“ดุษยามาถึงแล้วเมืองไทยจ๋า...” เมื่อก้าวเท้าออกจากเครื่องบิน เธอก็เงยหน้าขึ้นมองเพดานของอาคารแล้วยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวแล้วร้องตะโกนออกมาโดยไม่สนใจคนที่เดินผ่านตนเองไปมา บ้างก็หาว่าเธอ ‘บ้า’ แต่เธอไม่สนหรอก ไปอยู่ต่างประเทศตั้งสองเดือนเหมือนไปนานสองปีก็มิปาน
“ไปรอรับกระเป๋าดีกว่า” แล้วก็ยิ้มให้กับตัวเองสะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กตัวเองเดินตามทางที่มีป้ายบอกทางไปรับกระเป๋า
มือใหญ่ขยับแว่นกันแดดของตัวเองเล็กน้อยแล้วมองดูสายพานที่กำลังทยอยส่งกระเป๋าเดินทางมาเรื่อยๆ พอเห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีดำตนเองแล้วก็เดินสาวเท้าก้าวยาวๆ ตรงไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีดำออกมาจากสายพานแล้วก็เดินจากไปด้วยท่าทางสง่างาม เขาเดินทางไปแข่งขันทำขนมที่ประเทศนอร์เวย์ และก็ได้คว้าชัยชนะมาด้วย เป็นความภาคภูมิใจในอาชีพเชฟขนมหวาน
จังหวะที่เดินไปนั่นเอง เขาได้เดินผ่านร่างเล็กเพรียวระหงที่เดินสวนกำลังเดินไปยังสายพานที่ตนเพิ่งเดินจากมา แต่แม้จะแค่เดินสวนกันไม่กี่วินาที กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของสาวเจ้าก็ทำให้เขาต้องหยุดเท้าเอี้ยวหน้าหันไปมองคนเดินผ่านตนเอง มือใหญ่ยกมือขึ้นถอดแว่นกันแดดออกแล้วมองดูแผ่นหลังเล็กแล้วยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนพึมพำออกมา
“ทำไมตัวหอมแบบนี้นะ” แล้วเขาก็ใส่แว่นกันแดดกลับไปเหมือนเดิมแล้วเดินหน้าต่อ
ดุษยายกกระเป๋าลงจากสายพานส่งกระเป๋าก็นั่งแท็กซี่กลับมายังคอนโดที่อาศัยอยู่กับเพื่อนสนิท แต่ว่าสิ้นเดือนนี้ต้องย้ายออกไปอยู่คนเดียวแล้ว เมื่อเพื่อนรักจะแต่งงานและคอนโดนี้ก็เป็นเรือนหอของมีนากับชยิน แม้ว่าทั้งสองจะให้เธออาศัยอยู่ด้วย แต่มันไม่เหมาะสมที่จะอาศัยอยู่กับทั้งสอง เธอจึงได้ทำการซื้อคอนโดแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในแผนของการใช้ชีวิต แต่ก็ต้องซื้อและพ่อเลี้ยงกับแม่เป็นคนออกเงินให้ก่อน ตอนนี้กำลังตกแต่ง สิ้นเดือนก็ย้ายไปอยู่ได้แล้ว
“เค้กไม่ออกไปกินข้าวเย็นด้วยกันจริงเหรอ” มีนาเห็นเพื่อนกลับมาจากเยี่ยมแม่ที่ต่างประเทศก็เอ่ยชวน
“อยากไปนะ แต่เค้กเหนื่อยน่ะสินา นั่งเครื่องมาตั้งหลายชั่วโมง อยากอาบน้ำนอนให้หายปวดเมื่อยสักหน่อยน่ะ” ดุษยา ส่องกล้า หรือเค้ก วัย 25 ปี นักเขียนอิสระ ตอบกลับเพื่อน
“ไม่ไปจริงนะ งั้นนาไปก่อนนะ พี่เอมาถึงข้างล่างคอนโดแล้ว”
“อือ...ทานเผื่อด้วยนะ”
ดุษยายิ้มหวานให้เพื่อนรักแล้วมองดูเพื่อนออกจากห้องและเมื่อประตูห้องปิดสนิท เธอก็เดินลากกระเป๋าใบใหญ่ตนเองเข้าห้องนอนส่วนตัวตนเอง คอนโดของมีนามีสองห้องนอนและเธอก็ไม่ได้พักฟรี เธอจ่ายค่าเช่าให้เพื่อนแม้ว่าเพื่อนจะให้พักฟรีก็เถอะ แต่เธอก็เกรงใจอยู่ดี
พอเข้ามาในห้องนอนเปิดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตนเอง แต่เปิดออกมาก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อในกระเป๋ามีแต่หนังสือ มีถ้วยรางวัลและใบประกาศนียบัตรชนะเลิศอันดับหนึ่งเชฟขนมหวาน
“ก็กระเป๋าเรานี่ ไม่ผิดนะ”
แล้วปิดกระเป๋ามองสำรวจอีกรอบสิ ขนาดก็เป็นกระเป๋าเธอแท้ๆ แต่ของข้างในไม่ใช่ แล้วทำไมรหัสเปิดกระเป๋าถึงเหมือนกันกับเธอจัง หรือคนคนนี้ขี้เกียจคิดรหัสเลยตั้งรหัสเลขเจ็ดสามตัวเหมือนเธอ และพอมองชื่อที่ติดกระเป๋าก็ต้องถอนหายใจ เธอหยิบกระเป๋ามาผิดจริงๆ เวลานี้สองทุ่มแล้วจะเปลี่ยนกระเป๋าคืนยังไงล่ะทีนี้
“ถ้าผู้ชายหยิบกระเป๋าผิดกับเราแล้วเปิดกระเป๋าคงไม่ตกใจกับของข้างในนะ”
เธอพึมพำกับตนเองแล้วยกสองมือขึ้นปิดหูตนเองด้วยความเขินอาย ก็ในกระเป๋าเดินทางมีแต่ชุดนอนที่ไม่ได้นอน วาบหวิวน้อยชิ้น เธอแต่งตัวเรียบร้อยมิดชิดก็จริง แต่เวลากลางคืน เธอจะสวมใส่ชุดนอนน้อยชิ้น บางจนเห็นเนื้อหนัง
ด้านหนุ่มหล่อเมื่อกลับถึงคอนโดส่วนตัวก็อาบน้ำก่อนจะเปิดกระเป๋าเดินทาง พออาบน้ำเสร็จใส่เสื้อคลุมอาบน้ำ ผมเปียกชุ่มออกมาจากห้องน้ำเดินตรงไปยังกระเป๋าใบใหญ่ตนเองแล้วก็เปิดกระเป๋าเพื่อจะนำใบประกาศนียบัตรกับถ้วยรางวัลหนังสือกับเสื้อผ้าสามชุดออกมาจากกระเป๋า แต่ปรากฏว่าพอเปิดออกมา ของในกระเป๋าไม่ใช่ของตนเอง คิ้วเข้มขมวดชนกันแล้วหยิบชุดนอนไม่ได้นอนขึ้นมาดูทีละตัวแล้วก็หัวเราะเบาๆ
หึหึ
“ใช้ได้นี่ไอ้โฮม หยิบของสาวเซ็กซี่มาซะด้วยสิ” เขาปิดกระเป๋าดูด้านนอกกระเป๋าก็เหมือนกับกระเป๋าตนเองจนแทบแยกไม่ออกและยังตั้งรหัสกระเป๋าเหมือนกันด้วย โฮม บำรุงสร้าง วัย 30 ปี ทายาทหมื่นล้านของเพิ่มกับเพ็ญนี นักธุรกิจหญิงเหล็กที่ทำงานเก่งและเป็นนักธุรกิจตัวอย่าง ส่วนสามีของนางชอบความสันโดษ ชอบทำไร่ทำสวน แต่เวลาภรรยามีปัญหาแก้ไขไม่ได้ เพิ่มจะออกหน้าช่วยแก้ไขเสมอ และแน่นอนว่าเพ็ญนีคาดหวังให้ลูกชายคนเดียวมารับช่วงธุรกิจหมื่นล้านของครอบครัวตนเอง
“มีเบอร์โทรติดไว้ด้วย” เมื่ออ่านชื่อเจ้าของกระเป๋าแล้วก็มองเห็นว่ามีสติกเกอร์เล็กๆ ติดเบอร์โทรไว้ด้วย แถมยังมีชื่อเล่นด้วย โฮมจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่โยนทิ้งไว้บนเตียงก่อนนี้แล้วเดินกลับมายังกระเป๋าแล้วกดเบอร์โทรต่อสายหาเจ้าของกระเป๋า
ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!
รอไม่นานปลายสายก็กดรับสาย
“สวัสดีครับคุณเค้ก เจ้าของกระเป๋ารึเปล่าครับ? ผมโฮม เจ้าของกระเป๋าที่สลับกับคุณนะครับ” เมื่อปลายสายกดรับสาย เขาก็เอ่ยถามพร้อมแนะนำตัวอย่างมีมารยาท
‘ใช่ค่ะ คุณคือเจ้าของกระเป๋าที่ฉันหยิบผิดมาใช่ไหมคะ?’
เสียงของเธอหวานไพเราะแบบไม่เคยได้ยินมาก่อนจนอยากเห็นหน้าเธอและก็ชุดนอนไม่ได้นอนพวกนี้ของเธออีก ทำไมเหมือนจะไม่เข้ากับน้ำเสียงหวานๆ ของเธอเลยนะ
‘คุณคะ?’ เห็นว่าเขาเงียบ ดุษยาจึงเอ่ยเรียกเขา
“ครับ ผมยังอยู่ในสายครับ เอ่อ...กระเป๋าให้ผมเอาไปคืนที่ไหนดีครับ”
‘ตอนนี้ก็หนึ่งทุ่มแล้ว คุณสะดวกไหมคะ ถ้าจะนัดคืนกระเป๋า?’
