ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโรงงานร้าง ทั้งสองฝ่ายสาดกระสุนใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“ใครส่งพวกมึงมา” พ่อค้ายารายใหญ่ที่เข้ามารับยาจากพ่อเลี้ยงร้องตะโกนถามอีกฝั่ง
“มึงไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่ากูเป็นใคร เพราะยังไงพวกมึงก็ต้องตายอยู่ดี” พูดจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นจากที่กำบังเล็งปืนยิงใส่หนึ่งในพวกของพ่อค้ายารายใหญ่ทันที
ปัง!!!!
พ่อค้ายานั้นตกใจมากเมื่อเห็นคนของตัวเองถูกยิงเข้ากลางกระบานจังๆ
“เอาไงดีครับ คนของพวกเราตายกันเกือบหมดแล้ว…”
ปัง!!
พูดยังไม่ทันจบร่างของคนที่พูดก็ล้มไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นอีกคน พ่อค้ายาได้แต่หันไปมองตามเสียงปืนก่อนจะตกใจร้องอุทานชื่อคนตรงหน้าขึ้นมา
“ฟินิกซ์!!!” เขาเอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยความตกใจ มือที่ถือปืนอยู่ก็เตรียมที่จะเล็งใส่คนตรงหน้า ทว่านัยน์ตาคมกริบของชายหนุ่มนั้นไวกว่า ชักปืนยิงเข้าใส่พ่อค้ายาคนนั้นจนปืนร่วงหล่นไปจากมือ
เขาถล่าถอยไปข้างหลังจนล้มลงไป ตัวก็สั่นสะท้านไปหมด มีใครบ้างที่จะไม่เกรงกลัวชายหนุ่มตรงหน้า
“ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับคุณฟินิกซ์” เขารีบยกมือขึ้นไหว้อ้อนวอนชายหนุ่มเพื่อหวังจะมีชีวิตรอด แต่ใครก็รู้ว่าคนผู้นี้ไม่เคยมีความปราณีผู้ใดอยู่แล้ว
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มออกมาพร้อมกับเล็งปืนไปที่หัวของพ่อค้ายาคนนั้น
“ไม่นะครับคุณฟินิกซ์ ผมขอร้อง”
ปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นก่อนพ่อค้ายาคนนั้นจะนอนแน่นิ่งไป
“นายครับ ข้างนอกเคลียร์หมดแล้วครับ”
“ดี” ชายหนุ่มเอ่ยตอบลูกน้องไปและเดินมาดูยาเสพติดมากมายที่อยู่ท้ายรถ ส่วนเงินในการซื้อขายเขาก็ยึดมาได้หมดแล้ว คนของพ่อเลี้ยงที่ออกมาส่งยาให้กับพ่อค้ารายใหญ่เขาก็ส่งคนไปเก็บจนหมด งานนี้คงทำให้พ่อเลี้ยงคลั่งจนแทบจะเป็นบ้าตายแน่ๆ
“แล้วยานี่ เราจะทำยังไงดีครับ” ลูคัสลูกน้องคนสนิทของชายหนุ่มเอ่ยถาม
“เอาไปเทไว้หน้าสภา ให้พวกนักการเมืองพวกนั้นได้เห็นว่าบ้านเมืองที่พวกมันป่าวประกาศว่าสะอาดนักสะอาดหนามันสกปรกและโสโครกแค่ไหน”
สั่งลูกน้องเสร็จเขาก็เดินมาที่รถด้วยท่าทางที่ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร นี่มันแค่เป็นการสั่งสอนเท่านั้น ถ้าพ่อเลี้ยงยังไม่ยอมหยุด เขาเองก็จะตามราวีขัดขวางพ่อเลี้ยงทุกทางเช่นกัน
“แล้วนี่คุณเฟิร์สจะไปไหนต่อครับ” อาร์มลูกน้องคนสนิทอีกคนเอ่ยถาม (ในวงการมาเฟียคนจะรู้จักเฟิร์สในนามฟีนิกซ์)
“ไปที่เซฟเฮาส์” เซฟเฮาส์ที่เฟิร์สพูดถึงก็คือเซฟเฮาส์ที่นาเดียกับไนท์อยู่นั้นแหละ พอเขารู้ว่าพ่อเลี้ยงจะส่งคนไปตามจับพี่สาวเขา เขาจึงส่งเตล่วงหน้าไปพาสองคนนั้นกลับมาก่อน
“เอ่อ….ครับ” อาร์มขับรถพาเฟิร์สไปที่เซฟเฮาส์ เวลาตอนนี้ก็ปาไปเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว เขาเองก็มีความสงสัยในตัวเจ้านายของตัวเองไม่น้อยทั้งๆที่พึ่งจะปฏิบัติภารกิจเสร็จแท้ๆแทนที่จะกลับไปพักผ่อน คนคนนั้นคงจะสำคัญกับเจ้านายเขาจริงๆนั้นแหละไม่งั้นเจ้านายเขาคงไม่รีบไปหาขนาดนี้หรอก
.
.
ด้านพับพาย
“น้าว่ายังไงนะคะ? จะส่งหนูไปเป็นนางบำเรอขัดดอกไอ้เจ้าหนี้งั้นหรอ!!!” หญิงสาวที่พึ่งกลับมาจากที่ทำงานถามขึ้นด้วยความตกใจ แค่ไปทำงานก็เหนื่อยมากแล้วกว่าจะเลิกก็ปาไปจนเกือบเที่ยงคืน พอกลับมายังต้องมาได้ยินเรื่องบ้าบอคอแตกนี้อีก
“มึงจะตะโกนเสียงดังเหี้ยไรห้ะอีพาย มึงควรจะดีใจนะที่กูส่งมึงไปอยู่ในที่ที่สบายๆ” ผู้เป็นพ่อเลี้ยงตอบเธอด้วยหน้าตาที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“ทำไมพายต้องไป ในเมื่อหนี้ที่ก่อน้าเป็นคนก่อมันขึ้นมาเอง”
“อีนี่!!!”
เพี้ยะ!!!
ฝามือสากฟาดเข้าแก้มเนียนอย่างเต็มแรงด้วยความโมโห หญิงสาวหันไปมองแม่ตัวเองเพื่อหวังต้องการให้เธอช่วย แต่ผู้เป็นแม่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไร
“ตอบแทนพระคุณฉันแค่นี้ แกจะตายรึไง ฉันเลี้ยงแกมาตั้งแต่เด็กนะ ลืมไปแล้วรึไงว่าพ่อแกหนีตามเมียน้อยไป ถ้าไม่มีฉันแกจะโตมาได้ขนาดนี้ไหม”
“หึๆ” หญิงสาวแค้นหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งๆที่เธอก็หาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้ก็เป็นเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเธอเองทั้งนั้น แต่ทำไมผู้เป็นพ่อเลี้ยงถึงได้มาชี้หน้าทวงบุญคุณกับเธอฉอดๆแบบนี้
“ถ้าแกไม่ไป พวกมันคงมายิงเราทิ้งหมดบ้าน” แม่ที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น
“ทำไมต้องเป็นพายละแม่ ทั้งที่หนี้พายก็ไม่ได้เป็นคนก่อมันขึ้นมา” เธอหันไปจ้องผู้เป็นพ่อเลี้ยงอย่างโกรธแค้น
“ก็ไอ้เจ้าหนี้มันชอบสาวๆซิงๆไง ฉันถึงต้องส่งแกไปขัดดอกมัน” พ่อเลี้ยงเป็นคนเอ่ยตอบ
“หนูถามแม่คำเดียว รักเคยรักหนูบ้างไหม” เธอจ้องหน้าแม่อย่างต้องการทำตอบ ทว่าผู้เป็นแม่กลับเงียบไม่พูดอะไรสักคำ
หญิงสาวพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
“หนูจะทำเพื่อแม่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จากนี้ไปเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก” ว่าจบเธอก็เตรียมจะเดินไปเก็บข้าวของตัวเองในห้อง
“อีพาย!!! อีลูกเวร นี่มึงจะตัดแม่ตัดลูกกับกูงั้นหรอ ได้!!! กูขอให้ไอ้เสี่ยพุงกางนั้นทำร้ายตบตีมึง ขอให้ชีวิตมึงมีแต่ความทุกข์ทรมาน ไปเลยรีบเก็บกระเป๋าละออกไปนอนรอพวกมันมาเอาตัวมึงไปข้างนอกเลยไป!!” ว่าจบเธอก็เข้ามาเฉดหัวหญิงสาวอย่างแรงจนหญิงสาวล้มลงไปกับพื้นจนเข่าทะลอกเป็นแผล
“มึงจ้องหน้ากูทำไม ห้ะ!!!”
เพี้ยะ!!!
ผู้เป็นแม่ฟาดมือตบเข้าหน้าเธออย่างแรงซ้ำกับรอยนิ้วมือเก่าที่ผู้เป็นพ่อเลี้ยงตบก่อนหน้านี้ ทำให้เลือดซิบออกมาที่มุมปาก
“มึงจะเอาอีกใช่ไหมอีพาย กูเป็นแม่มึงนะ มึงจะมามองกูด้วยสายตาแบบนี้ไม่ได้” หญิงสาวหลุบตาลงต่ำ พร้อมกับร่างกายที่สั่นระริกๆด้วยความกลัว
“กูไม่น่าเลี้ยงมึงมาเลยอีลูกเวร ไปสิ ไปให้พ้นๆหน้ากู” ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้เป็นแม่เอ่ยปากไล่เธอก็เถอะ แต่รอบนี้มันช่างหนักหน่วงกว่าทุกรอบจริงๆ
เธอเข้ามาเก็บของในห้องของตัวเองจนหมด ชีวิตเธอนั้นยิ่งกว่าละครหลังข่าวซะอีก ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ หรือเหนื่อยท้อแค่ไหน สิ่งที่เธอทำได้ก็คงจะเป็นการยกมือน้อยๆของเธอขึ้นมาโอบกอดตัวเองไว้ และบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นๆ……….