Mabel Part
-เช้าวันต่อมา-
แสงแดดในยามเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสาดส่องเข้ามากระทบที่ใบหน้า ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยอาการงัวเงียและรู้สึกเพลีย
พอนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนออกฉันได้แต่เขกหัวตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ไม่รู้ว่าเอาความบ้าบิ่นแบบนั้นมาจากไหนกันถึงได้กล้ามามีเซ็กซ์กับเพื่อนสนิทตัวเองได้
ความบริสุทธิ์ที่ฉันเก็บรักษามา23ปีเต็มๆ กลับต้องมาเสียให้เพื่อนที่คลานตามกันมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างวาริทซะได้
“ตื่นแล้วหรอ?” เสียงทุ้มใหญ่ของวาริทดังขึ้นอยู่ที่ข้างหูพรางโผดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่นในอ้อมแขน
“ปล่อยกูนะ!”
“ทีเมื่อคืนไม่เห็นมึงจะรังเกียจกูแบบนี้เลย” วาริทกระยิ้มเยาะใส่อย่างเย้ายวน สีหน้าท่าทางสุดกวนของวาริททำฉันโมโหขั้นสุด
“มึงนี่ชอบพูดเข้าข้างตัวเองดีจังเลยนะ”
“ก็ทำมึงครางชื่อกูได้ก็แล้วกันอ่ะ”
“ไอ้วาริท!” ฉันไม่สามารถทนฟังหมอนี่พูดกระแนะกระแหนได้อีกต่อไป ฉันหยิบหมอนแล้วฟาดเข้าที่หน้ามันหลายครั้งอย่างหงุดหงิด
ฟึ่บ!
“อ๊ายยยย” หมอนในมือถูกวาริทกระชากออกพรางใช้มืออีกข้างกดตัวฉันลงนาบกับเตียงแล้วขึ้นคล่อมบนตัว ใบหน้าที่แสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์มันสื่ออารมณ์ออกมาชัดเจนว่าเขาคิดจะทำอะไร
“ตอนเด็กๆ เวลากูดื้อมึงมักจะลงโทษกูเสมอ แต่ตอนนี้มึงแม่งดื้อว่ะ กูขอ…ลงโทษมึงคืนบ้างได้ป่ะ”
มือซุกซนของวาริทค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใต้ผ้าห่มที่ปกคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของฉันไว้อย่างช้าๆ ในขณะที่ฉันพยายามที่จะดิ้นแต่กลับโดนวาริทกดแขนทั้งสองข้างของฉันไว้แนบเตียงด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา
“ปล่อยกู! ถ้ามึงไม่ปล่อยกูฟ้องเฮียวายุแน่!”
“ก็เอาสิ้! ถ้ามึงอยากให้เฮียรู้ว่ากูกับมึงได้กันเรียบร้อยแล้ว…”
คำขู่ของฉันไม่เป็นผลเลยแม้แต่นิดเดียว สีหน้าแววตาราวกับเสือร้ายที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อได้ทุกเมื่อมันยิ่งชวนให้ฉันประหม่าจนเหงื่อตก
ถึงแม้ฉันจะสนิทกับหมอนี่มากและรู้จักนิสัยของเขาดีแต่ตอนนี้สมองฉันกลับขาวโพนราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่เพื่อนที่ฉันรู้จักมาก่อน
จุ๊บ~
ฉันถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ วาริทก็ก้มหน้ามาจุ๊บที่หน้าผากของฉันอย่างนุ่มนวล
“ไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวกูไปส่งที่บ้าน” วาริทลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดิมดุ่มๆ ไปยังห้องน้ำเหลือทิ้งไว้เพียงฉันที่ยังคงงงๆ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังจากที่วาริทอาบน้ำเสร็จฉันก็รีบคว้าเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป
ความรู้สึกแปลกๆ ที่ค่อนข้างกระอักกระอ่วนมันเริ่มเกิดขึ้น ในตอนแรกที่คิดว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมแต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด ฉันมันบ้าที่สุดเลยที่ทำอะไรโง่ๆ แบบนี้ลงไป นั่นเพื่อนสนิทตัวเองแท้ๆ แต่ฉันกลับไปเอากับมันนี่นะ บ้าเอ้ย!
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อคืนเป็นช่วงเวลาที่ดีมากจริงๆ จากประสบการณ์ของวาริทไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมอนี่ช่ำชองแค่ไหนรสชาติจูบที่ชวนหลงใหลนั่นฉันยังคงจำมันได้ดี ลมหายใจกระเสร่าแบบนั้นทำเอาฉันใจหวิวเลยแหะ…
ก๊อกๆ
“นี่มึงอาบน้ำหรือหลับในห้องน้ำกันแน่ว่ะ นานชะมัด” ฉันต้องสะดุ้งโหยงและรีบสะบัดความคิดอันหมกมุ่นทิ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงวาริทเคาะประตูห้องน้ำเรียกฉันไม่หยุด
“เออเสร็จแล้ว จะเร่งทำไมนักหนา” ฉันบ่นกระปอดกระแปดใส่วาริทอย่างหงุดหงิดพรางรีบจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อยแล้วออกจากห้องน้ำมา
“เดี๋ยวกูไปส่ง”
“ไม่ต้องเดี๋ยวกูกลับเอง”
“ถ้ามึงยังไม่หยุดดื้อ…ครั้งนี้กูจะทำโทษมึงจริงๆ แล้วนะ” ฉันทำได้เพียงเชื่อฟังมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่ว่าฉันกลัวคำขู่หรอกนะแต่แค่ขี้เกียจเถียงด้วย
ในขณะที่รถแล่นไปตามถนนที่แสนจะวุ่นวายแต่บรรยากาศภายในรถกลับเงียบสงัดอย่างน่าอึดอัด ใบหน้าที่เรียบเฉยของวาริทในตอนนี้ฉันเดาไม่ออกจริงๆ ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ทั้งๆ ที่ปกติหมอนี่เป็นคนที่เดาออกง่ายจะตายชักแต่มาวันนี้ฉันกลับเดาใจเขาไม่ออกเลยสักนิด
“ถ้ามึงยังไม่หยุดมอง กูจะจอดรถแล้วเอากับมึงข้างทางตรงนี้เลยนะ”
“ไอ้ทะลึ่ง!”
“ก็มึงเล่นจ้องกูปานจะกลืนกิน กูก็คิดว่ามึงหิวไง”
“มึงนี่หลงตัวเองชะมัด”
“อยากให้มึงมากกว่าที่เป็นคนหลงกู…”
“ชิ เก็บมุขนี้ไว้เล่นกับผู้หญิงในสต๊อกมึงเหอะ”
“มึงหึง?”
“หึงมึงนี่นะ? การที่กูเอากับมึงแค่ครั้งเดียวขอร้องอย่ามโนไปไกล”
“งี้ถ้าเกิดว่าเอากันหลายครั้ง มึงก็จะหึงกูใช่ป่ะ?”
น้ำเสียงและสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวมันยิ่งชวนให้ฉันหมั่นไส้ ไม่รู้ว่ามันไปพกความใจนี้มาจากไหนเยอะแยะว่าฉันต้องหึงมันไหนบอกว่าFWBไงแล้วทำไมฉันจะต้องไปหึงมันด้วยอ่ะ
“ไหนมึงบอกว่ารักสนุกแต่ไม่ผูกพันไง”
“ก็ถ้ามึงอยากผูกพันก็ได้นะกูไม่ติด ไม่อยากเป็นแล้วเพื่อนอ่ะ อยากเป็นผัว” คำพูดเชิงหยอกล้อทำฉันอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
ฉันได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างจนปัญญา ปกติก็ไม่เคยที่จะเถียงชนะมันอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอสถานการณ์แบบนี้มันยิ่งชวนให้ปวดหัวเข้าไปใหญ่
@บ้านเลิศวิริยะกุล
“เมเบล! นี่ลูกหายไปไหนมาทั้งคืนห้ะ?” ทันทีที่ก้าวขาลงจากรถเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นหูของป๊าก็ตะคอกขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง
“สวัสดีครับลุงยศ” วาริทลงจากรถมากล่าวสวัสดีทักทายป๊าฉันอย่างเป็นกันเอง
“ไหว้พระเถอะลูก ไปไงมาไงถึงได้มาส่งเมเบลได้ล่ะ” ฉันรีบหันขวับส่งสายตาพิฆาตใส่วาริททันทีเมื่อได้ยินคำถามของป๊า
วาริทกลับเอาแต่ยิ้มยียวนชวนน่ากระอักกระอ่วนกับคำตอบของเขา ถ้าป๊ารู้ว่าฉันทำตัวเหลวแหลกแบบนี้มีหวังฉันโดนขังลืมเผลอๆ คงโดนจับใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้วคลุมถุงชนฉันกับคู่หมั้นที่ป๊าหามาให้เป็นแน่ ไม่ได้ๆ เรื่องระหว่างฉันกับวาริทป๊าจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด
“พอดีเมื่อคืนผมกับเมเบลเราไปงานวันเกิดไอนีโม่ด้วยกันนะครับ แต่เราดื่มหนักกันมากก็เลยนอนค้างกันซะที่นั่น”
“งั้นก็แล้วไป ป๊าก็นึกว่าแอบไปเถลไถลที่ไหนแค่นั้นเอง”
ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งใจกับไหวพริบความตอแหลอย่างแนบเนียนของวาริท ความกะล่อนของหมอนี่เกินจะบรรยายไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงหลายคนโดนมันปั่นหัวอยู่บ่อยๆ
“งั้นหนูขอตัวไปอาบน้ำนอนต่อก่อนนะคะ”
“ไม่ได้! วันนี้แกมีนัดไปดูตัวกับลูกของลุงนิรันดร์”
“ห๊า? ป๊าว่าไงนะ?”
“ไม่ต้องหาแล้ว ยังไงวันนี้แกก็ต้องไป!”
เสียงดุดันของป๊าทำฉันงอแงไม่ออกกันเลยทีเดียว ฉันเกลียดการโดนคลุมถุงชนจนแทบคลั่งแต่กลับทำได้เพียงเชื่อฟังป๊าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“วาริท…ช่วยกูด้วย” ฉันเดินหน้ามุ่ยไปขอความช่วยเหลือจากวาริทที่ยืนอยู่อีกฝั่งของรถ แต่มันกลับยักไหล่ส่ายหน้าไปมาอย่างจนปัญญา
“เรื่องนี้ตัวใครตัวมันว่ะมึง เรื่องครอบครัวคนนอกอย่างกูขอไม่ยุ่งละกัน บายยยย”
วาริทยิ้มร่ากล่าวล่ำลาป๊าฉันแล้วขับรถออกไปอย่างหน้าตาเฉย เหลือทิ้งไว้เพียงฉันที่ยืนกำหมัดข่มอารมณ์ความโมโหแบบสุดขีด ทำไมรู้สึกเหมือนโดนมันฟันแล้วทิ้งยังไงก็ไม่รู้แหะ
ฉันมันโง่เองที่เอาตัวเองไปพัวพันกับเกมส์ของวาริท…
Mabel Part Ended