“สะดวกครับ ว่าแต่นัดรับที่ไหนดีครับ”
‘เอาเป็นที่ห้าง...ดีไหมคะ หรือว่าที่คุณสะดวกก็ได้ค่ะ’ เธอเสนอเขาและก็ถามเขากลับ
“ตกลงครับ งั้นเจอกันนะ อีกครึ่งชั่วโมงนะครับ”
‘ค่ะ ว่าแต่คุณยังไม่ได้เปิดกระเป๋าใช่ไหมคะ?’ เธอถามทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ถ้าเขาไม่เปิดกระเป๋าจะรู้ได้ไงว่าสลับกระเป๋ากับตน
“แล้วคุณคิดว่าไงล่ะครับคุณเค้ก”
‘ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะฉันก็เปิดกระเป๋าคุณเหมือนกัน ถือว่าเราหายกันค่ะ แล้วเจอกันนะคะ’
“แล้วเจอกันครับ” แล้วโฮมก็กดวางสายแล้วอมยิ้มให้กับกระเป๋าเดินทางที่ตนหยิบผิดมาแล้วเปิดหยิบชุดนอนซีทรูลายลูกไม้ออกมาแล้วก็จีสตริงสีแดงตัวเล็กจิ๋วขึ้นมาดูอีกครั้งแล้วพึมพำ
“อยากรู้จังว่าจะเซ็กซี่เหมือนชุดพวกนี้ไหม?”
แล้วเขาก็วางทุกอย่างกลับในกระเป๋าจัดให้เรียบร้อยเหมือนกับว่าไม่เคยหยิบออกมาดูแล้วปิดล็อกกระเป๋า ก่อนจะไปแต่งตัวออกไปแลกกระเป๋าคืน
โฮมมาถึงที่นัดหมายก่อนก็โทรหาหญิงสาว พออีกฝ่ายบอกใกล้ถึง เขาจึงบอกเธอว่าตนเองรออยู่ร้านกาแฟชั้นไหนของห้างสรรพสินค้า เจ้าของกระเป๋าบอกว่าใกล้ถึง แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังมาไม่ถึง แต่มีผู้หญิงตัวเล็กแต่งตัวเรียบง่ายเดินเข็นลากกระเป๋าตรงมาทางโต๊ะที่เขานั่งอยู่ คิ้วเข้มขมวดชนกันด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่เชื่อสายตาตนเองว่าหญิงสาวที่เดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะตนเองคือเจ้าของกระเป๋า
ส่วนดุษยามั่นใจทันทีว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่มองมาทางตนอยู่ เพราะข้างเขามีกระเป๋าเดินทางเหมือนกับใบที่เธอลากเข็นมาด้วยจึงไม่โทรหา แต่เลือกเดินตรงไปหาแทน
“สวัสดีค่ะ คุณโฮมใช่ไหมคะ”
‘น้ำเสียงใช่ แล้วทำไมถึงแต่งตัวเรียบร้อยแบบนี้ล่ะ’ เขาพึมพำกับตนเองในใจแล้วก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่ง
“สวัสดีครับ ผมโฮม คุณคือคุณเค้ก เจ้าของกระเป๋านะครับ”
“ค่ะ ฉันเค้ก เจ้าของกระเป๋า นี่กระเป๋าคุณค่ะ ขอโทษที่หยิบผิดไปนะคะ”
“ผมต้องขอโทษเหมือนกันครับที่หยิบผิดไป ไม่ได้ดูให้ดีก่อน” เพราะไม่รู้ว่าใครกันแน่หยิบผิดไปก่อน แต่เขาเป็นผู้ชายก็ควรจะเป็นฝ่ายขอโทษ แต่สาวเจ้ากลับเอ่ยขอโทษเขาก่อน
“ไม่เป็นไรค่ะ เปิดเช็กดูก่อนได้นะคะว่ามีอะไรหายรึเปล่าค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่คุณจะเปิดเช็กดูกระเป๋าไหมครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” ใครจะกล้าเปิดกระเป๋าที่เต็มไปด้วยชุดนอนวาบหวิวต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้า แถมในที่สาธารณะด้วย น่าอายจะตาย
“ดื่มอะไรร้อนๆ ก่อนกลับสักแก้วเถอะครับ ผมขอเลี้ยง”
“ไม่ดีกว่าค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ขอตัวกลับก่อนนะคะ” แล้วเธอก็ดึงลากเข็นกระเป๋าเดินทางตนเองออกไปจากร้านกาแฟ ส่วนโฮมก็นั่งลงเก้าอี้ที่เดิมแล้วถอนหายใจยาวออกมาและขำเบาๆ
เฮ้อ!
“หึหึ...เจ้าของกระเป๋าจริงนะ ชุดนอนไม่ได้นอนกับหน้าตาจิ้มลิ้ม ท่าทางใสซื่อนั่นอีก มันใช่เหรอไอ้โฮม” โฮมพึมพำกับตนเองด้วยความขบขันและสงสัย เขานึกภาพผู้หญิงเรียบร้อยแต่งตัวมิดชิดก่อนนี้ใส่ชุดนอนวาบหวิวไม่ออกจริงๆ และดูยังไงเธอก็เหมือนเด็กยังไม่โตด้วย