ผมรวบเอวบางเข้ามาใกล้ในระยะประชิด โดยที่อีกฝ่ายก็ไม่คิดจะขัดขืนทั้งที่ถูกฝืนใจ แต่มันช่วยไม่ได้ ในเมื่อผมไม่เหลือทางเลือกอะไรให้เธออีกแล้ว
“เงยหน้าขึ้นมาสิ ก้มแบบนี้ ฉันจะจูบเธอได้ยังไง?”
อันนาพรูลมหายใจก่อนช้อนใบหน้าขึ้นมาสบตากับผม นัยน์ตากลมโตเป็นประกาย ทำเอาผมถึงกับสะดุดลมหายใจ ก่อนจะจูบลงไปบนหน้าผากมน จนถึงเปลือกตาที่ปิดสนิททั้งสองข้าง แล้วเลื่อนลงไปยังริมฝีปากบาง อย่างรู้สึกตื่นเต้น...
เชี่ย!คนตื่นเต้น มันจะต้องเป็นเธอสิวะ! ไหงกลายเป็นผมไปเสียได้...
ปลายจมูกของเราทั้งคู่เกยซ้อนกัน จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ตอนนี้รู้สึกว่าจังหวะการเต้นหัวใจตัวเองกำลังสั่นไหว ผิดเพี้ยนไปแทบจะทันที และที่สำคัญอันนาน่าจะรับรู้ได้หมดทุกอย่าง เพราะฝ่ามือเรียวบางของเจ้าตัว วางไว้ตรงหัวใจของผมพอดี
ผมสอดฝ่ามือใหญ่เข้าไปรั้งท้ายทอยของเธอล็อคไว้ แล้วกดจูบลงไปบนริมฝีปากบางอย่างรู้จังหวะ ก่อนจะผละออกมาบอกกับเธอว่า
“ ซ่อนรูปก็ไม่บอกกันบ้างเลยนะ...”
เพราะผมเผลอ เลยเอามือไปกอบกุมสองเต้าของเธอเอาไว้โดยไม่รู้ตัว ถึงแม้อันนาจะไม่ขัดขืนอะไรเลยสักอย่าง แต่ผมสัมผัสได้ ว่าเธอกำลังนั่งตัวแข็งเกร็ง
“นายบอกฉันเองว่าแค่จูบกันเฉยๆ ไง นายมันขี้โกง ” เธอต่อว่า แต่ใบหน้ากลับแดงระเรื่อ
“ บอกเมื่อไหร่? เธอพูดของเธอคนเดียว ฉันไม่ได้รับปากอะไรสักหน่อย ”
Rrr! Rrr! Rrr!
ผมเถียงในขณะที่มีเสียงโทรศัพท์ของเธอ ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ผมจำต้องปล่อยเธอเป็นอิสระ เพื่อให้เธอล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกง
อันนามองหน้าจอ แล้วพอรู้ว่าเป็นใคร เธอจึงเหลือบสายตาขึ้นมองหน้าผม ผมไหวไหล่ก่อนลุกขึ้นไปหยิบบุหรี่มาจุดสูบ แล้วนั่งอยู่ใกล้ๆ เพื่อรอฟังคำสนทนาของเธอ กับคนที่อยู่ปลายสาย และถ้าผมคิดไม่ผิด มันจะต้องเป็นพี่ชายของเธอแน่นอน
ตอนนี้ไอ้อุลมันคงแทบบ้า ที่ตามหาน้องสาวของตัวเองไม่เจอ...
“ฉันกำลังอยู่กับเพื่อน ใกล้จะกลับแล้ว ”
เธอโกหกคนที่อยู่อีกฝั่ง เพราะกำลังนั่งอยู่ต่อหน้า จึงไม่กล้าบอกความจริงออกไป
“ ทำไมพี่อุลต้องตะโกนใส่ฉันด้วยฮะ! ก็พี่มัวแต่สนใจสาวๆ แล้วทิ้งให้ฉันนั่งเหงาอยู่คนเดียว....ฮึก...พอดีเจอเพื่อน...ฮึก.ก็เลยไปเที่ยวที่อื่นกันต่อนะสิ ”
มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้ เพื่อกั้นเสียงสะอื้นที่เหมือนจะฝืนไม่ไหวและได้จะหลุดออกมา นั่นทำให้ผมต้องเบือนหน้าหนี เพราะกลัวใจอ่อนกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ คราวต่อไปพี่อย่าทิ้งฉันอีกนะ ถ้าเห็นผู้หญิงอื่นสำคัญกว่าน้องอีกฉันจะฟ้องพ่อกับแม่ ฮึก...แล้วบอกว่าเป็นห่วง พูดแต่ปากพอเจอหญิงก็ลืมน้อง ฮึกๆไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย...แค่น้อยใจ ฮื่อๆๆ ไอ้พี่บ้า..ฉันเกลียดพี่อุลแล้ว ฮื่อๆ ”
สุดท้ายเธอก็ร้องไห้ออกมา ให้ตายเถอะ! ผมเกลียดน้ำตาผู้หญิง!
อันนากดสายทิ้งไป พลางใช้หลังมือปาดเช็ดน้ำตา และมองหน้าผมด้วยสายตาอ้อนวอน ก่อนจะพูดออกมา เมื่อเห็นว่าผมกำลังรอฟัง
“ ฉันไม่รู้หรอกว่าทำไมนายต้องทำแบบนี้ และไม่เคยรู้ด้วยว่า ระหว่างนายกับพี่อุลเคยบาดหมางอะไรกันมาก่อน แต่ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายของฉัน ไม่ว่าเขาจะผิดหรือถูก ฉันก็ต้องเข้าข้างเขาอยู่ดี หากสิ่งที่นายทำกับฉัน มันสามารถลบล้างสิ่งที่พี่อุลเคยทำกับไว้นายได้ ฉันก็ยินดีที่จะรับความผิดนี้ไว้ ขอเพียงแต่นายอย่าทำร้ายพี่ชายฉัน...ได้ไหม? ”
“ หึ..ใจเด็ดซะด้วย...แต่ช่วยไม่ได้ในเมื่อเธอ เป็นคนเสนอความรับผิดชอบนี้ แทนคนเป็นพี่ชาย..งั้นก็ตกลงตามนั้นได้เลยนะ? ”
ผมถามกลับไป และเจ้าของใบหน้าเนียนใสก็พยักหน้ารับ แทนคำตอบกับผม เธอคงไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่พี่ชายของเธอได้กระทำลงไป มันมากมายขนาดไหน
“ งั้นเธอก็ต้องคบกับฉัน ”
“ ทำไมฉันต้องคบกับนายด้วย? ”
“ ก็พี่ชายของเธอเคยแย่งแฟนฉันไป เธอก็ต้องมาเป็นแฟนฉันแทนไง ”
ผมปดคำโต เพราะยังไม่ต้องการให้อันนาได้รู้ว่า พี่ชายของเธอได้กระทำระยำอะไรเอาไว้กับผมบ้าง
“นายพอจะมีทางอื่นให้ฉันเลือกบ้างได้ไหม? ”
“ เป็นเมียฉันไง ”
“ หา! นายจะบ้าเหรอ!”
“ งั้นเป็นนางบำเรอ...”
ผมเสนอ แต่เธอส่ายหน้า ก่อนจะตอบกลับมาว่า
“ไม่เอา หนักกว่าเก่าอีก...ที่พูดมานั่นล้วนต้องเสียตัวให้นายทั้งนั้น” เธอว่าก่อนหลุบตาลงมองพื้น ด้วยใบหน้ารื้นแดง
“ใครๆ ก็อยากได้ตำแหน่งนี้จากฉันทั้งนั้น”
“ แต่ฉันยังไม่พร้อมนี่...”
เธอปฎิเสธทุกอย่าง ทั้งที่ผมไม่จำเป็นต้องมีตัวเลือกให้เธอเลยด้วยซ้ำ แต่ที่กำลังทำอยู่นี่ เพราะผมรู้สึกดีที่ได้แกล้งเธอกลับไป
“ไอ้นั่นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่ชอบ ตกลงจะเอายังไงไหนตอบมาสิ?”
“ นายกำลังแกล้งฉันอยู่ใช่มั้ย?”
“ ไม่...ฉันเอาจริง!” ผมว่าพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนจะพูดต่อจากนั้น
“ฉันไม่เล่น...เธอต้องการให้พี่ชายของเธอจากเป็น หรือว่าจากตายละ”
“นายเป็นกู้ภัย มีหน้าที่ช่วยเหลือคนไม่ใช่รึไงฮะตองเก้า!?”
“ ก็ใช่แหละ...แต่ยกเว้นมัน!”
ผมแกล้งขู่อันนาโดยใช้ชีวิตพี่ชายของเธอเป็นเดิมพัน ผมโกรธเกลียดอุลตร้าแต่คงฆ่ามันไม่ได้ เพราะผมเป็นกู้ภัยที่มีหน้าที่ช่วยเหลือชีวิต ไม่เคยคิดย้อนแย้ง เหมือนที่กำลังแสดงให้เธอได้เห็นในตอนนี้
“ แต่ถ้าพี่อุลรู้ เขาต้องไม่ยอมแน่ๆ ”
“ ก็อย่าให้รู้สิ เราอยู่คนละมหาลัย จะรู้ได้ไง? ”
“ หมายความว่า...ฉันอยู่มหาลัยเดียวกันกับนายงั้นเหรอ?”
“ แน่นอน ”
“ ขอคิดดูก่อนได้ไหม? ”
“ หนึ่ง...สอง...สาม...หมดเวลา..”
“ ยังไม่ถึงห้าวิเลยนะ จะบ้าหรือไง! ”
อันนาโวยวาย พลางมองหน้าผมด้วยนัยน์ตาขุ่นขวาง ถ้าไม่ขู่ให้เธอกลัวบ้าง ดูดุเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
“ เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับฉัน ต้องตอบว่าตกลงเท่านั้นเข้าใจมั้ย? ลุกขึ้นสิ ฉันจะไปส่ง ”
ผมเอ็ดเธอด้วยคำพูดและสายตา อันนาจึงลุกขึ้นยืนโดยไม่ได้เอ่ยอะไร นอกจากสีหน้าที่แสดงอาการดีใจ เมื่อได้ยินผมพูดออกไปแบบนั้น