เด็ก GEN

1267 Words
( เธออยู่กับใคร? ทำไมถึงได้กล้าเสียงดังใส่ฉันฮะ) ตองเก้าตะโกนถามฉันเข้ามาเสียงตึง ฉันจึงลดระดับอารมณ์ของตัวเองลงมา ก่อนจะตอบเขากลับไปว่า “ อยู่กับเพื่อน... ” (ผู้หญิง...ใช่มั้ย?) “ผู้ชาย...แถมยังหล่อกว่านายหลายเท่า” ( ถ้าไม่อยากเน่าตาย บอกมันให้อยู่ห่างๆ จากเธอเอาไว้ ) ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย และไม่อยากจะพูดกับผู้ชายคนนี้ ฉันจึงได้คิดหาวิธีที่จะทำให้อีกฝ่าย กดวางสายของเขาไปเอง “ แบ๊ตวิทยุของนายจะหมดแล้วนะ มีอะไรก็รีบๆ พูดมาเร็วๆ เข้า ” ( อย่ามาหลอกฉันซะให้ยาก แบตวิทยุนั่น เปิดทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนยังไงก็ไม่หมด ไม่มีทางที่เธอจะมาหลอกคนอย่างฉันได้ ) ฉันอยากจะลมใส่ ที่หลอกคนอย่างเขาไม่ได้สักที...เฮ้อ! “ แล้วจะเรียกฉันหาพระแสงอะไรยะ!! ” ( ไหน...ว.3 อีกครั้งสิ ) ว.3 หมายความว่า ตองเก้าต้องการให้ฉัน ทบทวนข้อความกับเขาใหม่ “ ก็..เรียกฉันทำไมบ่อยๆ...ละคะ ” ( ฟังแล้วค่อยลื่นหูหน่อย...ฉันต้องการจะย้ำเธอถึงเรื่องของเราในค่ำคืนนี้ ) “ ฉันรู้แล้ว! ” (จะให้ฉันไปรับเธอได้ที่ไหน?) “ ที่บ้านของหลินซีเพื่อนซี้ของฉันเอง...เดี๋ยวฉันปักหมุด แล้วจะส่งโลเคชั่นไปให้นาย...แค่นี้นะฉันจะได้ไปทำอย่างอื่น ” ฉันตัดบทสนทนา ด้วยการหมุนปุ่มปิดวิทยุทันที หลังจากที่พูดจบโดยไม่สนใจคนที่อยู่อีกฝั่งนั่น หลินซีหัวเราะเสียงดังลั่น เมื่อได้ยินฉันกร่นด่าวิทยุสื่อสาร ทั้งที่ได้ปิดมันไปแล้ว “คู่ของแกดูแปลกดีว่ะ มีโทรศัพท์แต่กลับใช้วิทยุในการติดต่อสื่อสารกัน นี่ฉันก็เพิ่งจะเคยเห็น” “ก็นายนั่นเป็นกู้ภัย ถึงได้ชอบใช้วิทยุสื่อสารไง เพราะการใช้วิทยุสื่อสารกัน มันง่ายต่อการประสานงาน ระหว่างองค์กรกับองค์กร ซึ่งตอนนี้โรงพยาบาลในบางพื้นที่ มีบุคลากรไม่เพียงพอต่อคนเจ็บ และคนตายที่มีมากขึ้นทุกวัน ที่สำคัญกว่านั้นคือพ่อของตองเก้า เป็นถึงเจ้าของมูลนิธิ ที่ฉัน พ่อ และพี่ชาย ได้สังกัดอยู่ด้วยกัน แล้วนายนั่นก็เคยเป็นเพื่อนซี้ กับพี่ชายของฉันมาก่อน” “เดี๋ยวนะ...แกใช้คำว่า ‘เคย’...เป็นเพื่อนซี้” “อื้ม...เคยเป็น...แต่ตอนนี้เขาสองคนไม่ถูกกัน แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยว่ามันเป็นเพราะอะไร ” “เวรกรรม! ถ้าพี่อุลรู้เข้าแกจะทำยังไง?” “ก็คงจะทางใครทางมันละมั้ง...แต่ช่างมันเหอะ...ชีวิตของฉันคงไม่ได้มีผู้ชายคนนี้แค่เพียงคนเดียว เพราะเดี๋ยวก็จะมีเข้ามาใหม่ ฉันไม่จำเป็นต้องแคร์ แกว่าฉันพูดถูกมั้ยละ?” “แหม...แม่คนช่ำชอง ที่แกว่านั่นของแท้ยืนอยู่ตรงนี้เว้ย...เราเป็นผู้หญิงยุคใหม่ จะแคร์ไปทำไมวะ ในเมื่อเราก็สามารถเลือกได้ ฟันผู้ชายแล้วทิ้งนั่นคือผู้หญิงยุคเรานี่แหละ” “ห๊ะ! แกเคยฟันผู้ชายมาแล้ว อย่างงั้นเหรอหลินซี!?” ฉันถามเพื่อนรัก เพราะรู้สึกตกใจมาก เมื่อได้ยินมันพูดออกมาแบบนั้น “ยังไม่ได้ฟันว้อย!..เพราะยังไม่มีใครเข้าตา มันก็เลยไปไม่ถึงขั้นนั้นสักที มีแต่พวกเสือสิงห์ ฉันก็เลยทิ้งพวกมันก่อน ตอนนี้โสดซิง ฉันกับแกคงต้องชิงกันปักตระไคร้แล้วมั้ง” ““แกเคยได้ยินเขาพูดมั้ย?...ว่าผู้ชายที่ใส่แว่นตา จะซ่อนความหื่นกระหายเอาไว้ข้างใน แล้วผู้ชายในคณะของเราก็มีเยอะแยะ แถมยังใส่แว่นตาหนาเตอะแทบจะทุกคน แกก็เลือกเอาใครสักคนสิวะ” “ทั้งคณะมีว่าที่หมอหน้าตาดีๆ อยู่แค่ไม่กี่คนเอง ฉันเห็นแล้วก็เซ็งชะมัด อีกอย่างฉันไม่เชื่อแกหรอกที่ว่า ผู้ชายใส่แว่นตาจะซ่อนความหื่นเอาไว้น่ะ เพราะที่เห็นส่วนใหญ่ ก็มักจะซ่อนความแต๋วแตกเอาไว้ข้างใน ฉันหาผู้ชายคณะอื่นมาเป็นแฟนน่าจะดีกว่า” “จะเลือกเอาคณะไหนก็แล้วแต่แกเถอะว่ะ ฉันว่าตอนนี้ เราควรจะไปหาอะไรกินกันก่อนนะ ฉันหิวแล้วก็ไม่อยากจะหิ้วท้องรอ ไปจนถึงบ้านของแกอ่ะ” “ก็ได้...งั้นไปกันโลด!” เป็นเพราะตองเก้าโทรมานัดฉันอย่างกะทันหัน ฉันจึงต้องขอยืมชุดของหลินซีมาใส่ เพราะตัวของเราทั้งสองคน มีขนาดไซส์ที่ใกล้เคียงกันมาก ฉันรื้อเสื้อผ้าของหลินซีออกมาจากตู้ แต่ดูเหมือนจะไม่เจอชุดที่ถูกใจ แถมยังถูกมันบ่นใส่จนหูชา “ อันนา...แกช่วยตามโลกให้มันทันหน่อยดิวะ ผู้หญิงสมัยนี้เขาจะต้องเปิดเผย สิ่งที่เคยซ่อนเร้นอยู่ภายใน ให้ออกมาสู่สายตาของชาวโลกกันหมดแล้ว ฉันขอร้องว่ะ แกอย่าทำตัวเป็นคนหัวโบราณ เหมือนพวกเต่าล้านปีจะได้มั้ย? เพราะเราคือวัยรุ่นที่อยู่ในยุค Generation Alpha แกเข้าใจป่ะ” หลินซีอธิบายคร่าวๆ แต่เท่าที่ฉันรู้มา เด็ก GEN ที่ว่านั่น มันจะต้องเกิดในช่วงปีพ.ศ.2553 จนถึงพ.ศ.2568 แต่ที่หลินซีพูดออกมานั่น มันไม่น่าจะใช่...ฉันจึงรีบค้านมันกลับไป “ใช่เหรอวะ? ในเมื่อเราเกิดก่อนหน้านั้นตั้งสี่ห้าปี เราจะเป็นเด็ก GEN ได้ยังไง” ถึงฉันจะเถียงกลับไปด้วยเหตุผล แต่มีหรือที่คนอย่างมันจะยอมให้กันได้ง่ายๆ “...แค่ถอยกลับไปอีกไม่กี่ปี แกก็หยวนๆ ให้หน่อยดิวะ...” เห็นมั้ยละ...ว่ามันยังสามารถที่จะแถต่อไปได้ ฉันจึงเลิกสนใจ และหันมามองกองเสื้อผ้าที่วางไว้นั่นแหละ แล้วแต่ละชุดของมันก็สุดแสนจะเซ็กซี่ และมีแต่ชุดเดรสที่เป็นสายเดี่ยวแทบจะทั้งนั้น หลินซีจงใจเลือกชุดสีดำ ที่มีสายใส้ไก่ผูกไขว้ไว้หลังคอ แบบพอดีตัวมาให้ฉัน ความยาวของมันเลยหัวเข่าขึ้นมา จนเกือบจะถึงโคนขาอ่อน ซึ่งปกปิดสิ่งที่ซ่อนไว้ภายในแทบไม่ได้เลย ฉันไม่เคยใส่ชุดแบบนี้เลยสักครั้ง แต่หากลองสักตั้งก็คงไม่เป็นไร เพราะสถานที่ที่เขาจะพาฉันไป มันคือผับที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ ก็แต่งตัวสไตล์นี้กันทั้งนั้น หลินซีจับฉันทำผมและแต่งหน้าให้ จนรู้สึกได้เลยว่า มันไม่น่าจะใช่ฉันเลยจริงๆ ผู้หญิงที่อยู่ในกระจกบานกว้าง นั่นคือฉันจริงๆ ใช่มั้ย? ฉัน...ได้แต่ถามตัวเองกลับไปกลับมา... “สวยมากเลยใช่มั้ยละ ฝีมือของฉัน ได้ทำให้แกกลายเป็นนางฟ้า ที่จุติลงมาจากสวรรค์ เพื่อประทานให้กับท่านเทพตองเก้า ฟังแล้วก็เข้าท่าดีนะ” “แหวะ!...ฉันว่านายนั่นน่าจะเป็นจอมมาร ที่มาจากบรรพกาลมากกว่า เพราะฆ่าเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมตายให้สักที” “แกนี่นะอันนา...เฮ้ย!” เอี๊ยดดดดด!! เสียงเบรกรถดังสนั่นลั่นไปทั้งซอย พลอยทำให้ฉันกับหลินซี ต้องรีบวิ่งปรี่ออกมาดูเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นแถวหน้าประตูบ้าน ของมันเองนั่นแหละ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD