ตอนที่2 : คำว่าเพื่อน

1419 Words
Mabel Part -เช้าวันต่อมา- แสงแดดในยามเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสาดส่องเข้ามากระทบที่ใบหน้า ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยอาการงัวเงียและรู้สึกเพลีย พอนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนออกฉันได้แต่เขกหัวตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ไม่รู้ว่าเอาความบ้าบิ่นแบบนั้นมาจากไหนกันถึงได้กล้ามามีเซ็กซ์กับเพื่อนสนิทตัวเองได้ ความบริสุทธิ์ที่ฉันเก็บรักษามา23ปีเต็มๆ กลับต้องมาเสียให้เพื่อนที่คลานตามกันมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างวาริทซะได้ “ตื่นแล้วหรอ?” เสียงทุ้มใหญ่ของวาริทดังขึ้นอยู่ที่ข้างหูพรางโผดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่นในอ้อมแขน “ปล่อยกูนะ!” “ทีเมื่อคืนไม่เห็นมึงจะรังเกียจกูแบบนี้เลย” วาริทกระยิ้มเยาะใส่อย่างเย้ายวน สีหน้าท่าทางสุดกวนของวาริททำฉันโมโหขั้นสุด “มึงนี่ชอบพูดเข้าข้างตัวเองดีจังเลยนะ” “ก็ทำมึงครางชื่อกูได้ก็แล้วกันอ่ะ” “ไอ้วาริท!” ฉันไม่สามารถทนฟังหมอนี่พูดกระแนะกระแหนได้อีกต่อไป ฉันหยิบหมอนแล้วฟาดเข้าที่หน้ามันหลายครั้งอย่างหงุดหงิด ฟึ่บ! “อ๊ายยยย” หมอนในมือถูกวาริทกระชากออกพรางใช้มืออีกข้างกดตัวฉันลงนาบกับเตียงแล้วขึ้นคล่อมบนตัว ใบหน้าที่แสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์มันสื่ออารมณ์ออกมาชัดเจนว่าเขาคิดจะทำอะไร “ตอนเด็กๆ เวลากูดื้อมึงมักจะลงโทษกูเสมอ แต่ตอนนี้มึงแม่งดื้อว่ะ กูขอ…ลงโทษมึงคืนบ้างได้ป่ะ” มือซุกซนของวาริทค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใต้ผ้าห่มที่ปกคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของฉันไว้อย่างช้าๆ ในขณะที่ฉันพยายามที่จะดิ้นแต่กลับโดนวาริทกดแขนทั้งสองข้างของฉันไว้แนบเตียงด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา “ปล่อยกู! ถ้ามึงไม่ปล่อยกูฟ้องเฮียวายุแน่!” “ก็เอาสิ้! ถ้ามึงอยากให้เฮียรู้ว่ากูกับมึงได้กันเรียบร้อยแล้ว…” คำขู่ของฉันไม่เป็นผลเลยแม้แต่นิดเดียว สีหน้าแววตาราวกับเสือร้ายที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อได้ทุกเมื่อมันยิ่งชวนให้ฉันประหม่าจนเหงื่อตก ถึงแม้ฉันจะสนิทกับหมอนี่มากและรู้จักนิสัยของเขาดีแต่ตอนนี้สมองฉันกลับขาวโพนราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่เพื่อนที่ฉันรู้จักมาก่อน จุ๊บ~ ฉันถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ วาริทก็ก้มหน้ามาจุ๊บที่หน้าผากของฉันอย่างนุ่มนวล “ไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวกูไปส่งที่บ้าน” วาริทลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดิมดุ่มๆ ไปยังห้องน้ำเหลือทิ้งไว้เพียงฉันที่ยังคงงงๆ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่วาริทอาบน้ำเสร็จฉันก็รีบคว้าเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป ความรู้สึกแปลกๆ ที่ค่อนข้างกระอักกระอ่วนมันเริ่มเกิดขึ้น ในตอนแรกที่คิดว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมแต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด ฉันมันบ้าที่สุดเลยที่ทำอะไรโง่ๆ แบบนี้ลงไป นั่นเพื่อนสนิทตัวเองแท้ๆ แต่ฉันกลับไปเอากับมันนี่นะ บ้าเอ้ย! แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อคืนเป็นช่วงเวลาที่ดีมากจริงๆ จากประสบการณ์ของวาริทไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมอนี่ช่ำชองแค่ไหนรสชาติจูบที่ชวนหลงใหลนั่นฉันยังคงจำมันได้ดี ลมหายใจกระเสร่าแบบนั้นทำเอาฉันใจหวิวเลยแหะ… ก๊อกๆ “นี่มึงอาบน้ำหรือหลับในห้องน้ำกันแน่ว่ะ นานชะมัด” ฉันต้องสะดุ้งโหยงและรีบสะบัดความคิดอันหมกมุ่นทิ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงวาริทเคาะประตูห้องน้ำเรียกฉันไม่หยุด “เออเสร็จแล้ว จะเร่งทำไมนักหนา” ฉันบ่นกระปอดกระแปดใส่วาริทอย่างหงุดหงิดพรางรีบจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อยแล้วออกจากห้องน้ำมา “เดี๋ยวกูไปส่ง” “ไม่ต้องเดี๋ยวกูกลับเอง” “ถ้ามึงยังไม่หยุดดื้อ…ครั้งนี้กูจะทำโทษมึงจริงๆ แล้วนะ” ฉันทำได้เพียงเชื่อฟังมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่ว่าฉันกลัวคำขู่หรอกนะแต่แค่ขี้เกียจเถียงด้วย ในขณะที่รถแล่นไปตามถนนที่แสนจะวุ่นวายแต่บรรยากาศภายในรถกลับเงียบสงัดอย่างน่าอึดอัด ใบหน้าที่เรียบเฉยของวาริทในตอนนี้ฉันเดาไม่ออกจริงๆ ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ทั้งๆ ที่ปกติหมอนี่เป็นคนที่เดาออกง่ายจะตายชักแต่มาวันนี้ฉันกลับเดาใจเขาไม่ออกเลยสักนิด “ถ้ามึงยังไม่หยุดมอง กูจะจอดรถแล้วเอากับมึงข้างทางตรงนี้เลยนะ” “ไอ้ทะลึ่ง!” “ก็มึงเล่นจ้องกูปานจะกลืนกิน กูก็คิดว่ามึงหิวไง” “มึงนี่หลงตัวเองชะมัด” “อยากให้มึงมากกว่าที่เป็นคนหลงกู…” “ชิ เก็บมุขนี้ไว้เล่นกับผู้หญิงในสต๊อกมึงเหอะ” “มึงหึง?” “หึงมึงนี่นะ? การที่กูเอากับมึงแค่ครั้งเดียวขอร้องอย่ามโนไปไกล” “งี้ถ้าเกิดว่าเอากันหลายครั้ง มึงก็จะหึงกูใช่ป่ะ?” น้ำเสียงและสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวมันยิ่งชวนให้ฉันหมั่นไส้ ไม่รู้ว่ามันไปพกความใจนี้มาจากไหนเยอะแยะว่าฉันต้องหึงมันไหนบอกว่าFWBไงแล้วทำไมฉันจะต้องไปหึงมันด้วยอ่ะ “ไหนมึงบอกว่ารักสนุกแต่ไม่ผูกพันไง” “ก็ถ้ามึงอยากผูกพันก็ได้นะกูไม่ติด ไม่อยากเป็นแล้วเพื่อนอ่ะ อยากเป็นผัว” คำพูดเชิงหยอกล้อทำฉันอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ฉันได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างจนปัญญา ปกติก็ไม่เคยที่จะเถียงชนะมันอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอสถานการณ์แบบนี้มันยิ่งชวนให้ปวดหัวเข้าไปใหญ่ @บ้านเลิศวิริยะกุล “เมเบล! นี่ลูกหายไปไหนมาทั้งคืนห้ะ?” ทันทีที่ก้าวขาลงจากรถเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นหูของป๊าก็ตะคอกขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “สวัสดีครับลุงยศ” วาริทลงจากรถมากล่าวสวัสดีทักทายป๊าฉันอย่างเป็นกันเอง “ไหว้พระเถอะลูก ไปไงมาไงถึงได้มาส่งเมเบลได้ล่ะ” ฉันรีบหันขวับส่งสายตาพิฆาตใส่วาริททันทีเมื่อได้ยินคำถามของป๊า วาริทกลับเอาแต่ยิ้มยียวนชวนน่ากระอักกระอ่วนกับคำตอบของเขา ถ้าป๊ารู้ว่าฉันทำตัวเหลวแหลกแบบนี้มีหวังฉันโดนขังลืมเผลอๆ คงโดนจับใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้วคลุมถุงชนฉันกับคู่หมั้นที่ป๊าหามาให้เป็นแน่ ไม่ได้ๆ เรื่องระหว่างฉันกับวาริทป๊าจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด “พอดีเมื่อคืนผมกับเมเบลเราไปงานวันเกิดไอนีโม่ด้วยกันนะครับ แต่เราดื่มหนักกันมากก็เลยนอนค้างกันซะที่นั่น” “งั้นก็แล้วไป ป๊าก็นึกว่าแอบไปเถลไถลที่ไหนแค่นั้นเอง” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งใจกับไหวพริบความตอแหลอย่างแนบเนียนของวาริท ความกะล่อนของหมอนี่เกินจะบรรยายไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงหลายคนโดนมันปั่นหัวอยู่บ่อยๆ “งั้นหนูขอตัวไปอาบน้ำนอนต่อก่อนนะคะ” “ไม่ได้! วันนี้แกมีนัดไปดูตัวกับลูกของลุงนิรันดร์” “ห๊า? ป๊าว่าไงนะ?” “ไม่ต้องหาแล้ว ยังไงวันนี้แกก็ต้องไป!” เสียงดุดันของป๊าทำฉันงอแงไม่ออกกันเลยทีเดียว ฉันเกลียดการโดนคลุมถุงชนจนแทบคลั่งแต่กลับทำได้เพียงเชื่อฟังป๊าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “วาริท…ช่วยกูด้วย” ฉันเดินหน้ามุ่ยไปขอความช่วยเหลือจากวาริทที่ยืนอยู่อีกฝั่งของรถ แต่มันกลับยักไหล่ส่ายหน้าไปมาอย่างจนปัญญา “เรื่องนี้ตัวใครตัวมันว่ะมึง เรื่องครอบครัวคนนอกอย่างกูขอไม่ยุ่งละกัน บายยยย” วาริทยิ้มร่ากล่าวล่ำลาป๊าฉันแล้วขับรถออกไปอย่างหน้าตาเฉย เหลือทิ้งไว้เพียงฉันที่ยืนกำหมัดข่มอารมณ์ความโมโหแบบสุดขีด ทำไมรู้สึกเหมือนโดนมันฟันแล้วทิ้งยังไงก็ไม่รู้แหะ ฉันมันโง่เองที่เอาตัวเองไปพัวพันกับเกมส์ของวาริท… Mabel Part Ended
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD