โฮมกลับมาบ้านชานเมืองที่หลังบ้านเป็นไร่ข้าวโพดและไร่สับปะรดไกลสุดลูกหูลูกตา ก็บ้านของเขาปลูกบนพื้นที่สามร้อยไร่ และแน่นอนว่าเขาจะกลับมาบ้านชานเมืองอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น แม่ของเขาก็เหมือนกัน
“เมื่อไหร่โฮมจะเข้ามาดูแลบริษัท?”
เพ็ญนี หญิงเหล็กเอ่ยถามลูกชายขณะนั่งจิบชายามพลบค่ำที่ระเบียงบ้านชมไร่ของสามีตนเองที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา นางชอบบรรยากาศแบบนี้และได้กลับมาบ้านไร่อาทิตย์ละครั้ง นางก็ชอบมานั่งจิบชามองดูไร่สวนที่สามีรัก
“แม่เก่งขนาดนี้ยังจะให้โฮมมาช่วยอีกเหรอครับ?” โฮมถามกลับ
“แม่แก่แล้วนะโฮม แม่อยากให้โฮมเข้ามารับผิดชอบงานแบบเต็มตัว”
“โฮมมีคาเฟ่ขนมต้องดูแล”
“ธุรกิจเด็กเล่นน่ะนะตาโฮม”
“เด็กเล่นที่ไหนครับแม่ รายได้ออกจะดี”
“ไม่ดีได้ไง ก็ค่าเช่าร้านก็ไม่ได้เช่า เพราะเอาพื้นที่ใต้โครงการของแม่เปิดร้าน คอนโดที่อยู่ก็อยู่ฟรี” ลูกชายพักอาศัยอยู่คอนโดที่เป็นโครงการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่นางลงทุน
“ของแม่ก็เหมือนของโฮมนี่ครับ อีกอย่างโฮมก็เป็นคนช่วยคุมงานโครงการนี้ด้วยสิ”
“โฮม ยังไงลูกก็ต้องมาบริหารงานนะลูก เพราะทุกอย่างที่แม่กับพ่อสร้างมา มันคือของลูก”
“โฮมรู้ครับแม่ แต่ว่าคาเฟ่ขนมที่ผมทำก็คือความฝันของผมเหมือนกัน”
“งั้นก็ทำทั้งสองอย่างได้ไหม แบบเข้าบริษัทอาทิตย์ละสามวัน ส่วนที่เหลือก็ดูแลคาเฟ่ขนมของลูกไป”
“แม่น่าจะมีลูกอีกคนนะครับ”
“ก็ไม่คิดว่ามีลูกคนเดียวจะดื้อแบบนี้นี่ ถ้ารู้นะ แม่เชื่อพ่อโฮมมีลูกอีกคนก็ดี”
“แต่ไม่ทันแล้วนี่ครับ แม่ก็อายุหกสิบสองปีแล้ว”
“นั่นแหละ แม่แก่แล้วลูกไม่อายรึไงที่ให้แม่แก่ๆ ไปทำงานที่บริษัทงกๆ แบบนี้ตาโฮม”
“ไม่อายครับ เพราะแม่เพ็ญนีของโฮมเก่ง”
“เนี่ยไง คิดแต่ว่าแม่เก่งแบบนี้ไง แต่ถึงแม่จะเก่งแค่ไหน อายุแม่ก็ไม่ไหวแล้วนะตาโฮม”
“สองแม่ลูกไม่เบื่อรึไง มาบ้านไร่ทีไรก็คุยแต่เรื่องเดิมๆ”
เจ้าของบ้านที่เพิ่งกลับมาจากไร่ส่งเสียงมาก่อนเจ้าตัวจะเดินมาถึงสองแม่ลูก
“เบื่อน่ะสิคุณเพิ่ม แล้วเนี่ยวันนี้ทำไมกลับช้าจังคะ”
“ไม่นะ ทุกวันผมก็กลับเวลานี้” เพิ่มหย่อนก้นนั่งลงยังเก้าอี้หวายข้างภรรยาแล้วรับแก้วน้ำที่ภรรยารินให้มาจิบดื่ม
“แต่วันนี้เป็นวันที่ฉันกับลูกกลับบ้าน คุณควรต้องกลับเร็วกว่านี้สิคุณเพิ่ม”
“พ่อกับแม่คุยกันนะครับ เดี๋ยวโฮมไปดูในครัวก่อนว่ามื้อเย็นทำถึงไหนแล้ว จะได้ช่วยทำ อ้อ...ผมทำเค้กส้มของโปรดแม่มาให้ด้วยนะครับวันนี้”
“ก็เป็นซะแบบนี้ จะให้แม่โกรธได้ยังไงตาโฮม” นางยิ้มให้ลูกชายแล้วลูกชายก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้หวายมาก้มโน้มตัวลงจุ๊บแก้มทั้งสองข้างของนางก่อนจะเดินจากไป
“มันรู้ไงว่าทำแบบนี้แล้วคุณจะหายโกรธ ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคุณ เหม็นเหงื่อมากวันนี้”
“ไปเถอะค่ะ และงานที่ไร่ฉันก็บอกหลายครั้งแล้วว่าให้คนงานทำมั่งไม่ใช่แย่งทำเองหมดทุกอย่างแบบนี้ อายุคุณไม่น้อยแล้วนะคุณเพิ่ม”
“ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงผม แต่ผมรู้กำลังตัวเอง คุณไม่ต้องห่วงผมนะ ไปอาบน้ำแล้วนะ เจอกันที่ห้องทานข้าวนะ”
“อือ...ไปเถอะคุณ” นางยิ้มให้สามีแล้วสามีก็ลุกจากเก้าอี้หวายที่เพิ่งนั่งเดินเข้าบ้าน ส่วนนางก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศตรงหน้าตนเองต่อ
ตั้งแต่เจอกับเจ้าของกระเป๋าที่สลับกระเป๋ากับตนเอง เขาก็ลบภาพใบหน้าของหญิงสาวออกจากหัวไม่ได้ไม่พอ น้ำเสียงหวานอ่อนโยนไพเราะของสาวเจ้านั่นอีก ยิ่งทำให้โฮมอยากรู้จัก อยากเจอเธออีกครั้ง เพราะยังมีความสงสัยมากมายเรื่องชุดนอนไม่ได้นอนแสนวาบหวิวพวกนั้นอีก
“ให้ตายสิไอ้โฮม” เขาตื่นขึ้นมากลางดึกหลังจากฝันลามกทะลึ่งถึงผู้หญิงที่เจอกันแค่ครั้งเดียวไป มือใหญ่ยกขึ้นเช็ดเหงื่อในความมืดแล้วคว้าหยิบขวดน้ำที่วางข้างโต๊ะหัวเตียงมาเปิดดื่มแก้กระหายจนหมดขวดแล้ววางไว้ที่เดิมแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
“สองอาทิตย์แล้วยังคิดถึงเจ้าของชุดนอนพวกนั้นอีกนะไอ้โฮม”
แล้วเขาก็ข่มตาหลับต่อ วันนี้เขาต้องเข้าคาเฟ่ขนม เพราะสามวันที่ผ่านมาเขาเข้าบริษัทแล้ว ส่วนวันที่เหลือของสัปดาห์นี้ เขาจะอยู่คาเฟ่ข้างล่างตึก
เธอย้ายมาอยู่คอนโดของตนเองได้สองคืนแล้วและรู้สึกว่าคอนโดนี้ดีจริงๆ เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกสบาย แถมข้างล่างคอนโดมีร้านคาเฟ่ขนมให้มานั่งทานและนั่งเขียนนิยายได้ด้วย
“วันนี้ขอเป็นมัทฉะลาเต้หวานยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์กับเค้กส้มและน้ำเปล่าหนึ่งขวดนะคะ”
“ครับ คุณลูกค้า” พนักงานรับออเดอร์
“เป็นเท่าไหร่คะ” เธอถามและก็จ่ายค่ามัทฉะลาเต้ เค้กส้มกับน้ำเปล่าของตนเอง เมื่อจัดการเรียบร้อยดุษยาก็เดินไปนั่งยังโต๊ะที่นั่งเมื่อวาน ร้านนี้ตกแต่งสวยงาม บรรยากาศดี ถึงจะมีลูกค้าเข้าออกตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้รบกวนสมาธิตอนเขียนนิยายเธอสักนิด ถือว่ากิจการดีทีเดียว
เมื่อนั่งยังโต๊ะแล้วก็หยิบแมคบุ๊กออกมาจากกระเป๋าผ้าที่ตนสะพายมาด้วยเปิดเครื่องแล้วหยิบเมาส์ออกมาวางบนโต๊ะเพื่อจะเริ่มทำงานต่อ กลางวันเธอชอบนั่งเขียนงานที่คาฟ่มาก เพราะได้มองดูผู้คนที่มีกิริยาท่าทางแตกต่างกัน ส่วนกลางคืนจะเขียนฉากอัศจรรย์หฤหรรษ์
เจ้าของคาเฟ่หนุ่มเปิดประตูร้านเข้ามามองสำรวจร้านตนเองที่มีลูกค้านั่งอยู่สองสามโต๊ะแล้วก็ต้องสะดุดตากับผู้หญิงที่ตนฝันถึงมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา เท้าใหญ่เดินก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปหาหญิงสาวด้วยใจที่เต้นรัว
“สวัสดีครับคุณเค้ก” เมื่อเดินมาหยุดข้างโต๊ะหญิงสาวก็เอ่ยทักทายคนที่กำลังจดจ้องหน้าจอแมคบุ๊ก
ดุษยาผละเงยหน้าจากหน้าจอแมคบุ๊กมามองเจ้าของน้ำเสียงทุ้ม
“คุณรู้จักฉันเหรอคะ?” เธอถามเพราะเธอจำหน้าคนไม่ค่อยได้ ถ้าเจอกันแค่ครั้งสองครั้ง อย่าหวังว่าเธอจะจำได้เลยว่าอีกฝ่ายคือใคร ต้องเจอกันอย่างน้อยห้าครั้งถึงจะจำหน้าอีกฝ่ายได้
โฮมกัดปากตัวเองแหงนเงยหน้าขึ้นมองบน เหลือเชื่อเลย เธอจำเขาไม่ได้งั้นเหรอ
“เรารู้จักกันเหรอคะคุณ?” เห็นคนตัวสูงเงียบไปจึงเอ่ยถามอีกครั้ง
มือใหญ่สอดล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วก้มหน้าสบตาใสซื่อของเธอก่อนจะตอบ
“กระเป๋าไงครับ ที่เราสลับกันที่สนามบิน”
“อ้อ...คุณนั่นเอง ขอโทษด้วยนะคะ ฉันจำไม่ได้จริงๆ ค่ะ คุณ...”
“โฮมครับ ผมชื่อโฮมครับ”
“อ้อ...ค่ะ คุณโฮม ว่าแต่มีอะไรรึเปล่าคะ?”
“ผมแค่แวะมาทักทายคุณเค้กเท่านั้นครับ”
“อ้อ...ค่ะ” แล้วเธอก็สนใจหน้าจอแมคบุ๊กตัวเองต่อ ไม่สนใจคนตัวสูงแม้แต่นิดเดียว และตอนนั้นเองพนักงานของร้านก็นำเครื่องดื่ม ขนมที่ดุษยาสั่งไว้มาเสิร์ฟ
“คุณลูกค้า ชาเขียวมัทฉะ เค้กส้มกับน้ำเปล่าครับ”
“ขอบคุณนะคะ” เธอเงยหน้าจากแมคบุ๊กเอ่ยขอบคุณพนักงาน
“ด้วยความยินดีครับ คุณโฮม...” พนักงานยังพูดไม่จบความก็ถูกเจ้านายหนุ่มจับดึงแขนลากไปยังหลังร้านก่อน
ดุษยาไม่สนใจหนุ่มหล่อพราวเสน่ห์แม้แต่น้อย สำหรับเธอแล้วชีวิตตอนนี้คือเขียนนิยายหาเงินผ่อนแม่กับพ่อเลี้ยงที่ออกเงินซื้อคอนโดเงินสดให้ตนเองก่อน แม้ท่านทั้งสองบอกตั้งใจซื้อให้ แต่เธอก็เกรงใจอยู่ดี เพราะที่ผ่านมาพ่อเลี้ยงดูแลเธอดีมาก