กวนใจไม่เลิกลา

913 Words
ก่อนที่อันนาจะลงจากรถ ผมได้จับมือของเธอให้หงายขึ้น แล้ววางวิทยุสื่อสารลงไปบนมือเรียวบางของเธอ วิทยุสื่อสารที่ใช้งานด้วยการใช้ความถี่ ที่ผมเป็นคนคิดฟังชั่น และดัดแปลงมันขึ้นมา เพื่อให้เธอเอาไว้ใช้ติดต่อกับผมได้ แค่เพียงคนเดียวเท่านั้น “เอาวิทยุสื่อสารนี่ไว้ใช้งาน สำหรับติดต่อกันระหว่างฉันกับเธอ” ผมบอกพร้อมกับดึงโทรศัพท์ จากมืออีกข้างของอันนามาเมมเบอร์ของผมไว้ แล้วกดโทรเข้าไปในเครื่องของผม เพื่อเมมเบอร์ของเธอเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน จากนั้นผมจึงอธิบายวิธีการใช้งาน ของวิทยุสื่อสารเครื่องนี้ให้เธอฟัง “วิทยุเครื่องนี้ฉันเป็นคนบิวท์มันขึ้นมาเอง และล๊อคช่องเอาไว้ใช้แค่เพียงช่องเดียว ไม่มีใครสามารถจูนคลื่นความถี่มาตรงกับช่องนี้ได้ ” อันนาเหลือบตามองวิทยุสื่อสารด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ก็ยอมรับสิ่งนั้นไว้ ก่อนจะรีบเปิดประตูลงไป ด้วยกลัวว่าอาจมีใครมาเห็นเข้า แต่ผมก็ยังรั้งเธอเอาไว้ “ เดี๋ยวสิ...อันนา” ผมรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอีกครั้ง เพื่อจูบริมฝีปากบางสีเชอร์รี่ ที่เผยอขึ้นรับกับริมฝีปากของผม อย่างไม่ยอมให้เธอได้พักหายใจ และสิ่งที่เธอทำได้นั่นก็คือ กำมือขึ้นมาทุบหน้าอกของผมหนักๆ เมื่อผมไม่ยอมปล่อยเธอได้สักที พอลงจากรถได้เจ้าตัวก็หันมาค้อนใส่ ก่อนเดินเข้าบ้านไปอย่างเงียบๆ และเมื่อเห็นเธอเข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้วนั่นละ ผมถึงได้เลี้ยวหัวรถเพื่อกลับบ้าน ของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน {End part Tongkao} {Unna part} 01.10 น. ฉันล้มตัวลงนอนตอนตีหนึ่งกว่าๆ และได้แต่ถามตัวเองกลับไปกลับมา ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน มันคือเรื่องจริงใช่มั้ย? ฉันถูกตองเก้าลากออกมาจากผับ แล้วถูกบังคับขืนใจ อีกทั้งยังละเมิดสิทธิทางร่างกาย ด้วยการเสียจูบแรกของตัวเองให้เขาไปโดยไม่คาดฝัน ถึงฉันจะยอมรับความผิดแทนคนเป็นพี่ชาย ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่าง หรือไม่ก็เป็นนางบำเรอบ้าบออะไรนั่น หากตองเก้าต้องการแบบนั้น ฉันก็จะยอมปล่อยให้เขาฆ่าฉัน ให้ตายไปเลยน่าจะดีกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะพี่อุลตร้า เคยไปแย่งแฟนของนายนั่น ฉันคงไม่ตกอยู่ในสภาพ ที่กลืนไม่เข้าและคายไม่ได้ ในแบบที่กำลังเป็นอยู่นี่ ยอมรับว่ากลัวเขามาก แต่ริมฝีปากนุ่มๆ ที่กดไล้ไปทั่วทั้งใบหน้า กลับพาให้ฉันเคลิบเคลิ้มตามเขาไปโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจหอมๆ ของตองเก้า ทำเอาหัวใจฉันเต้นรัว จนกลัวมันจะลืมไปเลย ว่าเคยเต้นอยู่ในจังหวะไหนกันแน่ ติ๊ดดด... เสียงกดคีย์ลากยาวจากวิทยุสื่อสาร ที่ตองเก้าให้ฉันไว้ดังขึ้น ทั้งๆ ที่เพิ่งจะแยกจากกันมาได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่อีกฝ่ายก็ยังตามมากวนใจฉันไม่เลิกลา ไอ้คนไม่มีมารยาท! ( มรกต 013 จาก มรกต 301 ว.2 เปลี่ยน ) นั่นไง? คำว่าเกรงใจคงไม่มีอยู่ในสันดาน! ฉันนอนมองวิทยุสื่อสารที่วางไว้ใกล้ๆ ตัวแต่ทว่าไม่ยอมกดรับ เพราะต้องการให้ตองเก้าคิดว่า ฉันน่าจะหลับไปแล้วนั่นแหละ 013 คือรหัสขึ้นวิทยุประจำตัวของฉัน ส่วน 301 นั้นมันเป็นรหัสขึ้นวิทยุ ประจำตัวของตองเก้านั่นเอง ( มรกต 013 จาก มรกต 301 ว.2 เปลี่ยน ) ตองเก้าเรียกรหัสของฉันอีกครั้ง แต่ฉันก็ยังไม่ยอมกดรับเขาได้สักที ( อันนา...ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ หากเธอยังไม่ยอมยกวิทยุขึ้นมากดคีย์รับ รู้มั้ยว่าพรุ่งนี้เธอจะต้องได้พบกับอะไรบ้าง…) น้ำเสียงห้วนตึงของคนที่อยู่อีกฝั่ง ฟังดูก็รู้ว่าเจ้าตัวเขากำลังรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ... แล้วฉันต้องสนใจเขาด้วยงั้นเหรอ? เออดิ...ฉันรีบคว้าวิทยุขึ้นมากดคีย์รับ...ก่อนเอ่ยถามเขากลับไปเสียงเรียบ “ ฉันง่วง นายมีอะไรก็รีบพูดมาเลยสิ?” ( ก็แค่จะกู๊ดไนท์...Kiss.) “.......” “ถึงแม้เธอจะปากจัด...แต่น้ำลายของเธอกลับหวานชะมัดเลย...” “.......” (ขอบใจนะ ที่ให้ฉันเป็นจูบแรกของเธอ...) “........” “ ไปตายซะ!!ไอ้ฝรั่งขี้นก ” ฉันด่ากลับไปเสียงดังลั่น แต่นั่นเขาคงไม่ได้ยิน เพราะฉันไม่ได้กดคีย์ตอนที่พูดออกไป ฉันรีบเอามือปิดปาก เพราะไม่อยากให้เสียงเล็ดรอดออกไปนอกห้อง ก่อนลูบไปทั่วใบหน้าของตัวเองที่มันกำลังร้อนผ่าว ไปกับคำพูดของตองเก้าซะอย่างงั้น ฉันรีบปิดวิทยุสื่อสารของตองเก้า ก่อนเอาวิทยุของตัวเองมาเปิดเบาๆ เพื่อรอฟังรายงานจากทางศูนย์ของมูลนิธิ ชีวิตของฉันเริ่มวุ่นวาย ตั้งแต่ได้พบกับนายนั่น อีกทั้งยังต้องแอบคบกันโดยที่ไม่ให้พี่ชายของฉันรู้ พอฟังดูมันก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ อีกทั้งยังน่าอดสูใจ แต่ก็ไม่สามารถ จะทำอะไรได้มากไปกว่านั้นอีกแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD