กินคาวต้องกินหวาน :3

1885 Words
“ลูกค้าคนเมื่อกี้มาที่ร้านเราครั้งแรกเหรอ?” เมื่อลากพนักงานมาหลังร้านก็ถามทันที “มาได้สองวันติดแล้วครับพี่โฮม” “อ้อ...ต่อไปนี้ถ้าผู้หญิงคนนั้นมา โทรบอกพี่นะแดน บอกกุ้งกับดิวด้วยล่ะ” “ครับ พี่โฮม” “อือ...ทำงานกันเถอะ ลูกค้าใหม่เข้าร้านแล้ว” แล้วเขากับลูกน้องก็เดินมาประจำหน้าเคาน์เตอร์เพื่อรอรับออเดอร์ โฮมมองไปทางโต๊ะของดุษยาตลอดเวลา อยากรู้ว่าเธอทำอะไร ทำไมเธอเอาแต่จ้องหน้าจอแมคบุ๊ก อยู่ในคาเฟ่มาสักพักและรู้สึกเหมือนถูกมองตลอดเวลา ดุษยาเงยหน้าจากหน้าจอแมคบุ๊กแล้วมองไปรอบๆ ร้านก็สบตากับโฮม เธอก็รีบละสายตาจากเขาแล้วหันมาสนใจหน้าจอแมคบุ๊กตนเองต่อ “เขามองเราทำไมนะยัยเค้ก” เธอพึมพำกับตนเองแล้วหยิบแก้วชาเขียวมัทฉะตัวเองขึ้นมาดูดดื่มและตักเค้กส้มทาน “ชีสเค้กครับ” โฮมเดินมาพร้อมกับจานชีสเค้กในมือแล้ววางลงตรงหน้าเธอ “ไม่ได้สั่งนะคะ” “ผมเลี้ยงครับ พอดีครั้งก่อนผมไม่ได้เลี้ยงน้ำคุณ” “อ้อ...ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจ” “รักษาน้ำใจกันหน่อยสิครับ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคุณเค้ก” เธอรู้สึกว่าเขาแปลก เหมือนจะเป็นสุภาพบุรุษ แต่สายตาของเขาแพรวพราวมีเล่ห์เหลี่ยมจนไม่น่าไว้ใจ “แต่ฉันไม่กินของคนแปลกหน้าค่ะ” เธอตอบเขากลับแล้วปิดแมคบุ๊กเก็บใส่กระเป๋าและเมาส์ไร้สายด้วย “เราก็รู้จักกัน จะเป็นคนแปลกหน้ากันได้ยังไงคุณเค้ก” “อย่างไรเสีย สำหรับฉัน คุณก็ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดีค่ะ ชีสเค้กนี้ขอไม่รับนะคะ ขอตัวค่ะ” เธอเป็นสาวหวานเรียบร้อยก็จริง แต่ถ้าโกรธหรือโมโหขึ้นมา ปากน้อยสีชมพูระเรื่อของเธอจะเปลี่ยนเป็นเครื่องด่าทันที และหากเขายังตื๊อให้ทานชีสเค้กอยู่ มีหวังความอดทนได้ขาดสะบั้นแน่นอน “จะเสียมารยาทเกินไปแล้วไหมครับ” เขาคว้าจับข้อมือเล็กรั้งไว้เมื่อเธอลุกจากเก้าอี้จะเดินหนีตน ดุษยามองดูมือใหญ่ที่จับรั้งข้อมือตนเองแน่นแล้วก็เม้มปากแน่นแล้วสะบัดเต็มแรงหวังให้มือใหญ่หลุด แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ “ปล่อยค่ะ” เธอสั่งเขาเสียงห้วน แต่แม้เสียงเธอจะเปลี่ยนโทนเป็นห้วนแข็ง สำหรับโฮมก็ยังฟังดูไพเราะอยู่ดี “กินชีสเค้กก่อนสิครับแล้วผมจะปล่อย” “คุณกำลังลวนลามฉันอยู่นะคะคุณโฮม” “จับมือเนี่ยนะลวนลาม” โฮมถามกลับแล้วกระตุกมือแล้วร่างเล็กเปราะบางก็เซเสียหลักล้มมาซบอกตนแล้วก็ฉวยโอกาสใช้แขนแข็งแรงอีกข้างยกขึ้นโอบกอดรั้งเธอไว้แล้วก้มหน้าเอ่ยกระซิบข้างหูดุษยาให้ได้ยินกันสองคนว่า “แบบนี้ต่างหากถึงเรียกว่าลวนลาม...