กินคาวต้องกินหวาน :9

1389 Words
เพราะใครกันทำให้เธอป่วย แถมมดลูกอักเสบ เพราะคนหื่นกามคนนี้ไงล่ะ ทำเธอนอนอยู่โรงพยาบาลตั้งสามวัน และวันนี้ก็กลับมากรุงเทพฯ กลับมาคอนโดตัวเองแล้ว และเพื่อนรักก็มาหาที่ห้อง “ทำไมถึงไม่สบายได้ ทำไมไปนอนแอดมิตที่โรงพยาบาลนอกเมืองตั้งไกลแบบนั้น ไปทำอะไรแถวนั้นเค้ก?” มีนาถามเพื่อนรักด้วยความสงสัยอยากรู้และเป็นห่วง เวลาจะไปไหนมาไหน ดุษยาจะบอกตลอด แต่รอบนี้บอกหลังจากแอดมิตเข้าโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว “เค้กก็กลับมาแล้วเนี่ยไง กลับมาปลอดภัยแล้วเนี่ยไง ไม่ต้องห่วงนะ” “แล้วแม่เดือนกับแด๊ดรู้ไหมว่าไม่สบาย” “อือ...ไม่ได้บอก ถ้าบอกแม่กับแด๊ดก็เป็นห่วงน่ะสิ อ้อ...เนี่ยพรุ่งนี้โจเซฟจะมานะ ไปรับน้องชายกับเราหน่อยนะที่สนามบิน” “ไม่ได้น่ะสิ พรุ่งนี้มีนัดทานข้าวกับครอบครัวพี่เอ” “อือ...งั้นไม่เป็นไร เค้กไปรับโจเซฟเองก็ได้” “เนี่ยแหละบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ซื้อรถจะได้สะดวก” “ซื้อทำไมสิ้นเปลือง อีกอย่างมีรถไฟฟ้า มีรถแท็กซี่แล้วทำไมต้องซื้อรถด้วย” “จ้า คืนนี้จะมานอนด้วยนะ” พอเพื่อนบอกจะมาค้างด้วย เธอก็รีบปฏิเสธทันทีด้วยกลัวว่าจะเจอกับคนเลวตรงข้ามห้องเข้า “อือ...ไม่เป็นไร เค้กหายดีแล้ว นาอยู่กับพี่เอเถอะ” “ได้ไง นาบอกพี่เอแล้วคืนนี้จะมาค้างกับเค้ก ทำไมไม่อยากให้ค้างด้วยเหรอ ปกติอยากให้นอนด้วยจะตาย” “ก็...ก็ได้” หากยิ่งหาข้ออ้าง เพื่อนก็จะยิ่งสงสัยจึงพยักหน้าตกลง “งั้นเย็นนี้เรากินอะไรดี ว่าแต่คาเฟ่ข้างล่างคอนโดดีไหม?” เห็นตั้งแต่ครั้งก่อนแล้วว่าคาเฟ่ข้างล่างคอนโดเพื่อนน่าไปนั่งพักผ่อนหรือทำงาน “ก็ดีนะ น้ำอร่อย ขนมเค้กก็อร่อย” “งั้นเราลงไปนั่งคุยกันที่คาเฟ่ดีกว่าจะได้ประหยัดค่าไฟห้องเค้ก” มีนาชวนเพื่อนลงไปข้างล่าง ดุษยาอยากจะตอบปฏิเสธ แต่เห็นสีหน้าเพื่อนที่ดูจะตื่นเต้นที่จะได้ไปคาเฟ่แล้วก็ต้องลุกลงจากเตียงไปส่องกระจกเช็กหน้าเช็กผมตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ “ไปกัน วันนี้เค้กเลี้ยงเอง พอดีเพิ่งได้เงินค่าต้นฉบับเรื่องก่อนมาเมื่อวานอะ” “ไม่เกรงใจนะ” “จะกินได้เยอะเท่าไหร่กันเชียว” แล้วสองสาวเพื่อนรักก็จับจูงมือกันเดินออกจากห้อง ไหนบอกมีงานที่บริษัทไม่ได้มาคาเฟ่ไง พอเปิดประตูเข้ามาในร้านก็เห็นเขายืนรับออเดอร์อยู่หลังเคาน์เตอร์ ดุษยาเดินไปพร้อมกับเพื่อน “เค้ก มีเค้กส้มของโปรดเค้กด้วย งั้นนาสั่งเค้กส้มให้นะ” มีนาเห็นในตู้เค้กมีเค้กส้มอยู่สองชิ้นพอดี “อือ...ส่วนนาจะกินชีสเค้กหน้าไหม้กับทีรามิสุแล้วกัน ส่วนน้ำเอามัทฉะลาเต้เย็นนะ” มีนารู้ว่าเพื่อนชอบอะไรจึงถามเองตอบเอง “อือ...นาไปนั่งรอที่โต๊ะเถอะ เดี๋ยวเค้กสั่งและจ่ายเงินตามไป เอาน้ำเปล่าด้วยดีไหม คนละขวด” “ดีเหมือนกัน งั้นไปรอที่โต๊ะนะ ว่าแต่นั่งมุมนั้นดีไหม ดูแล้วบรรยากาศดี แถมน่าจะถ่ายรูปสวยด้วย” มือชี้ไปทางมุมด้านในของคาเฟ่ “อือ...ตรงนั้นก็ได้” ดุษยาพยักหน้าตอบเพื่อน มีนาก็เดินไปรอเพื่อนที่โต๊ะที่บอก “เพื่อนเหรอ?” เมื่อเพื่อนของดุษยาเดินจากไป โฮมที่เงียบอยู่หลังเคาน์เตอร์รอรับออเดอร์ตลอดเอ่ยถาม “อือ...คืนนี้จะมาค้างด้วย” “แล้วผมล่ะ?” “คุณก็นอนห้องคุณสิ ห้องคุณก็มี” “ทำไมให้เพื่อนมาค้างด้วย” “ก็ฉันไม่สบาย เพื่อนเป็นห่วง” “อ้อ...งั้นก็นอนกับเพื่อนแล้วกัน เพราะช่วงนี้คุณต้องพักร่างกาย เพราะตรงนั้นยังไม่หายดี” โฮมเอ่ยพร้อมส่งยิ้มให้กับหญิงสาว “มัทฉะลาเต้เย็นสองแก้ว เค้กส้ม ชีสเค้กหน้าไหม้ ทีรามิสุและน้ำเปล่าสองขวด” เธอไม่สนใจคำพูดของเขาแล้วสั่งเครื่องดื่มกับขนมหวาน “เท่าไหร่คะ” “ไม่เป็นไร ผัวไม่คิดเงิน” “ทุเรศ! คิดเงินมาเถอะค่ะ ฉันไม่ชอบของฟรี” “งั้นถือว่าของหวานที่ร้านเป็นค่าตัวเค้กก็แล้วกัน” “ทุเรศ! ไม่คิดเงินใช่ไหม ได้งั้นก็ยกเลิกออเดอร์ ฉันจะพาเพื่อนไปที่อื่น” “แหม! ได้ไง มาแล้วก็กินที่นี่แหละ ว่าแต่จะไม่แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนหน่อยเหรอ” “ไม่ล่ะ ฉันจะย้ายออกแล้ว” เธอตอบสวนกลับแล้วเดินไปหาเพื่อนที่โต๊ะ “ฝันไปเถอะแม่คุณว่าจะย้ายหนีได้” โฮมพึมพำพูดกับตนเอง “กุ้ง ดิว แดนจัดการตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งด้วยล่ะ พี่จะไปแล้ว” จริงๆ เขาเพิ่งไปงานเปิดตัวโครงการใหม่ของบริษัทมา ขากลับจึงแวะที่คาเฟ่ก่อนจะกลับบริษัท “ครับ พี่โฮม” ดิวเอ่ยรับคำสั่ง ส่วนสองคนก็พยักหน้ารับทราบ ก่อนจะออกไปจากร้าน โฮมมองดูดุษยาคุยกับเพื่อนหัวเราะคิกคักสนุกสนานแล้วก็ยิ้มตามแล้วเดินออกจากร้านไป ด้านมีนาเมื่อเพื่อนเดินมาหาที่โต๊ะก็รีบกระซิบเพื่อนทันทีว่าหนุ่มที่คาเฟ่นี้หน้าตาดีมาก เมื่อกี้ตอนยืนคุยกันหน้าเคาน์เตอร์เธอแทบไม่กล้ามองสบตาคนรอรับออเดอร์ “เขาเป็นเจ้าของคาเฟ่ นิสัยไม่ดี” ดุษยาบอกเพื่อน “ถึงว่าหล่อมาก นิสัยไม่ดีแต่หน้าตาดีก็พอแล้วไหมเค้กจ๋า” “พอเลยนะ รู้นะว่าคิดอะไร ไม่ใช่สเปก” “แล้วแบบไหนล่ะสเปกของเค้ก หรือจะเป็นหนุ่มนอร์เวย์คนนั้นรึเปล่า” “แค่เพื่อนกันเท่านั้นเอง อีกอย่างอดัมกับเค้กก็โตมาด้วยกัน” “แต่เหมือนอดัมจะไม่ได้คิดกับเค้กแค่เพื่อนนะ” “พอหยุดพูดเลย นั่นไง มัทฉะลาเต้มาแล้ว” แล้วบทสนทนาทั้งคู่ก็จบลงเมื่อพนักงานของร้านยกมัทฉะลาเต้เย็นมาเสิร์ฟให้พร้อมกับเค้กที่สั่งไป เพ็ญนีฉวยโอกาสสามีไม่สบายมาอยู่บ้านไร่ดูแลสามี ส่วนงานที่บริษัทมอบหมายให้เจ้าตัวดีจัดการทุกอย่าง และนางก็ได้เล่าเรื่องที่ตนทำตัวเป็นป้าข้างบ้านวันนั้นที่โรงพยาบาลให้สามีฟังอย่างละเอียดและได้ให้กุมภ์หานักสืบเอกชนสืบประวัติของดุษยามาให้ตนเอง ในที่สุดวันนี้ข้อมูลทุกอย่างก็ถูกส่งมาให้ที่บ้านไร่ “อะไรกันคุณ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว” “ก็ประวัติส่วนตัวลูกสะใภ้เราน่ะสิคุณ คุณต้องแข็งแรงรอช่วยฉันเลี้ยงหลาน ดีนะ ที่ผลตรวจออกมามีแค่ความดัน ไขมันเท่านั้นเอง ส่วนงานที่สวนก็ให้คนงานทำมั่ง จ้างเขามาแล้วก็ให้เขาทำงานไม่ใช่ไปแย่งเขาทำทุกอย่าง” นางเดินมานั่งลงโซฟาหวายตัวยาวที่สามีนั่งก่อนหน้าแล้วเปิดซองเอกสารสีน้ำตาลนำเอกสารข้างในซองออกมาอ่านดู “ทำไมยิ้มแบบนั้นล่ะ แสดงว่าชอบลูกสะใภ้น่ะสิ” “แน่นอน อายุยี่สิบห้าปี แม่แต่งงานใหม่กับคนนอร์เวย์จึงย้ายไปอยู่นอร์เวย์ตั้งแต่เด็ก ย้ายกลับมาเรียนมหา’ลัยที่ไทยจนตอนนี้ก็ไม่ได้ไปอยู่นอร์เวย์ จะก็ไปๆ มาๆ เพราะแม่กับพ่อเลี้ยงและน้องชายอยู่นอร์เวย์ การศึกษาก็ดี ส่วนการงานเห็นว่าเป็นนักเขียน ฉันชอบลูกสะใภ้คนนี้คุณ” “ชอบแล้วเขาชอบลูกเรารึเปล่าล่ะ” “ตาโฮมหล่อตี๋ขนาดนั้น ใครจะไม่ชอบมั่งล่ะคุณ ไม่ใช่แค่หล่ออย่างเดียว รวยด้วย” “อย่าเพิ่งดีใจมาก เดี๋ยวจะเสียใจได้ตอนที่เขาไม่ ‘เอา’ ลูกชายเรา” “ไม่หรอกน่า ยังไงซะ เราต้องได้หนูเค้กเป็นลูกสะใภ้แน่นอน เดี๋ยวฉันโทรบอกตากุมภ์ก่อนนะคุณว่าได้ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว” อือ แล้วเพ็ญนีก็ลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ ทิ้งเอกสารไว้ที่โต๊ะ เพิ่มจึงหยิบมาอ่านประวัติว่าที่ลูกสะใภ้ตนอีกครั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD