กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!
เสียงกระดิ่งดังพร้อมกับระบบออนไลน์ของเธอกำลังเริ่มต้นขึ้น พนักงานทุกคนก็เริ่มทำงานหนัก และเป็นแบบนี้ทุกวันที่นอนดึกตื่นสายสำหรับแม่ค้าออนไลน์อย่างปาลิกา คุณแม่ลูกติดอย่างเธอ ชีวิตมันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยากหากเราใช้ชีวิตถูกที่ ถูกจุด ถูกเวลา
“แม่ครับๆ แม่ครับ” เสียงเล็กดังขึ้นเรียกแทรกมาในไลฟ์ทำให้ทุกคนที่ดูไลฟ์สดสี่หมื่นคนต่างพากันคอมเมนต์ดีใจเมื่อได้ยินเสียงเด็กหนุ่มดังแทรกมาในไลฟ์พร้อมกับหนุ่มน้อยเดินเข้ามาในกล้อง
“ครับ เซเรส” ปาลิกาหันไปมองหน้าลูกชายแล้วก็ยิ้มพร้อมยื่นมือไปลูบหน้าหล่อเกินวัยของเด็กชายเซเรส วัยแปดขวบ เธอเลี้ยงลูกชายด้วยตัวคนเดียวมาตั้งแต่คลอดด้วยเงินจากพ่อของลูกที่โยนใส่หน้าในวันนั้น
“สวัสดีพี่ๆ ในไลฟ์พร้อมกันครับเซเรส” เธอบอกลูกชายแล้วหันมายิ้มให้กับกล้องพร้อมยกมือสวัสดีทักทายลูกค้าในไลฟ์สดของตนเอง
“สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้แม่พายขายทุกอย่างมาแล้วนะคะ มาพร้อมกับเซเรสสุดหล่อเช่นเคยค่ะ กริ๊ง!”
“สวัสดีครับพี่ๆ ป้าๆ น้าๆ ทุกคน ฝากอุดหนุนแม่พายขายทุกอย่างด้วยนะครับ” หนุ่มน้อยลูกครึ่งพูดจาฉะฉานในไลฟ์สดพร้อมกับยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ตกลูกค้าให้แม่ของตนเองไปด้วย
‘ว้าวๆๆ มาแล้วสุดหล่อของป้า เอาดาวไปเลยครับ สองร้อยดวง’
‘เซเรสเอาใจพี่ไปเลยครับ ห้าร้อยดวง’
‘เซเรสน้อยสุดหล่อ เอาค่าขนมไปเลยครับ ห้าสิบดวง’
มีคอมเมนต์หลายคอมเมนต์และดาวหลายร้อยดวงลูกส่งให้สองแม่ลูก เพจ ‘แม่พายขายทุกอย่าง’ ทั้งๆ ที่เพิ่งเริ่มไลฟ์ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ แต่มีคนเปย์ดาวส่งดาวให้หลายพันดวงแล้วตอนนี้
“ขอบคุณแม่ๆ ทุกคนนะคะที่ส่งดาวให้เซเรสกับแม่พายค่ะ” เธอขอบคุณทุกคนจากใจจริง
“เข้ามาแล้วกดไลก์ กดแชร์ด้วยนะครับ” เซเรสบอกแฟนคลับลูกค้าขาประจำของร้านออนไลน์แม่ตัวเอง
“มาเริ่มที่สินค้าตัวแรกกันเลยค่ะ ครีมกันแดดติดหนึบ ราคาดีกันเลยนะคะทุกคน” เมื่อตอนนี้คนดูไลฟ์สดเจ็ดหมื่นคนแล้ว ปาลิกาก็เริ่มขายของชิ้นแรกของตนทันที แถมตอนนี้ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว วันนี้หญิงสาวมาไลฟ์ที่โกดัง และลูกชายก็ตามมาด้วยทั้งๆ ที่ควรนอนพักผ่อนที่บ้าน นั่นแหละ โตมากับการไลฟ์ขายของของแม่ มีหรือจะยอมอยู่บ้านคนเดียว แม่ไลฟ์ถึงกี่โมง หนุ่มน้อยก็จะอยู่ถึงเวลานั้นนั่นแหละ แม่นอนเวลาไหน ก็นอนเวลานั้น ไม่มีวันไหนที่นอนหลับก่อนแม่
เวลาเดียวกันนั้น
มาเฟียหนุ่มกำลังนั่งมองดูไลฟ์สดของสองแม่ลูกที่กำลังไลฟ์กันสนุกสนานพูดคุยทักทายลูกค้าที่คอมเมนต์ตลอดการไลฟ์แล้วก็ยิ้มไปด้วย และยังสั่งให้คนของตนเองซีเอฟสินค้าทุกชิ้นของปาลิกาและเซเรสไปด้วย
“นายครับ”
“ว่า?”