หอม” เขาจำกลิ่นตัวของเธอได้ กลิ่นของผู้หญิงที่เดินสวนเขาที่สนามบินวันนั้นนั่นเองและผู้หญิงคนนั้นก็คือเธอ ให้ตายสิ ทำไมตัวหอมแบบนี้ เมื่อเธอกล่าวหาว่าลวนลามแล้วก็ถูไถปลายจมูกโด่งคลอเคลียกับซอกคอระหงอย่างเผลอไผล “ยะ...อย่าทำแบบนี้ ปล่อยฉัน ฉันจะกินชีสเค้ก” ดุษยาหดคอถอยหนีพร้อมพยายามดิ้นขัดขืนหนีจากวงแขนแข็งแรง “งั้นทีหลังก็ควรรักษาน้ำใจคนอื่นด้วย” แล้วเขาก็ยอมผละปล่อยเธอออกจากอ้อมกอด แม้จะเสียดาย แต่ตรงนี้คือที่สาธารณะและลูกค้าคนอื่นก็มองมาทางตนและดุษยาจึงยอมปล่อย หากอยู่ที่รโหฐานเขาจะทำมากกว่านี้แน่นอน พอได้อิสระ เธอก็จับสายสะพายกระเป๋าผ้าตนเองแน่น ส่วนอีกมือหยิบจานชีสเค้กขึ้นมาแล้วเอาชีสเค้กฟาดหน้าเขาแล้วรีบวิ่งหนีจากไป เพล้ง! เสียงจานชีสเค้กตกกระทบพื้นเสียงดัง เขาจึงรีบเอ่ยขอโทษลูกค้าแล้วก้มเก็บจานที่ตกแตกและให้เด็กมาทำความสะอาดต่อ และดีที่เธอไม่เอาจานชีสเค้กฟาดหัวเขาด้วย ไม่งั้นหัวแตกเลือดอาบแน่นอน “เราต้องได้เจอกันอีกแน่เค้ก” โฮมเอ่ยหมายมาดกับตนเองแล้วเดินออกไปจากร้านเพื่อจะดูว่าเธอวิ่งไปทางไหน แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว เธอวิ่งเร็วอย่างกับกระต่าย ตั้งแต่วันนั้น เธอก็ไม่อยากไปคาเฟ่ข้างล่างคอนโดอีก จึงเลือกอยู่บนห้องทำงานเขียนงานตนเอง แต่สมองไม่แล่นเลย วันนี้จึงตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวลงไปนั่งคาเฟ่ข้างล่างตึกและคิดว่าตนเองคงไม่ซวยโชคร้ายเห็นคนไม่อยากเจอหรอก แต่แล้วพอเปิดประตูคาเฟ่เข้าไปก็เห็นเขายืนยิ้มแป้นอยู่เคาน์เตอร์ในร้านมองมาทางตนเอง “สวัสดีครับคุณลูกค้า” ‘เขาทำงานที่นี่เหรอ’ เธอพึมพำถามตนเองในใจ และเชื่อแล้วว่าตัวเองซวยจริงๆ ต้องไปทำบุญล้างซวยสักหน่อยแล้วดุษยา โฮมมาที่ร้านทุกวันมาเฝ้ารอสาวสวยที่ทำให้ตนเองเฝ้านอนฝันนอนไม่หลับ ก็วันๆ เอาแต่จินตนาการว่าเธอใส่ชุดนอนวาบหวิวพวกนั้นในกระเป๋า ก็มันขัดกับลุคของเธอที่เขาเห็นจนอยากจะเห็นว่าเธอจะเป็นยังไง และในฝันดุษยาก็หุ่นเอ็กซ์เซ็กซ์แตกมาก จนอยากขยุ้มขยำให้เอวเคล็ด แต่ดูวันนี้เธอแต่งตัวสิ เสื้อยืดตัวใหญ่ๆ กับกางเกงยีนตัวใหญ่สะพายกระเป๋าผ้าปล่อยผมยาวสลวย และยิ่งไปกว่านั้นเธอตัวเล็กมาก ใบหน้าจิ้มลิ้มเหมือนเด็กมัธยมปลายของเธอมันช่างทำให้เขาอยากรู้จักเนื้อในของเธอเสียจริงว่าเธอจะเผ็ดร้อนเหมือนชุดนอนที่เขาเห็นรึเปล่า “สวัสดีครับคุณลูกค้า เชิญเข้ามาในร้านก่อนครับ เดี๋ยวผมเดินไปรับออเดอร์ที่โต๊ะ” เมื่อเห็นเธอเปิดประตูเดินเข้ามาแล้วหยุดนิ่งไม่ยอมเดินมาต่อจึงเอ่ยอีกครั้ง ดุษยามองรอบๆ ร้านแล้วก็สูดลมหายใจเข้าปอดตนเองแรงๆ แล้วหมุนตัวเปิดผลักประตูร้านออกไป แต่แล้วก็ต้องหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดินเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกฉุดข้อมือดึงรั้งจากข้างหลัง เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้ยังอยู่หลังเคาน์เตอร์อยู่เลย ทำไมเขาเดินเร็วมาก นักเขียนสาวบิดข้อมือเล็กออกจากมือบุรุษ แต่เขากลับกำแน่น “จะไปไหนครับ เข้ามาในร้านแล้วก็ไปนั่งสั่งอะไรหน่อยสิครับ ผมเลี้ยง” “พอดีนึกได้ว่ามีธุระต้องไปจัดการค่ะ ปล่อยด้วยค่ะคุณโฮม” “มีธุระหรือเพราะที่นี่มีผมเลยไม่อยากเข้ามานั่งครับ” โฮมไม่ปล่อยมือจากข้อมือเล็กไม่พอ แต่ถามหญิงสาวกลับ “ค่ะ เพราะที่นี้มีคุณ ฉันเลยจะไปที่อื่นค่ะ” “ผมว่าเราคุยกันได้นะ เป็นเพื่อนกันได้นะครับคุณเค้ก เรื่องครั้งก่อนผม...” “อย่าคุยและรู้จักกันดีกว่าค่ะ เดิมทีเราสองคนก็คนแปลกหน้ากันอยู่แล้ว ไม่ควรรู้จักกันมากกว่านี้ ให้มันจบแค่ครั้งที่เราสลับกระเป๋ากันคืนเถอะค่ะ วันนั้นคุณยังดูเป็นสุภาพบุรุษกว่าที่เจอครั้งก่อนและวันนี้นะคะ ปล่อยมือค่ะ” เสียงเล็กหวานไพเราะพูดแทรกไม่รอให้เขาพูดจบและรวบรวมแรงที่มีทั้งหมดบิดข้อมือให้หลุดพ้นจากมือใหญ่อีกครา และมันก็ได้ผลรอบนี้ จริงๆ เขายอมปล่อยหรอกถึงได้รับอิสระ พอจะผลักประตูเปิดผลักออกไปก็ถูกเขาจับดึงประตูไว้ไม่ยอมให้ผลักประตูเปิดออก “เดี๋ยวนี้ เข้ามาแล้วจะไม่อุดหนุนกันหน่อยเหรอคุณเค้ก” เขายังคงดึงดันเอาแต่ใจตนเอง “ไม่สะดวกที่จะอุดหนุนค่ะ หลบด้วยค่ะ ฉันจะออกไป” หญิงสาวตัวเล็กสูงเพียงระดับอกแกร่งแข็งแรงของเขาตอบกลับ ยามไม่พูด เธอสวยน่ารักอ่อนหวาน อ่อนโยน แต่อย่าให้พูดและโกรธขึ้นมา เครื่องจักรกลของดุษยาพร้อมทำงานด่าไฟแลบได้ทีเดียว และตอนนี้กำลังจะหมดความอดทนกับบุรุษตรงหน้าแล้ว “หลบค่ะ!” “เปลี่ยนใจง่ายจังเลยนะครับ อยากมาก็มา อยากไปก็ไป” “มันเป็นสิทธิของฉันค่ะ หลบค่ะ” เห็นตาของเธอดุดันเอาเรื่องก็ยอมล่าถอยปล่อยมือจากประตูที่จับดึงแล้วยอมให้คนตัวเล็กเปิดผลักออกไปจากร้านตนเอง “เราต้องเจอกันอีกแน่คนสวย” เขาพึมพำกับตัวเองมองดูเธอเดินห่างไกลออกจากหน้าประตูร้านตนเองไปเรื่อยๆ จนลับสายตา ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปยืนประจำที่เดิมของตนเอง ดุษยาเดินหน้าบูดบึ้งออกมาจากร้านคาเฟ่แล้วก็เดินออกมาหน้าคอนโดเพื่อจะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าไปร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดตนเองพร้อมบ่นพึมพำไปด้วย “ทำไมต้องมาเจอคนทำให้อารมณ์เสียด้วยนะ งานเขียนก็เร่ง แล้วมาเสียอารมณ์อีก จะมีอารมณ์เขียนงานไหมเนี่ยยัยเค้ก เฮ้อ!” งานที่บริษัทเยอะท่วมหัวกองเท่าภูเขาก็ว่าได้ ทำไมแม่ถึงได้โยนงานทุกอย่างให้ทำแบบนี้ก็ไม่รู้ เมื่อรับปากจะเข้ามาช่วยบริหารแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่ แน่นอนทุกอย่างที่ผ่านมือของโฮมนั้นย่อมดีเสมอ “ประชุมเสร็จแล้วเหรอลูก” “ครับ ท่านประธานใหญ่ ลูกชายคนนี้จัดการประชุมโครงการที่สีลมเสร็จแล้วครับ” “เก่งมากลูกแม่ เพราะเป็นโฮมของแม่ ทุกอย่างถึงราบรื่นไปด้วยดี แล้วอาทิตย์นี้จะไปหาพ่อที่บ้านไร่ไหม” “อาทิตย์นี้คงไม่กลับครับ แม่ไปคนเดียวเถอะครับ” “งั้นแม่จะอยู่พักผ่อนที่บ้านไร่กับพ่อสักอาทิตย์นะ งานที่บริษัทก็ฝากโฮมจัดการด้วยล่ะ” “แม่มัดมือชกผมใช่ไหม” “ใช่ที่ไหนล่ะลูก เพราะโฮมของแม่เก่งยังไงล่ะ แม่ถึงกล้าทิ้งงานไปแบบนี้” นางยิ้มให้ลูกชายแล้วก็ลุกจากโซฟาที่นั่งออกไปจากห้องทำงานของลูกชาย “ทำไงได้ ก็นั่งตำแหน่งรองประธานบริษัทไปแล้วนี่ ท่านประธานใหญ่สั่งก็ต้องทำสินะเรา” เขาพึมพำกับตนเองมองแม่ออกจากประตูห้องทำงานไปแล้วลุกจากโซฟาที่เพิ่งนั่งก้นยังไม่ทันร้อนไปนั่งเก้าอี้เคลียร์งานกองท่วมหัวของตนต่อ กลางคืนก็นอนไม่ค่อยจะหลับ เพราะเฝ้าฝันแต่หญิงสาวชุดนอนวาบหวิวจนปวดหนึบไปทั้งเอ็นเนื้อ “คืนนี้ไปเที่ยวดีกว่า ตั้งแต่กลับมาจากแข่งทำขนมยังไม่ได้พาแกไปปลดปล่อยสักวัน คงอดอยากมากสินะแก...หึหึ” เขาก้มมองดูเป้าตนเองแล้วก็หัวเราะขำตนเองในคอแล้วสนใจงานบนโต๊ะต่อ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD