เมื่อวานพี่อุลตร้ามาเคาะประตูห้อง คงต้องการจะขอโทษฉันนั่นแหละ แต่ฉันยังโกรธเขาอยู่ จึงไม่ยอมเปิดประตูเพื่อรับฟัง คำแก้ตัวอะไรจากเขาทั้งนั้น
จนกระทั่งวันนี้...
ฉันนั่งรถเมล์มาเรียนมหาลัย โดยที่ไม่ยอมให้คนเป็นพี่ชาย ขับรถมาส่งเหมือนเช่นทุกครั้ง เพราะยังโกรธเขาไม่หาย และรีบเดินเข้ามหาลัยไปอย่างเร่งด่วน เพราะจวนใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนกันแล้วนั่นแหละ
Rrr! Rrr! Rrr!
แต่โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าสะพาย ที่ฉันได้เปิดระบบสั่นเอาไว้ ทำให้ฉันสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังโทรเข้ามา
ที่แรกก็คิดว่าจะปล่อยให้มันสั่น จนกว่ามันจะเงียบหายไปเอง แต่ด้วยเกรงว่าคนที่บ้าน อาจจะโทรเข้ามา เพราะมีธุระสำคัญ
แต่มันกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดคิด และโคตรจะเซ็งกับชีวิต เมื่อมองเห็นชื่อของตองเก้า ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ
“ โทรมาทำไม! หมาออกลูกเป็นควายหรือยังไงฮะ!....ฉันกำลังจะเข้าเรียนแล้ว ”
ฉันกดรับ พลางตวาดเข้าไปในโทรศัพท์อย่างลืมกลัว เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกอีกฝ่าย ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวมากเกินไป
เพราะฉันคิดว่าตัวเอง สามารถเบ่งใส่เขาได้ ในเวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน หากฉันอยู่ต่อหน้าของตองเก้า ฉันก็ต้องทำเป็นกลัวเขาไว้ก่อน
(เดี๋ยวเธอต้องเจอดีแน่นอน ที่กล้าตะคอกใส่ฉันก่อนน่ะ)
ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ที่ได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้น ฉันจึงพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองให้ได้ ก่อนจะพูดกับเขาออกไปว่า
“ มีอะไรให้อันนารับใช้ เชิญว่ามาได้เลยค่ะ”
(แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย เย็นนี้ฉันไปรับเธอนะ ว่าจะพาไปเที่ยวผับด้วยกัน)
“ ไม่ไป!...ฉันไม่ชอบไปเที่ยวในสถานที่แบบนั้น ฉันต้องอ่านหนังสือ แล้วนายก็ควรจะอ่านด้วยเหมือนกัน นายคิดว่าตัวเองเก่งมากนักรึไงฮะ? ”
(ก็พอตัว หัววิศวะอย่างฉันเก่งแก้สมการ พอๆ กับแก้ผ้า เธออยากจะลองดูบ้างมั้ยละ?)
“พูดไปพูดมา นายก็ไม่วายพาฉันลงใต้สะดือทุกครั้ง คิดเรื่องอื่นเป็นบ้างรึเปล่า?”
(กับเธอฉันคิดแค่เรื่องเดียว คนเป็นแฟนกันแล้วคิดแต่เรื่องเอากัน มันแปลกตรงไหน?)
“นายกำลังกวนฉัน งั้นก็พูดไปคนเดียวเลยละกัน เพราะฉันจะวางสายของนาย แล้วก็ไม่ไปเที่ยวที่ไหนกับนายทั้งนั้น”
(เธอรู้มั้ย? ว่าฉันไม่ชอบให้ใครขัดใจ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอ...)
“เออ..ก็ได้!..แต่ฉันต้องขอเคลียร์กับที่บ้านของฉันก่อน”
ฉันรีบผ่อนลมหายใจเพื่อคลายความตึงเครียด และรู้สึกเกลียดนายนั่น อย่างที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน
(งั้นตอนเย็นเจอกัน)
“.......”
(....อันนา)
“อะไรของนายอีกละ?”
(ขอบใจนะ ที่ให้ฉันเป็นจูบแรกของเธอ)
กริ๊ก!...
ฉันรีบกดวางสาย เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายเชิงย้ำคำ ถึงการกระทำของเจ้าตัว ด้วยหัวใจที่กำลังเต้นแรงตามอารมณ์ที่ผสมกับความโมโห
ฉันอาจจะเป็นไบโพล่าเข้าสักวัน หากว่ายังทนคบกับนายนั่นอยู่ ...
ฉันไม่เคยออกเที่ยวในตอนกลางคืน จนติดเป็นนิสัยเหมือนกับนายตองเก้า นอกจากเราจะมีงานเลี้ยงฉลองที่สำคัญๆ ถึงจะได้ไปร่วมสนุกกันสักที
ฉันจึงขอความร่วมมือจากหลินซี ที่เป็นเพื่อนสนิทกับฉัน เราทั้งสองคนเคยเรียนด้วยกันมา ตั้งแต่อยู่ชั้นอนุบาลจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เราก็ยังพากันมาสอบเข้ามหาลัย และได้เรียนอยู่ในคณะเดียวกัน
“ แกช่วยฉันหน่อยนะ เผื่อพี่อุลโทรมาเช็คว่าฉันพูดจริงไหม เราจะได้ตอบเขาไปเหมือนๆ กัน ”
“แกโกรธกับพี่อุลอยู่ไม่ใช่? แล้วแกจะกลัวไปทำไม?"
"ฉันยังโกรธเขา แต่เขาไม่ได้โกรธฉันนี่หว่า แล้วต่อมเสือกเรื่องของฉัน พี่อุลมันไม่เคยพลาดเลยสักงาน”
"งั้นฉันจะช่วยแกก็ได้ แต่แกต้องบอกฉันมาก่อนว่า แกจะไปลัลลากับผู้ชายคนไหน? ”
หลินซีมองฉันด้วยสายตาสงสัย แต่เรื่องที่ฉันได้ตกลงกับตองเก้าเอาไว้ ฉันไม่สามารถจะเล่าให้ใครฟังได้
“แกพูดเหมือนฉันมีผู้ชายเยอะแยะงั้นแหละ ” ฉันแถไปอีกทางอย่างต้องการเบี่ยงประเด็น
“จากที่เห็น มันก็มีอยู่หลายคนที่คอยตามมาวอแว แต่ก็ไม่เคยเห็นแกสนใจใคร ฉันถึงได้อยากรู้ไงเล่า! ”
"......"
“ ว่าไง...ใครวะ? ”
ฉันคงนิ่งนานเกินจนไป หลินซีถึงได้สะกิดย้ำ และถามเอากับฉันอีกครั้ง
“ตองเก้า..ที่อยู่วิศวะไฟฟ้าปีสามไง แกพอจะรู้จักเขาไหมละ? ”
หลินซีเบิกตากว้าง พลางเขย่าแขนฉัน ก่อนพูดออกมาดังๆ ว่า
“ ว๊าว!ไอ้อันนา แกสอยเดือนวิศวะมากินเลยเหรอวะ แล้วแกจะรับมือเขาไหวรึเปล่า? ฉันได้ข่าวว่าหมอนั่นเป็นคนที่ชอบเอาแต่ใจ แถมยังเจ้าชู้ อีกอย่างที่รู้ก็คือ เขาเป็นคนหัวโคตรไบท์ และติดหนึ่งในสิบของรุ่น ที่น่าจะได้ลุ้นเกียรตินิยมอันดับต้นๆ คนอะไรวะทำไมถึงได้สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง หากได้เขามาเป็นพ่อของลูกมันก็เข้าทางแกพอดี...”
“อีบ้า!...ใครมันจะไปคิดไกลได้ขนาดนั้นวะ ฉันก็แค่ลองคบเขาไปงั้นๆ ไม่ใช่เสป็คเลยสักหน่อย ฉันชอบผู้ชายเอาใจใส่ พูดจาอ่อนหวาน ที่สำคัญฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ ซึ่งแกก็น่าจะรู้ดีกว่าใคร ”
“อ้าว...คนละขั้วซะงั้น อาจไปกันไม่รอด แต่ลองดูก็ไม่เสียหลาย ถ้าไม่ถูกใจก็บาย คืนนี้แกต้องกลับมาค้างที่บ้านฉัน งั้นเย็นนี้แกก็ต้องกลับบ้านพร้อมฉันอ่ะดิ แล้วแกโทรไปบอกที่บ้านหรือยังวะ เดี๋ยวพี่ของชายแกอาจจะมาโวยวายเอากับฉัน หาว่าฉันชอบชวนแกเที่ยวกลางคืนอีกหรอก”
“ฉันไม่ได้บอกพี่อุล แต่ขออนุญาตจากแม่แล้วนั่นแหละ แม่ฉันเข้าใจอีกทั้งยังเห็นดีเห็นงามตามนั้น ท่านต้องการให้ฉันหาประสบการณ์ แกก็รู้นี่ว่าแม่ฉันน่ะเปรี้ยวแค่ไหน ทุกวันนี้ท่านก็หาว่าฉันเหมือนกบอยู่ในกะลา ส่วนพ่อก็คิดตรงกันข้ามแต่ก็ไม่กล้าขัดใจ ฉันเลยเข้าทางแม่น่าจะดีกว่าใคร”
“ แล้วพี่ชายของแกละ จะไม่ว่าหรือไง หากรู้ว่าแกคบกับผู้ชาย หรือไปเที่ยวที่ไหนกับผู้ชายสองต่อสองน่ะ ”
“ ก็ต้องไม่ให้รู้ดิวะ ถึงได้บอกให้แกช่วยร่วมมือกับฉันด้วยนี่ไง ”
( มรกต 013จาก มรกต301 ว.2 เปลี่ยน )
ฉันยังพูดไม่ทันขาดคำดี เสียงวิทยุสื่อสารที่อยู่ในกระเป๋า ก็ดังเข้ามาขัดจังหวะ หลินซียิ้มขำขณะที่เห็นฉันล้วงเอาวิทยุเคลื่อนที่ ขึ้นมากดคีย์รับแล้วตอบอีกฝ่ายกลับไป
“ นายจะเรียกรหัสของฉันทำไมเนี่ย ในเมื่อช่องนี้มันไม่ใช่ช่องวิทยุ ของส่วนกลางสักหน่อย ”
( ฉันอยากเรียกจะทำไม!! หรือเธอมีปัญหา? )
“ ปัญญาอ่อนว่ะ..นายจะเรียกฉันทำไมบ่อยๆ ฮะ รีบพูดธุระของนายมาเลย ไม่งั้นฉันจะปิดเครื่องของนายซะ!”