ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของดุษยาไปได้ แน่นอนว่าเธอปิดต้นฉบับได้แล้ว ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ปิดแมคบุ๊กล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นแล้วคลานขึ้นเตียงนอนเพื่อจะดูซีรีส์ที่ค้างไว้ให้จบ เพราะตอนนี้เลยเวลานอนแล้วจึงเลือกจะดูซีรีส์ดีกว่านอน แต่ยังไม่ทันได้เปิดซีรีส์ดู เสียงประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ใครมาเคาะห้องเราเวลานี้นะ” เธอพึมพำแล้วลุกขึ้นจากเตียงสวมเสื้อคลุมแล้วเดินไปหยิบไม้เบสบอลที่มีติดห้องเดินไปยังประตูห้องแล้วส่องตาแมวดูว่าใครกันมารบกวนตนเองเวลาดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ส่องดูก็เห็นว่าเป็นผู้ชายสายตาหื่นกามห้องตรงข้ามก็ขบกรามแน่นเปิดดึงประตูห้องด้วยความหงุดหงิดโมโหที่อีกฝ่ายมาเคาะประตูห้องรบกวนตนเองเวลาดึก
“อะไรของคุณเนี่ย เคาะห้องดังแบบนี้รบกวนข้างห้องหมดรู้ไหม”
“คุณนอนหลับได้ยังไง ทั้งๆ ที่ผมวุ่นวายเพราะคุณขนาดนี้” โฮมไม่ตอบ แต่กลับถามคนตัวเล็กตรงหน้าแทน แล้วก็มองดูคนที่มีเสื้อคลุมสวมทับชุดซีทรูสายเดี่ยวลายเสือที่เห็นก่อนหน้านี้
“คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย ถ้าเมาก็ไปห้องตัวเองนู่น อย่ามารบกวนคนอื่น มีมารยาทด้วยค่ะ” แล้วเธอก็ดันคนตัวสูงที่มีแต่กลิ่นเหล้าไปให้ห่างหน้าประตูห้องตนเอง
“ผมดูเหมือนคนเมาเหรอเค้ก?” เขาถามเธอกลับด้วยคำสนิทสนมทั้งๆ ที่ปกติเขาจะมีคำว่า ‘คุณ’ นำหน้าชื่อเธอตลอด
“คนเมาจะยอมรับว่าเมาได้ยังไงกัน กลับห้องคุณได้แล้ว ฉันจะนอน” เธอผลักเขาออกห่างประตูห้องจะดันประตูห้องปิด แต่คนตัวสูงเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างคล่องแคล่วแทรกตัวเข้าไปในห้องของเธอ
“คุณเข้ามาไม่ได้นะคุณโฮม ออกไปเดี๋ยวนี้”
“ไม่ออก ผมจะนอนห้องคุณคืนนี้ รู้ไหมคุณทำผมวุ่นวายมากแค่ไหนแต่ละคืน ผมต้อง...ให้ตายสิ” แล้วเขาก็เดินกลับไปปิดล็อกประตูห้องเธอแล้วคว้าข้อมือเล็กดึงฉุดกระชากเจ้าของห้องไปยังโซฟากลางห้องเธอ ส่วนไม้เบสบอลก็หลุดมือเมื่อถูกกระชากดึง
ว้าย!
“คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย”
สมองของเธอแทบหยุดทำงาน ก็ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เขามาเคาะห้อง แล้วเดินเข้ามาในห้อง แถมปิดประตูแล้วดึงลากเธอมาเหวี่ยงลงบนโซฟา รู้ตัวก็ตอนที่เขาโถมตัวมาคร่อมทับกักเธอไว้กับโซฟาแล้ว
“คุณต่างหากทำบ้าอะไรกับผมเค้ก ตั้งแต่ที่เปิดกระเป๋าคุณแล้วก็ไปแลกกระเป๋าคืนวันนั้น ผมก็ลบภาพคุณออกจากหัวไม่ได้ อ่า...ให้ตายสิ ผม ‘อยากได้’ คุณจนเก็บไปฝันทุกวัน”
“คุณมันบะ...อะ...อื้อ”
แล้วปากของนักเขียนสาวพรหมจรรย์ก็ถูกปากหนาบุรุษทาบทับปิดกลืนเสียงพูดและเสียงหายใจ
“อะ...อื้อ” จูบแรกในชีวิตมันเกิดขึ้นแล้ว เคยเขียนนิยายแต่พระเอกนางเอกฉุดกระชากข่มขืนกันแล้วรักกัน ตอนนี้เธอกำลังถูกผู้ชายคนนี้ทำแบบนั้นงั้นเหรอ ทำแบบพระเอกนิยายที่เธอเขียนงั้นเหรอ ไม่ได้ เธอต้องต่อสู้เอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้
ร่างเล็กดีดดิ้นหนีจากใต้ร่างใหญ่เพื่อเอาตัวรอด แต่เขาก็ตัวหนักทับเธอจนจมหายกับโซฟาจนขยับเขยื้อนไม่ได้ และยิ่งไปกว่านั้นเรียวลิ้นสากอุ่นร้อนของโฮมก็ดุนดันเข้ามาในปากของเธอไล่ต้อนลิ้นเธอจนจนมุมแล้วถูกลิ้นอุ่นเปียกของบุรุษตวัดดูดคลึงหนักหน่วง
“อะ...อื้อ” นี่เขากำลังทำเหมือนที่เธอเขียนในนิยายเลย เขาทำได้ยังไง และเธอก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่ใช่สิ เธอชอบจินตนาการมากกว่าแสดงเองแบบนี้ ดุษยารวบรวมแรงทั้งหมดที่มีดันร่างใหญ่เหนือร่างออกไปให้พ้นและกระทุ้งเข่าขึ้นเต็มแรงจนเขาตัวงอตกโซฟาไป
“ไอ้เลว!” เมื่อได้อิสระแล้วก็รีบลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อจะวิ่งไปทางห้องนอนตนเองเพื่อจะหนีเข้าไปหลบในห้องนอน แต่ข้อเท้าเล็กถูกมือใหญ่จับดึงกระชากไว้เสียหลักล้มหน้าฟุบกับพื้นห้อง ดีที่เอามือเท้าดันไว้ทันไม่งั้นหน้าเธอแหกแน่นอน
ว้าย!
เธอใช้สองมือดันกายจะคลานหนี แต่คนตัวโตก็เคลื่อนตัวมาคร่อมทับเธอกดไว้กับพื้นไม่ให้คลานหนี
“จะไปไหน! ทำผมเจ็บแล้วต้องรับผิดชอบ” เขาก้มหน้าเอ่ยข้างหูเธอจากด้านหลัง
“ไม่นะ คุณกำลังจะทำผิด”
“ไม่เลย ผมกำลังจะทำความดีมอบความสุขให้คุณต่างหากเค้ก” แล้วเขาก็ขบเม้มติ่งหูเธอแล้วผละลากลิ้นเลียติ่งหูชื้นเหงื่อคนตัวเล็กที่ตนคร่อมทับกักไว้ใต้ร่างมายังท้ายทอยสวยที่ตนใช้มือมารวบผมเธอดึงรั้งยกขึ้น
ดุษยาหดคอเมื่อถูกปลายลิ้นเปียกแฉะสัมผัสลากเลียและพยายามใช้มือดันตัวเองลุกขึ้นแม้จะถูกเขาทับจากด้านหลังก็ตาม เขาตัวหนักจนเธอต่อสู้ไม่ไหวและยิ่งถูกปลายลิ้นของเขารบกวนอยู่ตรงท้ายทอยไล้เลื้อยมายังโคนหูแล้วยิ่งทำให้เธอรู้สึกแปลกจนท้องไส้ปั่นป่วนเหมือนมีคลื่นลูกใหญ่กำลังก่อตัวจะซัดฝั่ง
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้คุณโฮม”
เธอสั่งเขาเสียงแข็งพร้อมกับพยายามดิ้นหนีจากใต้ร่างใหญ่ ตัวเขาหนักเหลือเกิน เธอพยายามสุดแรงเกิดแล้วตอนนี้จนเรี่ยวแรงไม่มีแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ทรมานเธอด้วยการขบเม้มติ่งหูลากลิ้นเลียโคนหูของเธอจนตัวอ่อนระทวย ความไม่ประสีประสาของดุษยาทำให้ไม่มีภูมิต้านทานและอ่อนไหวไปกับสิ่งที่คนตัวโตที่ทับอยู่ด้านหลังทำกับตนเอง
“อ่า...ให้ตายสิเค้ก คุณตัวหอมมาก รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกที่ไหน”
“ที่ร้านกาแฟที่ห้าง” เธอบอกเขา
“ชูว์...ไม่ใช่คนสวย เราเจอกันที่สนามบิน วันนั้นเป็นผมเองที่หยิบกระเป๋าผิด เพราะผมเดินสวนคุณที่กำลังจะเดินไปรับกระเป๋า กลิ่นตัวของคุณหอมแบบที่ผมต้องหยุดเดินหันมองตาม คุณตัวหอมมากเค้ก”
กลิ่นหอมของเธอมันไม่เหมือนกลิ่นผู้หญิงที่เคยสูดดม กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและตอนนี้เขาก็ผ่อนคลายและทรมานเอ็นร้อนเพราะร่างกายนุ่มนิ่มหญิงสาวใต้ร่างตนเอง
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ คุณเมาหนักแล้วคุณโฮม”
“คนเมาที่ไหนจะมีอารมณ์แบบนี้ ผมดื่มแค่พอกรึ่มๆ เอง และผมมีแรงเยอะที่จะมอบความสุขให้คุณคนสวย เป็น ‘ของผม’ เถอะเค้ก” น้ำเสียงแหบพร่าดังอู้อี้ข้างหูแล้วก็ต้องร้องครางกระเส่าออกมาเมื่อเขากัดเม้มติ่งหูเธออีกครั้ง
“อุ๊ย! อือ...”
“อ่า...ไม่ไหวแล้ว ผมอยากเห็นจังว่ายังใส่ชุดซีทรูสายเดี่ยวลายเสือเมื่อตอนเย็นอยู่ไหม” แล้วเขาก็จับร่างเล็กพลิกตัวนอนหงายแล้วจัดการถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่สีขาวของเธอออกโยนทิ้ง
“พระเจ้า! คุณน่า ‘เอา’ เป็นบ้าเค้ก อื้ม...” เมื่อเห็นสองเต้าอวบใหญ่ของดุษยาก็อ้าปากกว้าง มันอวบใหญ่และเม็ดบัวที่อยู่บนยอดอกที่ดุนดันกับเนื้อผ้าบางเบานั้นอีก น่าขบเม้มชะมัด