“เราจะประจำการสาขาไทยนานแค่ไหนครับ แล้วเราจะอยู่บ้านหรือโรงแรมกันถึงเมื่อไหร่ครับ” อูเวอ คนสนิทเอ่ยถามมาเฟียหนุ่มนักธุรกิจขุดเจาะน้ำมัน
“ไหนๆ มาที่ไทยแล้วก็อยู่กันนานหน่อย ฉันอยากเจอลูกฉัน ซื้อบ้านดีกว่า โรงแรมไม่สะดวก เอาหลังใหญ่หน่อย เพราะคนของเราติดตามมาเยอะรอบนี้” คาร์ลบอกลูกน้องคนสนิท
“ครับนาย” แล้วอูเวอก็ออกจากห้องทำงานของนายไปเพื่อทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย
คาร์ล ฮ็อฟมัน วัย 39 ย่าง 40 ปี เจ้าพ่อนักธุรกิจน้ำมันมองดูหน้าจอไลฟ์สดพร้อมกับซีเอฟสินค้าทุกชิ้นที่ถูกหยิบขึ้นมาขายโดยสองแม่ลูกในจอ จริงๆ แล้วเขาไม่ได้คิดว่าเรื่องราวเมื่อครั้งนั้นจะทำให้มีหนุ่มน้อยเซเรส หากไม่เมื่อห้าเดือนก่อน เขาได้เดินทางมาสำนักงานที่ประเทศไทยแล้วได้บังเอิญเห็นพนักงานในบริษัทกำลังดูไลฟ์สดของปาลิกากับลูกชายในเวลางานก็คงไม่รู้เลยด้วยว่าตนนั้นมี ‘ลูก’ แล้วและลูกชายก็ดันถอดแบบเขามาทุกกระเบียดนิ้วด้วย ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมีลูกโตอายุแปดขวบแล้ว และก็ได้ให้คนของเขาไปสืบเรื่องราวสองแม่ลูก ส่วนลูกน้อยไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอ เขาก็มั่นใจว่าลูกของเขา เพราะหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกันมามิผิดแบบ
“กล้าปิดบังฉันเรื่องลูกเหรอพาย” เขาพึมพำกับตนเองแล้วก็กดซีเอฟของไปด้วย เขาซีเอฟทุกอย่างที่ปาลิกากับลูกขาย เพราะเขาอยากช่วยสนับสนุนค่าเลี้ยงดูลูกของเขา
“เดี๋ยวเราได้เจอกันแน่ลูกพ่อ” แล้วเขาก็ปิดหน้าจอไลฟ์แล้วก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้นวดคลึงขมับ
เวลา 00.00 น.
ปาลิกาปิดไลฟ์สดแล้วเดินดูพนักงานแพ็กสินค้าให้ลูกค้าแล้วก็เดินไปหาลูกชายที่ตอนนี้นอนหลับรอในห้องพักผ่อน พอเปิดประตูเข้ามาในห้องก็เห็นสุดหล่อนอนหลับสนิทก็เดินไปก้มโน้มหน้าลงไปจุ๊บเหม่งของเซเรส
“อือ...เสร็จแล้วเหรอครับแม่พาย” หนุ่มน้อยปรือตาตื่นนอนพร้อมพึมพำถามแล้วบิดขี้เกียจไปมา
“ครับ กลับบ้านเรากันเถอะครับ” ปาลิกาคุณแม่ยังสาว ปีนี้เธออายุย่างสามสิบเอ็ดปี
“ครับผม” แล้วเซเรสน้อยก็ลุกลงจากเตียงมายืนแม้จะงัวเงียอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่งอแงให้แม่ต้องเหนื่อยปลอบสักนิด
“กลับบ้านเรากัน เดี๋ยวแม่จะพักไลฟ์ให้พนักงานแพ็กสินค้าวันนี้สักสองวัน เซเรสอยากไปไหนบอกแม่ได้นะครับ”
“ไปจันทบุรีครับ อยากไปเที่ยวสวนผลไม้ครับ”
“ครับ แต่วันนี้ต้องกลับไปนอนพักก่อนนะครับ”
แล้วสองแม่ลูกก็เดินจูงมือกันออกจากห้องพักผ่อนเพื่อกลับบ้านอันแสนอบอุ่นของพวกเขากัน
เวลา 08.00 น.
แม้จะทำงานดึกแค่ไหน แต่ก็ตื่นสายไม่ได้ ปาลิกาตื่นแต่เช้ามาทำมื้อเช้าไว้ให้ลูกชายที่ยังหลับอยู่บนเตียงแล้วก็ออกมารดน้ำต้นไม้ในสวนหน้าบ้านของตนเอง เธออาศัยอยู่กับลูกชายสองคน เพราะท้องไม่มีพ่อ พ่อกับแม่จึงไล่ออกจากบ้านตัดขาดกันตั้งแต่นั้นมา จนตอนนี้ท่านทั้งสองก็ยังไม่ให้อภัยเธอ แม้จะพาเซเรสไปเยี่ยมพวกท่านที่ต่างจังหวัดหลายครั้งแล้ว และจะผ่านความยากลำบากมาไม่ได้ ถ้าไม่มีเพื่อนสนิทอย่างผิงผิง และผิงผิงก็ทำให้เธอเป็นแม่พายขายทุกอย่างในทุกวันนี้
กริ๊ง!
เสียงกริ่งหน้าบ้านทำให้เธอที่กำลังสนใจดอกไม้ในสวนเงยหน้าขึ้นมองประตูรั้วเล็กของบ้านก็ยิ้มทันทีเมื่อเห็นว่าใครยืนกดกริ่ง
“แป๊บนะ ปิดน้ำก่อน”
ปาลิกาบอกแขกให้รอตนครู่หนึ่งก่อนแล้วก็เดินไปปิดน้ำ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูเล็กให้ผิงผิงเข้ามาในบ้าน
“ไม่ได้ขับรถมาเหรอวันนี้”
“เหนื่อยน่ะ ว่าแต่ลูกชายผิงผิงตื่นยังพาย”
“หลับน่ะ เมื่อคืนไปเฝ้าที่ไลฟ์ถึงเที่ยงคืน”
“งี้แหละ คนหล่อมักขยัน เราซื้อปาท่องโก๋หน้าบ้านของโปรดพายกับของเซเรสมาให้ด้วยนะ” พูดพร้อมยกถุงในมือขึ้นอวด
“ขอบคุณนะ ว่าแต่ทำไมวันนี้มาหาพายกับเซเรสได้ล่ะ งานที่ร้านอาหารไม่ยุ่งเหรอ”
“เฮียดูแลน่ะ”
“อือ...เฮียแสนดีจริงๆ เนี่ยเมื่อไหร่ผิงผิงจะมีลูกให้เฮียสักที เซเรสอยากมีน้องแล้วนะ”
“ก็รอพายมีพ่อให้ลูกชายเราเนี่ยแหละ ว่าแต่เจ้าของบริษัทน้ำยาปรับผ้านุ่มไม่โอเคเหรอ ถึงหยุดคุย”
“จู้จี้จุกจิกน่ะ ขนาดแค่คุยกันนะยังไม่คบก็ไม่ไหวแล้วผิงผิง ต่อไปไม่ต้องติดต่อใครมาให้พายอีกแล้วนะ พายปวดหัว แค่เซเรสคนเดียวก็ปวดหัวพอแล้ว” เธอพูดพร้อมพากันเดินเข้าบ้าน
พอเข้ามาในบ้าน ผิงผิงก็เดินไปยังห้องครัวเพื่อรินน้ำกินเอง ก็บ้านหลังนี้เธอไม่ใช่แขกสำหรับสองแม่ลูก และเธอก็เป็นแม่ทูนหัวของเซเรสด้วย
“พาย”
“หืม!” เธอหันไปพร้อมเลิกคิ้วเป็นคำถาม เพราะแววตาของเพื่อนที่ส่งมาบ่งบอกว่ามีเรื่องอยากคุย
“ที่พายคุยกับใครก็ไม่รอด เพราะไอ้มาเฟียนั่นรึเปล่า”
คำพูดของเพื่อนทำเธอสะอึกพูดไม่ออก เพราะดีเอ็นเอของมาเฟียต่ำทรามนั้นติดอยู่บนหน้าของเซเรสที่เป็นชีวิตจิตใจของเธอ
“ว่ายังไงพาย ที่คุยกับใครก็ไม่รอด เพราะไอ้มาเฟียนั่นรึเปล่าฮึ?” ผิงผิงเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างเพื่อนรักแล้วก็เอนตัวพิงพนักโซฟาที่นั่งอยู่มองสบตาเพื่อนที่ตอนนี้สบตาตนเองกลับเหมือนกัน
“ไม่มีทาง!” ขนาดผ่านมาขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่ลืมหน้าของคาร์ล เพราะว่าเหมือนเจอเขาทุกวัน ก็เซเรสดันถอดแบบคนถ่อยนั้นมาทุกกระเบียดนิ้ว
“จ้า! แต่อย่าลืมสิ นอนกอดลูกทุกวันก็เหมือนนอนกอดพ่อนั่นแหละพาย” ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าในใจของเพื่อนรักนั้นซ่อนมาเฟียหนุ่มไว้ แม้จะผ่านมานานและถูกทำร้ายจิตใจมากแค่ไหน ‘รัก’ แรกยังไงก็ยังคงเป็นรักแรกที่ตราตรึงในใจของปาลิกาอยู่วันยังค่ำ
“เพ้อเจ้อ!” แล้วเธอก็ลุกเดินหนีขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านเพื่อจะไปดูลูกชายว่าตื่นนอนรึยัง เพราะมื้อเช้าที่เตรียมไว้ให้เริ่มเย็นชืดหมดแล้ว
“ปากแข็ง!” ผิงผิงพึมพำไล่หลังเพื่อนรักแล้วก็ล้วงกระเป๋าสะพายหยิบโทรศัพท์ออกมากดต่อสายบอกสามีว่าตนมาถึงบ้านของปาลิกาแล้ว