของลูกไลฟ์ขายของอยู่นั้น คาร์ลก็สงสัย อะไรคือ ‘ชาบู’ ถามลูกชายใหญ่เลย และเซเรสก็เอารูปให้ดูว่าแบบไหนและอธิบายวิธีกินให้ฟัง คนไม่เคยกินมาก่อนก็ตื่นเต้นเฝ้ารอเวลาที่จะได้ไปทานชาบูกับสองแม่ลูก และเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อคุณแม่ยังสาวไลฟ์จบและลาพนักงานเสร็จก็พาขับรถมายังร้านที่เธอกับลูกมาประจำ ส่วนโทมัสก็ขับรถอีกคันตามมาติดๆ
“กี่ที่คะคุณลูกค้า และจะนั่งเป็นโต๊ะหรือเป็นบาร์ดีคะ” พนักงานต้อนรับหน้าร้านชาบูเอ่ยถามปาลิกา
“สี่ที่ค่ะ เป็นโต๊ะค่ะ” เธอมองไปทางโทมัสแล้วบอกพนักงาน
“เชิญด้านในเลยค่ะ” แล้วพนักงานที่ต้อนรับทั้งสี่ก็เดินนำหน้าเข้าไปในร้าน
โทมัสไม่ได้เดินตามทั้งสามเข้าไปด้วย เพราะเวลานี้เป็นเวลาของเจ้านายกับปาลิกาและเซเรส
ปาลิกาเห็นโทมัสไม่เดินตามจึงเดินกลับมาข้างนอกปล่อยสองพ่อลูกเดินตามพนักงานไปก่อน
“คุณโทมัสเข้าไปกินด้วยกันสิคะ”
“ไม่เป็นไรครับคุณพาย”
“ไม่เป็นไรได้ไงคะ ไปกินด้วยกันค่ะ ส่วนคาร์ลไม่ต้องไปสนใจเขาค่ะ คุณเองก็ยังไม่ได้ทานอะไรนี่คะ ทานด้วยกันเถอะค่ะ คงไม่เคยกินชาบูใช่ไหมคะ”
โทมัสเงียบไม่ตอบ แต่มองเลยหญิงสาวไปทางเจ้านาย พอสบตากับนายของตนที่ส่งมาให้อนุญาตแล้วเขาจึงตอบ
“ขอบคุณนะครับ ผมไม่เคยกินชาบู ไม่รู้ว่ากินยังไงด้วยครับ”
“ไปเถอะค่ะ เรื่องนี้เดี๋ยวเซเรสกับฉันสอนเองค่ะ ไปข้างในกันค่ะ” แล้วปาลิกาก็เดินเข้าไปในร้านไปหาสองพ่อลูกที่นั่งตรงข้ามกัน และโทมัสก็เดินตามไปติดๆ
“นั่งเถอะน่าโทมัส นายมาดูแลฉัน นายก็ต้องดูแลตัวเองด้วย” คาร์ลสั่งลูกน้องนั่งเก้าอี้ข้างตน
“ขอบคุณครับนาย” แล้วโทมัสก็ดึงลากเก้าอี้ออกนั่งข้างผู้เป็นนาย
ปาลิกาดึงลากเก้าอีกข้างลูกชายออกนั่งพร้อมพนักงานเดินนำเมนูมาให้ตนสั่ง
“น้ำซุปแบบไหนดีคะคุณลูกค้า” พนักงานคนเดิมเอ่ยถาม
“น้ำใสกับน้ำดำนะคะ” ปาลิกาสั่งน้ำซุปที่คิดว่าต่างชาติทั้งสองจะทานได้
“น้ำใสกับน้ำดำนะคะ และรับเนื้อแบบไหนดีคะ”
“เอาหมูสไลด์หนึ่งถาดใหญ่ เนื้อสไลด์หนึ่งถาดใหญ่ ปลาหมึกหนึ่งถาดใหญ่ แซลมอน และซูชิด้วยนะคะ พวกคุณสองคนเอาอะไรไหมคะ และเซเรสอยากได้อะไรเพิ่มไหมครับ”
“แล้วแต่พายกับเซเรส ผมกินได้หมดทั้งนั้น แต่ยกเว้นกุ้ง ผมแพ้” คาร์ลบอกตอบแม่ของลูก
“แด๊ดแพ้กุ้งเหมือนเซเรสเหรอครับ” เซเรสถามพ่อ
“เห็นไหม เราถึงได้เป็นพ่อลูกกัน ขนาดแพ้กุ้งยังแพ้เหมือนกัน” คาร์ลตอบลูกชาย
“แล้วคุณโทมัสอยากกินอะไรไหมคะ ดูเมนูสั่งได้นะคะ” ปาลิกาถามคนสนิทของคาร์ลพร้อมส่งยื่นสมุดเมนูให้อีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายดันกลับ
“ผมกินได้หมดทุกอย่างครับ คุณพายสั่งเถอะครับ”
“อ้อ...งั้นก็แค่นี้แหละค่ะน้อง ส่วนน้ำขอเก๊กฮวยทั้งสี่แก้วเลยนะคะ”
“รับออเดอร์นะคะ มี...” พนักงานทวนออเดอร์ก่อนจะเดินจากไปปล่อยให้ทั้งสี่พูดคุยกันระหว่างรอพนักงานมาเสิร์ฟ
“แม่พายครับ”
“ว่าไงเซเรส”
“กินอิ่มแล้วเราจะกลับกันหรือไปหาป๊าตี๋กับแม่ผิงผิงที่ร้านอาหารไหมครับ”
“วันนี้แม่เหนื่อยแล้วสิ วันหลังนะเซเรส”
“ครับผม แด๊ดรู้ไหมว่าชาบูร้านนี้อร่อยมาก เซเรสกับแม่พายมากินกันประจำทุกอาทิตย์ก็ว่าได้” ท้ายประโยคหันไปคุยกับพ่อของตนเอง
คำว่า ‘แด๊ด’ ที่ได้ยินลูกชายเรียกมาเฟียเหลือทนตั้งแต่ออกมาจากโกดังเก็บของของตนเองแล้วก็อยากถามเหมือนกันว่าไปตกลงอะไรกันถึงได้ยอมเรียกอีกฝ่ายว่า ‘แด๊ด’ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้ายังเรียก ‘ลุง’ อยู่ คืนนี้มีเรื่องให้คุยกันแล้วเซเรสตัวแสบของแม่
“เดี๋ยวก็รู้กันว่าอร่อยอย่างเซเรสพูดไหม” คาร์ลตอบลูกชาย
“แน่นอนครับ ถ้าได้กินแล้วจะติดใจ ส่วนลุงโทมัสใช่ไหมครับ” เซเรสสบตาโทมัสที่นั่งข้างพ่อตนเองพร้อมถาม
“ครับ” โทมัสตอบสั้นๆ
“ไม่เคยกินเหมือนแด๊ดใช่ไหมครับ ลุงโทมัสกับแด๊ดดูเซเรสกับแม่พายกินนะครับ ว่ากินยังไงแล้วทำตาม รับรองอร่อยแน่นอนครับ” เด็กน้อยช่างพูด
“ครับ” โทมัสตอบสั้นๆ เหมือนเดิม
“น้ำซุปมาแล้วนะคะ” พนักงานเดินมาสองคนพร้อมหม้อน้ำซุป อีกคนนำน้ำจิ้มมาเสิร์ฟด้วย
“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวคนเดียวในโต๊ะเอ่ยขอบคุณพนักงานที่นำหม้อน้ำซุปมาเสิร์ฟและเปิดเตาไฟฟ้าให้ แล้วอาหารที่สั่งไปก่อนหน้าก็ถูกยกเรียงมาเรื่อยๆ จนตอนนี้เต็มโต๊ะแล้ว
คาร์ลตะลึงของบนโต๊ะ เพราะไม่อยากเชื่อว่าพวกตนสี่คนจะกินหมดนี่ แต่เซเรสก็เหมือนจะรู้ว่าพ่อคิดอะไรจึงพูดขึ้น
“ไม่ต้องตกใจนะครับ แค่เล็กน้อยแค่นี้ เดี๋ยวมีสั่งเพิ่มแน่นอน หม้อเดือดแล้ว แม่พายเอาเนื้อลงได้เลยครับ”
ปาลิกาจัดการหยิบถอดเนื้อเทลงในหม้อสองฝั่งที่กำลังเดือด แล้วชุดผักที่ทางร้านจะจัดมาให้โดยไม่ต้องสั่งก็ถูกนำมาเทลงในหม้อเหมือนกัน ไม่นานของทุกอย่างก็ลงไปอยู่ในหม้อ พนักงานก็เดินมาเก็บถาดที่ว่างเปล่า
“กินแบบนี้นะคะ” ปาลิกาใช้ตะเกียบคีบเนื้อในหม้อใส่จานเล็กให้ลูกชาย และคีบให้ทั้งสองหนุ่มที่นั่งตรงข้ามด้วย คีบให้ตนเอง “ได้เนื้อแล้วก็เอาจิ้มกับน้ำจิ้มที่ทางร้านนำมาเสิร์ฟนะคะ แนะนำน้ำจิ้มสุกี้ถ้วยนี้ อร่อยค่ะ” เธอบอกสองหนุ่ม เพราะพนักงานนำน้ำจิ้มมาเสิร์ฟสองแบบ มีน้ำจิ้มสุกี้กับซีฟู้ด
“กินเลยครับ อร่อย” เซเรสคีบเนื้อจิ้มน้ำจิ้มในถ้วยแล้วเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
สองหนุ่มมองดูสองแม่ลูกกินแล้วก็หยิบตะเกียบมาแล้วจะคีบเนื้อที่ปาลิกาคีบให้ แต่คีบเท่าไหร่ก็หลุดตลอด
“พวกคุณใช้ตะเกียบไม่เป็นเหรอคะ เดี๋ยวฉันขอช้อนส้อมกับพนักงานให้ค่ะ น้องคะ พี่ขอช้อนส้อมสองชุดค่ะ”
“ได้ค่ะคุณลูกค้า” พนักงานเดินไปหยิบช้อนส้อมมาให้เธอ แล้วเธอก็ส่งให้ทั้งสอง
“ใช้นี่เถอะค่ะ อย่าพยายามดีกว่าค่ะ เพราะพวกคุณต้องใช้เวลาหัดนานพอตัวดูท่าแล้ว” เห็นท่าทางจับตะเกียบสองหนุ่มฝรั่งเศสแล้วก็อยากจะหัวเราะดังๆ แต่เธอก็ทำได้แค่ยิ้มเอ็นดูสองหนุ่ม
คาร์ลจิ้มเนื้อในจานเล็กแล้วจิ้มน้ำจิ้มที่ปาลิกาแนะนำแล้วนำเข้าปาก แล้วเขาก็ตาโตเมื่อลิ้มสัมผัสถึงรสชาติของเนื้อกับน้ำจิ้มที่เข้ากันได้ดี
“อืม! พาย อร่อยมาก ผมไม่เคยกินอะไรที่อร่อยแบบนี้มาก่อน ผมขอเนื้ออีกได้ไหม ปลาหมึกด้วย ผักด้วย” คาร์ลบอกแม่ของลูกคีบให้ตนเองอีก
โทมัสเห็นเจ้านายกิน ตนเองก็กินด้วยและก็มีความรู้สึกเดียวกันกับเจ้านายและคิดถึงเพื่อนอย่างอูเวอที่ไม่ได้ติดตามนายด้วยวันนี้
ปาลิกาทำหน้าที่เจ้าบ้านดูแลสองหนุ่มต่างชาติด้วยการคีบเนื้อผักใส่จานให้ทั้งสองที่ก้มหน้าก้มตาทานจนลืมเงยหน้าก็ว่าได้ และก็ดูแลลูกด้วย ชาบูมื้อนี้เธอแทบไม่ค่อยได้ทานก็ว่าได้ เพราะต้องคอยดูผู้ชายทั้งสามคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย