พันธะลวงผูกรัก :5

1392 Words
คาร์ลเบื่อจะหลบซ่อนแล้ว ตั้งแต่ได้คุยกับลูกชายวันนั้น ใจของมาเฟียหนุ่มก็อยู่ไม่เป็นสุข อยากเห็นหน้าพูดคุยต่อล้อต่อเถียงกับลูกชายทุกวัน วันนี้เวลาสองทุ่มครึ่งปาลิกาจะไลฟ์สดที่บ้าน เขาจึงเดินทางมายังบ้านของเธอในเวลาสามทุ่ม โดยมีโทมัส อูเวอ และบอดี้การ์ดอีกห้าคนติดตามมาด้วย เซเรสควรได้รู้ว่า ‘พ่อ’ ของเขายังมีชีวิตอยู่ ยังหายใจอยู่ ยังไม่ได้ ‘ตาย’ อย่างที่แม่ของเขาบอก พอมาถึงเขาก็ก้าวขาลงจากรถที่บอดี้การ์ดเปิดประตูรถให้แล้วเดินไปยังประตูรั้วเล็กแล้วลองผลักดูก็เห็นว่ามันไม่ได้ล็อกจากข้างในจึงเปิดผลักเข้าไปในบ้านและก็ยกมือห้ามไม่ให้ทุกคนตามตนเข้าไป ‘ทำไมสะเพร่าแบบนี้นะ ไม่รู้จักอันตราย’ เขาพึมพำให้เจ้าของบ้านแล้วเดินเข้าบ้านไปคนเดียว เท้าใหญ่เดินก้าวลงส้นเท้าหนักมั่นคงไปในบ้านแล้วเปิดประตูเข้าไปเห็นลูกชายนั่งอยู่บนโซฟาเล่นหุ่นยนต์ของเล่นอยู่ “เซเรส” คาร์ลเอ่ยเรียกลูกชายให้หันมาสนใจตนเอง เซเรสเงยหน้าขึ้นจากหุ่นยนต์ที่เล่นอยู่มองจ้องอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วก่อนจะทิ้งหุ่นยนต์แล้ววิ่งไปหยิบไม้กวาดขึ้นกำแน่นเมื่อเห็นผู้บุกรุกบ้านตัวเองเป็นชายฝรั่งร่างใหญ่ไม่คุ้นเคย น้ำเสียงคุ้นหู แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน “แม่ครับ คุณลุงคนนี้บุกรุกบ้านเราครับ” หนูน้อยวัยแปดขวบกำถือไม้กวาดในมือแน่นพร้อมฟาดผู้บุกรุกและตะโกนร้องเรียกแม่ที่กำลังไลฟ์สดขายของอยู่ให้มาดู “ว่าไงนะเซเรส” เธอตะโกนถามลูกชายที่อยู่ด้านนอกของห้องพร้อมกับหันมาบอกลูกค้าในไลฟ์สดว่าขอหยุดการไลฟ์วันนี้เท่านี้ เพราะมีเรื่องด่วนต้องไปจัดการ พอเดินออกมาก็เห็นร่างสูงใหญ่ของหนุ่มต่างชาติ ผมสีน้ำตาลดวงตาสีเฮเซลแบบลูกชายตัวเองหันมองมาทางตนเองพร้อมกับในมือของเขาถือรูปถ่ายของลูกชายที่เคยตั้งอยู่ในตู้โชว์อยู่ในมือหนา แม้จะผ่านมานานเก้าปี แต่เธอก็จำร่างสูงใหญ่ของผู้บุกรุกได้ เพราะภาพของเขามันคอยซ่อนอยู่บนหน้าของลูกน้อยทุกวัน และมันก็ตอกย้ำทุกวันของเธอไม่ให้ลืมเลือนเขา “แม่ครับ ฟาดเลยไหมครับ" หนูน้อยเดินก้าวเท้าสั้นๆ วิ่งซอยไปหาแม่พร้อมกับยกไม้กวาดพร้อมฟาดผู้บุกรุกตัวใหญ่ หึหึ “คุณไม่ได้บอกลูกเหรอว่าผมเป็นใคร” เสียงเหี้ยมดังลอดออกมาจากริมฝีปากหนาพร้อมกับเก็บรูปที่ถือในมือเก็บไว้ในตู้โชว์เหมือนเดิมแล้วเดินก้าวไปหาสองแม่ลูก เมื่อถือวิสาสะเดินสำรวจดูทั่วห้องแล้ว “แม่รู้จักคุณลุงนี่ด้วยเหรอครับ” หนุ่มน้อยแหงนหน้าเงยขึ้นถามแม่พร้อมกับยกไม้กวาดในมือพร้อมฟาดคนที่เดินเข้ามาหาตัวเองกับแม่อย่างคุกคาม “ไม่รู้จักครับ” เธอไม่ตอบเขา แต่ก้มหน้าตอบลูกน้อยพร้อมกับเดินมาบังลูกน้อยให้พ้นจากสายตาองอาจของคนตัวโต “เธอไม่รู้เหรอว่าฉันเป็นใครเด็กน้อย เราเคยเจอกันแล้วนะ เสียใจจังที่เซเรสจำฉันไม่ได้” เสียงเข้มเอ่ยถามลูกชายที่หลบซ่อนอยู่ด้านหลังแม่ “จะไปรู้ได้ยังไงครับว่าคุณลุงเป็นใคร แม่ผมก็บอกว่าไม่รู้จักคุณลุง เชิญออกไปจากบ้านเราได้แล้วครับ” หนูน้อยวัยแปดขวบเอ่ยอย่างฉะฉานพร้อมเดินมาขวางทางคนตัวโตที่ยืนตรงหน้าไม่ให้เข้าใกล้ตัวเองกับแม่และก็ตวัดฟาดไม้กวาดใส่ผู้บุกรุกทันทีเมื่อผู้บุกรุกไม่ยอมหยุดเท้าที่่เดินมาหาตนและแม่ โอ๊ย! “ไอ้หนู ฉันเป็นพ่อนายนะ” ไม่คิดว่าลูกน้อยจะกล้าเอาไม้กวาดฟาดตีไล่ตัวเองแบบนี้ “อย่ามาแอบอ้างว่าเป็นพ่อผม เพราะพ่อผมตายไปแล้วใช่ไหมครับแม่?” หนูน้อยตอบโต้กลับพร้อมกับหันมาแหงนเงยหน้าถามแม่ที่ยืนอยู่ด้านหลังตัวเอง “ใช่! อย่ามาแอบอ้าง เซเรสเขาเป็นลูกฉันคนเดียวและพ่อของเขาก็ตายไปแล้ว” เธอตอบลูกชายพร้อมกับบอกผู้ชายตรงหน้าตัวเองและลูก “หึหึ...เธอโกหกลูกได้ยังไงกันพาย ทั้งๆ ที่หน้าฉันกับเซเรสถอดแบบกันมาแบบนี้ อีกอย่างจำ ‘พ่อ’ ไม่ได้จริงๆ เหรอ ที่สวนผลไม้เราคุยกันตั้งนานสองนาน ที่ระเบียงห้อง” คาร์ลเอ่ยให้ลูกคิดถึงครั้งแรกที่ตนกับเซเรสเจอกัน หนูน้อยขมวดคิ้วนึกตามแล้วก็อ้าปากกว้าง “แม่พาย เซเรสจำได้แล้ว คุณลุงที่พักข้างห้องเราที่สวนผลไม้ลุงหนามไงครับ ที่เซเรสเล่าให้ฟัง” จำเสียงได้แล้วและพอได้มองด้านข้างอีกฝ่ายก็บอกแม่ทันที “ว่าไงนะเซเรส?” ใจของแม่ตกไปอยู่ตาตุ่มเมื่อได้ยินลูกบอกว่าเคยเจอกับเขาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเธอไม่ได้ใส่ใจ เพราะคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ลูกชายเล่าให้ฟัง “ลุงคนนี้แหละครับแม่ แล้วลุงรู้จักบ้านผมได้ยังไงกัน และอย่ามาแอบอ้างว่าเป็น ‘พ่อ’ ผมดีกว่า ผมบอกลุงไปแล้วไงครับว่าพ่อผม ‘ตาย’ ไปแล้ว” เซเรสบอกมาเฟียหนุ่ม “พาย เรื่องนี้ฉันว่าเธอควรอธิบายให้ลูกฟังนะ และก็แก้ข่าวใหม่ด้วย ฉันยังไม่ ‘ตาย’ ทำไมเธอถึงบอกลูกแบบนั้นฮึ” เห็นสองแม่ลูกถอยห่างอย่างระวังตัวก็เลยเลือกจะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟารับแขกของบ้าน เพราะไม่อยากเสี่ยงโดนไม้กวาดฟาดตีอีกรอบ แล้วหยิบหุ่นยนต์ของลูกชายขึ้นมาดู “อย่าแตะต้องของของผม วางลงเดี๋ยวนี้” เซเรสสั่งเสียงแข็งพร้อมชี้ไม้กวาดไปทางผู้บุรุกด้วยความไม่พอใจ “เซเรสขึ้นไปอยู่บนบ้านก่อนนะครับ” ปาลิกาบอกลูกชายแล้วแย่งไม้กวาดในมือลูกมาถือไว้เอง “ไม่ครับ” “เซเรสไม่ดื้อกับแม่ได้ไหม แม่พายไม่เป็นไร เขาไม่กล้าทำอะไรแม่พายหรอก เชื่อแม่สิ” “แสดงว่าแม่รู้จักลุงเขา?” “อือ...แม่รู้จัก ไปรอแม่บนห้องนะเซเรส” “งั้นก็ได้ครับ ห้ามคิดทำร้ายแม่ผมเชียว ไม่งั้นเจอดีแน่นอน” ก่อนจะไปก็พูดขู่คนตัวโตพร้อมกำมือชูกำปั้นแน่นด้วยท่าทางเอาเรื่องก่อนจะจากไป ปาลิกามองลูกชายเดินขึ้นบันไดบ้านไปก็เอาไม้กวาดไปเก็บไว้ที่เดิมแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งโซฟาตรงข้ามกับคาร์ลแล้วก็เอ่ยปากพูดเมื่อเหลือกันสองคนตามลำพังในห้องรับแขกของบ้านตนเอง “ถ้าคิดจะมารับผิดชอบ บอกเลยว่าไร้ประโยชน์ค่ะ” เสียงเล็กพูดขึ้นอย่างเข้มแข็ง “แล้วทำไมไม่บอกฉันว่าเธอท้อง?” มาเฟียหนุ่มถามแม่ของลูก “เพื่ออะไรคะ ลองมาเป็นฉันดูสิคะ คนที่เอาเงินฟาดหัวไล่ฉันออกจากงาน ไล่ฉันไปให้พ้นอย่างคุณเนี่ยเหรอจะยินดีรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น” เธอถามเขากลับด้วยน้ำเสียงขุ่นแค้น “อย่างน้อยเธอน่าจะบอกฉันว่าเธอท้อง” มาเฟียหนุ่มยังคงพูดเหมือนเดิม “มันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ บอกไปคุณก็คงให้ฉันไปเอาเด็กออก อีกอย่างผ่านมาเก้าปีแล้ว ทำไมคุณเพิ่งมา และทำไมถึงอยากจะเป็นพ่อของเขา เราต่างคนต่างอยู่ไม่ดีกว่าเหรอคะ คิดเสียว่าเขาไม่ใช่ลูกคุณ และคิดว่าเราไม่เคยรู้จักกันเหมือนที่ผ่านมา ไม่ดีกว่าเหรอคะ” “ลูกควรรู้ว่าเขามีพ่อและควรรู้ว่าผมเป็นคนทำให้เขาเกิดมา”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD