“พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันโทรหา” เขาบอกกับเธอด้วยเสียงราบเรียบเหมือนเช่นเคยแต่สายตากลับกวาดมองเธอไปทั่วใบหน้าอย่างที่ไม่เคยมองมาก่อน ซึ่งปกติเขาแทบจะไม่อยากมองหน้าเธอเลยตั้งแต่แม่ของเขาจะให้หมั้นกัน พอหมั้นกันแล้วก็ยิ่งแล้วใหญ่แม้แต่จะคุยด้วยยังไม่อยากคุย
“ดูๆไปเธอก็…” รามยังคงจ้องมองที่ใบหน้าของเธอแต่ที่มากกว่านั้นคือเขาโน้มตัวเองลงมาใกล้เธอเรื่อยๆ จนทำให้ริศานั่งเกร็งตัวแข็งไปหมดไม่กล้าที่จะขยับแม้แต่นิดเดียว
“พะ…พี่ราม”
“ทำไมถึงยอมหมั้นกับฉัน” ปากหนาเอ่ยถามในขณะที่ยังคงขยับเข้ามาใกล้ๆจนปลายจมูกชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆที่รินลดลงมายังใบหน้าสวยยิ่งทำให้คนตัวเล็กหัวใจเต้นแรงจนมันแทบจะกระเด็นหลุดออกมาเสียให้ได้
“…”
“ตอบ” เขายังคงเค้นเอาคำตอบ
“คือ…เอ่อ…เพราะป้ากนกมีพระคุณกับริศาค่ะ” เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆเพราะความตื่นเต้นที่ถูกเขาเอาหน้าเข้ามาใกล้มากขนาดนี้ มันใกล้กว่าตอนที่อยู่ในร้านเหล้าวันนั้นเสียอีก
“ถ้าแค่นั้นแล้วทำไมต้องใจเต้นแรง” ชายหนุ่มยังคงเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้คล้ายอยากจะต้อนให้เธอจนมุมเพื่ออะไรสักอย่าง
“เปล่านะคะ ริศาไม่ได้ใจเต้นแรงสักหน่อย”
“งั้นเหรอ แล้วนี่อะไร”
“พี่ราม!” เธอเผลอเรียกชื่ออีกคนเสียงดังด้วยความตกใจเพราะเขาเล่นเอามือตัวเองมาวางไว้ตรงอกข้างซ้ายของเธอ และด้วยความใหญ่ของมือหนาทำให้บางส่วนเฉียดโดนที่เนินอกนุ่ม ไม่เพียงแค่นั้นเขายังใช้มืออีกข้างตวัดโอบรอบเอวบางของเธอไว้อีกด้วย
“ปล่อยริศาก่อนค่ะพี่ราม” มือเล็กพยายามดันเขาให้ออกห่าง
“ทำไมล่ะ เป็นคู่หมั้นกันไม่ใช่เหรอ”
“ก็ใช่ค่ะ แต่…”
“มีแต่คนบอกให้ฉันลองเปิดใจให้เธอ”
“…”
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอมีดีอะไร พวกนั้นถึงเชียร์เธอนัก”
“…”
“แต่ที่แน่ๆ ฉันก็ว่ากลิ่นตัวเธอก็หอมดี” รามใช้ปลายจมูกของตัวเองแตะลงที่แก้มนวลของเธอเบาๆ ทำให้คนตัวเล็กที่นั่งตัวสั่นอยู่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมาแรงๆ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวราวกับว่ามีไข้ขึ้นสูง อาการวูบไปวูบมาคล้ายจะเป็นลมให้ได้ เธอต้องตายแน่ๆถ้าหากว่ายังถูกเขาแกล้งอยู่แบบนี้ แต่ก่อนที่เธอจะเป็นลมลงไปจริงๆนั้น…
“ลงไปได้แล้ว”
“คะ?” คนที่ถูกเหมือนกระชากความรู้สึกไปกระชากความรู้สึกมามึนงงไปหมด
“จะไม่ขึ้นห้องตัวเองไปหรือไง”
“อะ อ๋อค่ะ ไปแล้วค่ะ” ริศาพยายามควบคุมสติตัวเองที่เตลิดไปไกลพอสมควรให้กลับมาเข้าที่และรีบเปิดประตูรถลงไป คนตัวเล็กไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองเขาอีกครั้งเพราะกลัวว่าเขาจะเห็นหน้าแดงๆที่เขินอายของเธอ จึงรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในหอพักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“หึ!” รามที่นั่งมองท่าทางเหล่านั้นอยู่ในรถก็รู้สึกชอบใจอย่างบอกไม่ถูก ปกติเวลาเห็นเธอพูดคุยกับแม่เขาหรือคนในครอบครัวของเขา เขาเองก็จะรู้สึกว่าท่าทางเธอมันช่างติ๋มๆหงิมๆจนหน้ารำคาญ แต่พอได้มาลองพูดคุยกับเธอแบบจริงจังดูบ้างมันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นในความรู้สึกของเขา จะมีหงุดหงิดบ้างก็ตรงที่เธอชอบให้เขาทวนคำพูดตัวเองบ่อยๆ
รามนั่งมองริศาอยู่ในรถสักพักจนกระทั่งคนตัวเล็กเดินหายเข้าไปในหอพักแล้วนั้น เขาจึงได้ขับรถกลับออกไป
ห้องพักริศา…
ตึกตัก~ ตึกตัก~
เสียงหัวใจดวงน้อยๆของคนตัวเล็กยังคงเต้นดังโครมครามอยู่ไม่หายแม้ว่าจะขึ้นมาถึงบนห้องได้สักพักแล้วก็ตาม เธอไม่อาจหยุดนึกถึงช่วงวินาทีนั้นที่เขาใช้ปลายจมูกแตะลงบนแก้มเธอได้เลย ถึงมันจะไม่ใช่การหอมแก้มแบบสูดดมแต่ทว่ามันก็ทำให้คนที่ถูกทำแบบนั้นขนลุกไปได้ทั้งตัว ยิ่งเธอที่มีใจให้เขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ยิ่งนึกถึง…ก็ยิ่งใจสั่น
“ทำบ้าอะไรของพี่เขาเนี่ย” ริมฝีปากเรียวบางบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเอามือจับแก้มลูบไปมาอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความรู้สึกมีความสุขแปลกๆในตอนนี้
“พอๆริศา คิดอะไรไปไกลเกินแล้วนะ” แต่ก็ยังไม่วายห้ามปรามความคิดหลงตัวเองไว้ ตอนนี้เธออาจจะมีความสุข แต่ใครจะไปรู้ที่เขาทำในวันนี้อาจจะแค่อยากแกล้งเธอเล่นๆก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแล้วเธอจะต้องเผื่อใจเอาไว้บ้างเป็นดีที่สุด เธอไม่อยากหน้าแตกทีหลังเพราะคิดไปเองว่าเขานั้นก็มีใจให้…
คิดได้มาถึงตรงนี้คนตัวเล็กก็จำต้องสลัดทุกความรู้สึกออกไปและเตรียมตัวพาตัวเองเข้านอน…
สายๆวันต่อมา…
“อื้มม~” ริศาลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆของอีกวันด้วยใบหน้าที่งัวเงียยังรู้สึกเพลียไม่หาย เมื่อคืนกว่าเธอจะข่มตาให้นอนหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอมีนัดกับใคร ร่างเล็กก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนและปรี่เดินเข้าไปยังตู้เสื้อผ้าของตัวเองทันที
“ได้ใส่แล้วสินะ” ชุดเดรสสีชมพูน่ารักที่เธอซื้อมาไว้ในตู้เมื่อเดือนที่แล้วถูกหยิบเอามาทาบขึ้นกับตัว ใบหน้าสวยยิ้มให้กระจกก่อนจะหันซ้ายหันขวาอย่างชอบใจในความสีหวานของชุดซึ่งเป็นสีที่เธอชอบมากที่สุด
ริศามองดูนาฬิกาก็เห็นว่าเพิ่งจะสิบโมงเช้าแต่รามนัดกับเธอไว้ตอนบ่ายสามเพราะฉะนั้นก็ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงจึงตัดสินใจว่าจะลงไปหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นร่างเล็กจึงเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำก่อนจะออกมาใส่ชุดสบายๆเพื่อลงไปหาอะไรกินแถวๆหอพักของเธอ
อีกด้าน…
รถสปอร์ตคันหรูของรามเลี้ยวเข้ามาจอดภายในหอพักของริศาหลังจากที่เขาเสร็จจากการทำธุระแถวนี้พอดี ด้วยความที่ขี้เกลียดย้อนกลับไปที่คอนโดตัวเองเขาจึงได้ขับรถมาเรื่อยๆกระทั่งมาถึงยังหอพักของคนตัวเล็ก
กรึก! กรึก!
ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะที่พวงมาลัยรถพลางใช้ความคิดว่าจะโทรขึ้นไปหาเธอให้รีบแต่งตัวแล้วตรงไปที่บ้านของเขาเลยดีหรือไม่ หรือว่าเขาควรจะไปที่อื่นก่อนดีแล้วค่อยกลับมารับเธออีกทีเมื่อถึงเวลา…แต่ในขณะที่เขากำลังใช้ความคิดตัดสินใจอยู่นั้น สายตาคมก็เหลือบไปเห็นกับร่างเล็กของใครบางคนที่ดูคุ้นตากำลังเดินออกมาจากตัวหอพัก
ริศาที่อยู่ในชุดอยู่บ้านธรรมดากางเกงขาสั้นกับเสื้อตัวใหญ่โอเวอร์ไซส์ถึงจะดูไม่มีอะไร ทว่าความขาวออร่าบวกกับหน้าตาที่ดูสวยหวานของเธอนั้น ทำให้คนหน้านิ่งที่นั่งอยู่ในรถอดไม่ได้ที่จะหันมองตาม กระทั่งเธอเดินข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่งเขาจึงได้ตัดสินใจลงจากรถและเดินตามเธอไป…อย่างที่ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าจะเดินตามไปทำไม…