เวลาผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที ปาลิกาก็ออกมาจากห้องน้ำ ออกมาเห็นลูกชายสุดที่รักนอนหลับไปแล้วเธอก็อมยิ้มแล้วเดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งทาครีมบำรุงผิวก่อนนอน วันนี้คงไม่ได้เล่าเรื่องของคาร์ลให้เซเรสฟังแล้ว ก็เล่นหลับหนีไปก่อนซะแล้ว
ดึกดื่นค่อนคืนมาเฟียหนุ่มก็นอนไม่หลับ วันนี้ได้เห็นแม่ของลูกใกล้ๆ ชัดๆ พอกลับมาก็นอนไม่หลับ เขาบอกตัวเองไม่ถูก เพราะตรงนั้นของเขามันปวดร้าวจนยากจะควบคุมจนต้องใช้มือปลดปล่อยตัวเองไปสองรอบตั้งแต่กลับมา นานแล้ว เก้าปีก็ว่าได้ที่เขานึกว่าตัวเองตายด้าน แต่วันนี้เจอแม่ของลูกในระยะใกล้ ความต้องการปรารถนาก็คุกรุ่นขึ้นจนอธิบายความรู้สึกไม่ถูกว่าทำไมถึงกลับมามีความต้องการแบบนี้ได้ และเธอก็สวยมากด้วย สวยกว่าเมื่อเก้าปีก่อนจนเขาแทบลืมหายใจตอนได้เจอเธอวินาทีแรก แต่ก็แสร้งตีหน้านิ่งทำเป็นไม่สนใจ แต่ภายในใจของเขามันคุกรุ่น
“เธอทำอะไรกับฉันกันแน่พาย” เขาพึมพำกับตนเองแล้วหยิบแก้วน้ำสีอำพันข้างมือขึ้นมาจิบดื่มแล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตานึกย้อนถึงอดีตในคืนฝนตกคืนนั้น
“อ่า...ให้ตายสิพาย เธอนี่เองคือสาเหตุทำให้ฉันอ่อนตัวมาตลอดเก้าปี อืม...วันนี้มันแข็งตัวและอยากกระแทกเธอเป็นบ้า ฉันไม่สนใจแล้วว่าเธอจะยินดีอยู่กับฉันไหม เพราะฉันจะพาตัวเองไปยัดเยียดให้เธอถึงที่เองคนสวย อ่า...” เขาลืมตาขึ้นแล้วก็จิบดื่มน้ำสีอำพันในแก้วอีกครั้งและครั้งนี้ดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วลุกจากเก้าอี้ไปเข้าห้องน้ำเพื่อช่วยเหลือตัวเองอีกรอบ
เวลา 08.30 น.
อูเวอกับโทมัสมองเจ้านายหนุ่มที่ลงจากรถไปพร้อมกับบอดี้การ์ดสองนายที่ช่วยยกกระเป๋าลงจากรถ แล้วจะให้ซื้อบ้านทำไม ในเมื่อจะย้ายมาอยู่กับปาลิกาและลูกชาย
“โทมัส แกว่านายจะถูกไล่ออกมาไหม”
“ร้อยเปอร์เซ็นต์อูเวอ” โทมัสตอบแล้วทั้งสองก็ลงรถเดินตามหลังมาเฟียหนุ่มไป
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!
มือใหญ่ยกขึ้นกดออดหน้าประตูบ้านแล้วเจ้าบ้านตัวน้อยก็วิ่งออกมาส่องดู พอเห็นว่าเป็นเขาก็ยืนหน้ามุ่ยคิ้วขมวดชนกันพร้อมกอดอกส่งสายตาดุดันออกมาจากช่องประตูรั้ว
“เปิดประตูให้พ่อหน่อยสิเซเรส”
“แม่บอกว่าไม่ให้เปิดบ้านรับคนแปลกหน้าครับ”
“นี่พ่อเอง”
“รู้แล้วครับ แต่ก็ไม่ได้เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก จริงๆ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันนอกจากสายเลือด ว่าไหมครับ”
ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือคำพูดเด็กแปดขวบ และทำเอาคนฟังที่ฟังภาษาไทยรู้เรื่องสามคนอึ้งไปตามๆ กัน
โทมัสกับอูเวอได้แต่สบตากันแล้วก็ขำในคอ สุดท้ายแล้วมาเฟียคาร์ล ฮ็อฟมัน ก็ได้เจอคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อสักที
หึหึ
เสียงแค่นขำของโทมัสกับอูเวอทำให้คาร์ลไม่พอใจหันมามองตาขวางจนสองคนต้องรีบก้มหน้าหนี
“พ่อไม่รู้ไงว่ามีเรา ถ้าแม่พายบอกพ่อ พ่อก็ต้องมาเลี้ยงเซเรสอยู่แล้ว ว่าไหม เปิดประตู!” ท้ายประโยคเขาสั่งเด็กน้อยเสียงเข้ม ซึ่งปกติแล้วคนได้ยินจะรู้สึกหวาดกลัวเสียวสันหลัง แต่กับหนุ่มน้อยลูกครึ่ง วัยแปดขวบกลับไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย แถมยังยิ้มเยาะเย้ยอีกต่างหาก
“ไม่เปิดแล้วจะทำไมครับ!”
“อยากให้แม่พายเสียเงินซ่อมประตูก็บอกพ่อสิ เดี๋ยวพ่อจัดให้ พวกนายจัดการพังประตูเดี๋ยวนี้” ท้ายประโยคเขาหันไปสั่งงานบอดี้การ์ดที่ตามมา
“ครับนาย” หนึ่งในบอดี้การ์ดรับคำสั่งเดินมาจะพังประตู แต่เสียงเล็กห้ามไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! อย่ามาทำตัวเป็นมาเฟียแถวนี้”
หลังจากได้รู้เรื่องของพ่อก็รู้ว่าพ่อผู้ให้กำเนิดตนเองเป็นมาเฟียขาใหญ่ที่ฝรั่งเศส แม่ได้เล่าให้ฟังเมื่อเช้าหลังทานมื้อเช้าอิ่มว่าครั้งหนึ่งแม่เคยเป็นนักสำรวจได้รู้จักพ่อและแม่ก็ลาออกจากงานกลับมาถึงได้รู้ว่าตัวเองท้องกับพ่อ แต่ก็ไม่ได้บอกพ่อของเขาเรื่องมีเขา เพราะต่างคนต่างอยู่กันแล้ว ไม่ควรต้องติดต่อกันอีก และนี่จึงเป็นสาเหตุที่ต้องโกหกว่าพ่อของเขาได้ ‘ตาย’ ไปแล้ว เพราะไม่อยากให้ลูกชายถามถึงพ่อกับตน
บอดี้การ์ดทั้งสองคนหยุดเท้าที่กำลังเดินแล้วมองไปทางเจ้านายสายตรงตัวเองที่ยกมือโบกไล่ให้กลับไปยืนที่เดิม ทั้งสองเดินก้าวถอยหลังไปยืนจุดเดิม
“ก็รู้ว่าพ่อเป็นมาเฟีย แล้วทำไมไม่กลัว”
“แล้วทำไมผมต้องกลัวด้วยล่ะ ในเมื่อลุงมาที่นี่เพราะต้องการจะเจอผมอยู่แล้วนี่ อยากเข้ามาใช่ไหม ได้...งั้นเข้ามา แต่เข้ามาคนเดียวนะ คนอื่นผมไม่สะดวก” แล้วหนูน้อยก็เปิดประตูรั้วให้พ่อเข้าบ้าน
“พวกนายอยู่แถวนี้แหละ ส่วนนายอูเวอกลับไปประจำที่บริษัท เผื่อสำนักงานใหญ่ต้องการประชุม นายก็ประชุมออนไลน์แทนฉัน ให้โทมัสอยู่คนเดียวก็พอ ส่วนพวกนายก็กลับไปเหมือนกัน” ก่อนจะเดินลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในบ้านก็สั่งงานลูกน้องของตนก่อน
“แล้วลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาทำไมครับ”
เซเรสถามพ่อ
“เดี๋ยวก็รู้ว่าลากมาทำไม”
แล้วร่างสูงใหญ่มาเฟียหนุ่มก็เดินผ่านลูกชายเข้าไปในบ้าน ทั้งๆ ที่เพิ่งมารอบนี้ครั้งที่สองเอง แต่ก็เดินเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นชินทำราวกับเป็นบ้านตัวเองทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นแขกแท้ๆ
เท้าเล็กของเซเรสซอยก้าวเท้าสาวยาวๆ ตามพ่อเข้าบ้านไป
“ไปนานจังครับเซเรส ว่าแต่ของที่สั่งมาส่งเหรอครับ”
ได้ยินเสียงเดินเข้าบ้านมา ปาลิกาจึงถามลูกชายโดยไม่เงยหน้าจากเอกสารที่กองตรงหน้าตนเอง
“แม่ครับ เซเรสเปิดบ้านให้แขกไม่ได้รับเชิญเข้ามา” เซเรสวิ่งไปเกาะขาแม่ที่นั่งทำงานอยู่ยังโต๊ะทำงาน
คำพูดของลูกชายทำให้ปาลิกาต้องเงยหน้าขึ้นจากงานตรงหน้าตัวเองแล้วก็เห็นแขกไม่ได้รับเชิญพร้อมกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ
“เซเรส ทำไมให้เขาเข้ามา”
“ก็ลุงเขาจะพังประตู เซเรสเลยต้องจำใจเปิดประตูให้ครับ ขอโทษนะครับ”
“อือ...ลูกไปเล่นเถอะ แม่จัดการคนแปลกหน้าคนนี้เอง”
“ครับ แม่พาย ห้ามทำแม่ผมเจ็บ ถ้าทำเจอดีแน่ เข้าใจไหมครับ” ก่อนไปก็ตะโกนขู่คนที่เดินลากกระเป๋าไปทิ้งตัวนั่งลงยังโซฟาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าบ้าน
หึหึ
คาร์ลแค่นขำในคอไม่ได้ตอบลูกชาย
“ไม่มีใครทำอะไรแม่ได้หรอกนอกจากเซเรส ไปเล่นเถอะลูก แม่จะจัดการเขาเอง”
“ครับ แม่พาย เกิดอะไรขึ้นร้องดังๆ นะครับ เซเรสจะได้รีบมาช่วย”
“ครับ ไปเถอะ” แล้วปาลิกาก็ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเดินไปนั่งลงโซฟาตรงข้ามกับคาร์ล แล้วมองไปทางลูกชายที่ยังยืนมองมาทางตนและมาเฟียหนุ่มจึงเอ่ยอีกครั้ง
“แม่พายไม่เป็นไร ไปเถอะครับ”
อือ!
แล้วหนูน้อยก็ยอมเดินไปทางห้องของแม่ที่ใช้ไลฟ์สดขายของและพูดคุยกับลูกเพจเวลาอยู่บ้าน
“คาร์ล เมื่อวานฉันว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ” พอเหลือกันสองคน ปาลิกาก็เอ่ยถามคนตัวโต
“ไม่คิดจะให้น้ำดื่มผมสักแก้วเหรอพาย”