บาร์สุดหรูย่านสาทรเป็นสถานที่ที่ถูกเลือกสำหรับการเลี้ยงฉลองสละโสดของใครหลายคน รวมถึงเสกข์ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงที่กำลังจะมีงานแต่งงานในอีกไม่กี่วันนี้ด้วย การรวมตัวกันของหกหนุ่มกลายเป็นจุดเด่นของร้านในทันที สาวๆ เกือบทุกโต๊ะต่างส่งสายตามาให้อย่างเปิดเผย เพราะพวกเขาต่างหล่อแบบกินกันไม่ลงสักคน แม้จะมีบุคลิกแตกต่างกันไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของใครลดน้อยลงเลย
“เสกข์สาวชุดแดงมองมึงว่ะ จ้องเหมือนอยากกินเลยนะเว้ย แลกไลน์เลยมั้ยเพื่อน เผื่อคืนนี้มีเฮ” ธีรุตน์เปิดประเด็นก่อนทันที ทำให้เพื่อนๆ ในกลุ่มอดที่จะมองตามไม่ได้ และทุกคนก็เห็นว่าสาวสวยชุดแดงกำลังจ้องมองมายังเสกข์อย่างสนใจจริงๆ พอเห็นว่าหนุ่มๆ หันมามอง เธอคนนั้นก็ยิ้มให้ทันที
“มึงก็บ้านะไอ้ธีร์ ไอ้เสกข์มันจะแต่งงานอยู่แล้ว มันไม่ยุ่งกับใครหรอก” คณวัชน์เป็นคนเอ่ยปราม แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดบรรยากาศแห่งความชื่นมื่นเมื่อมีสาวๆ รายล้อมได้
“กูล้อเล่นน่า อย่างนี้แหละออร่าเจ้าบ่าวมันจับเลยสะดุดตากว่าใคร”
“เขามองกูคนเดียวที่ไหน พวกมึงก็ถูกมองด้วยเหมือนกันนั่นแหละ แต่งานนี้ใครโสดเชิญก่อนเลยครับ” เสกข์พูดจบสายตาเพื่อนๆ ต่างก็จ้องมองมายังภูริชคนเดียว
“เดี๋ยวมันก็ไม่โสดแล้ว มีข่าวว่าแอร์สาวดีกรีนางเอกหน้าใหม่มาชอบแล้วนี่หว่า คนนี้สเปกไอ้ภูเลยนะเว้ย” ธัญญ์เป็นคนพูดแทน ในขณะที่คนเป็นประเด็นยังนั่งเงียบ
“เฮ้ยจริงดิ มึงไม่บอกเพื่อนเลยวะภู”
“อย่าไปฟังไอ้ธัญญ์มันมาก มันอยู่วงการบันเทิงเลยชอบสร้างข่าวลือ” ภูริชแก้ต่างให้ตัวเอง แม้ข่าวนั้นจะมีมูลอยู่บ้างแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด
“มึงพูดซะกูเสียเลยนะไอ้ภู ว่าแต่คู่ต่อไปเป็นใคร ไอ้ไวท์เหรอ” คราวนี้คณวัชน์เป็นฝ่ายตกเป็นเป้าสายตาบ้าง เพราะเขาคบกับไฮโซสาวดีกรีดารานางแบบชื่อดังมานานมากแล้ว
“กูไม่รีบ ให้ไอ้ธีร์ก่อนเลย เห็นว่ากำลังคลั่งรัก” คณวัชน์พูดยิ้มๆ และโยนหินร้อนไปทางธีรุตน์ซึ่งมีแฟนสาวในวงการเช่นกัน
“คงยากว่ะ แฟนกูรักงานมากกว่ากูแล้ว” ธีรุตน์มีสีหน้าเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมีคนพาดพิงถึงชีวิตรักของตนกับแฟนสาวที่เป็นนางเอกระดับแถวหน้าของเมืองไทย
“มีแฟนเป็นคนในวงการก็อย่างนี้ล่ะเพื่อน มึงต้องรอหน่อย” ธัญญ์ตบบ่าธีรุตน์อย่างให้กำลังใจ เขาอยู่ในวงการบันเทิงเต็มตัวย่อมรู้ดีว่าคนในวงการหวงความโสดแค่ไหน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในฐานะนางเอกสาวยิ่งยาก เพราะมีผลกระทบกับบทบาทการแสดงและความนิยมอยู่พอสมควร
“เลิกเครียดเว้ย ฉลองกันดีกว่าเพื่อไอ้เสกข์ เสร็จแล้วจะได้รีบกลับบ้านนอนไปเตรียมตัว กลับดึกมากเดี๋ยวโทรมก่อน”
แก้วเหล้าหกแก้วถูกยกขึ้น ตามมาด้วยเสียงดังกริ๊กๆ ของแก้วหลายใบที่กระทบกัน เพื่อเฉลิมฉลองให้กับคนที่กำลังก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์เป็นคนแรกของกลุ่ม
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เสกข์ขอตัวกลับในเวลาห้าทุ่มเพราะบ้านอยู่ต่างจังหวัด คณวัชน์และธีรุตน์อยู่ต่ออีกพักหนึ่งคุยกันเรื่องแข่งรถอย่างออกรสออกชาติ ก่อนจะขอตัวกลับบ้างเพราะมีนัดกับแฟนสาวทั้งคู่ ตอนนี้โต๊ะจึงเหลือแค่ธัญญ์ ปริญ และภูริช นั่งกันอยู่สามคน
“เรื่องที่ดินที่มึงอยากได้ กูติดต่อซื้อให้มึงได้เรียบร้อยแล้วนะเว้ยภู ที่สวยมากมึง กูเห็นกูยังชอบเลย ถ้ามึงจะเอาเลยเดี๋ยวกูให้ทนายจัดการให้” ปริญพูดกับภูริชเรื่องที่ขอให้เขาติดต่อซื้อที่ให้อีกแปลง ซึ่งเจ้าของเพิ่งตกลงขายในราคาที่แพงเอาเรื่องอยู่พอสมควร แต่มันก็เป็นธรรมดาของราคาที่ดินในเชียงใหม่
“กูเอา มึงจัดการให้กูได้เลย ขอบใจมึงมากนะเว้ยปริญ”
“เรื่องเล็กน้อย ไว้มึงค่อยไปเลี้ยงเหล้ากูที่เชียงใหม่ตอนที่มึงไปลงหลักปักฐานที่โน่นจริงๆ”
ธัญญ์ได้ยินเช่นนั้นก็มุ่นคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ เพราะธุรกิจของครอบครัวภูริชในกรุงเทพฯ ก็มีไม่ใช่น้อย และเขาก็ไม่คิดจะเก็บความสงสัยเอาไว้
“นี่มึงจะไปอยู่เชียงใหม่เหรอวะภู”
“อืม” ภูริชตอบสั้นๆ
“ทำไมวะ แล้วธุรกิจครอบครัวมึงล่ะ”
“ก็ให้พี่ชายกูทำ”
“คนเดียว?”
“แม่กูก็อยู่ทั้งคน”
“มึงหนีอะไร” ธัญญ์ถามตรงๆ และจ้องหน้าอย่างจับผิด ทำให้ภูริชต้องระบายลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ
“ทำไมกูต้องหนี กูแค่เบื่อๆ อีกอย่างมึงไม่รู้เหรอว่าน้องสาวไอ้ปริญน่ะสวยหยาดฟ้ามาดิน”
“แล้วไง มึงจะไปสมัครเป็นน้องเขยมันงั้นสิ” คำพูดนั้นทำให้คนหวงน้องสาวอย่างปริญถึงกับหน้าตึงไปในทันที
“ก็อาจจะ” ภูริชพูดโดยไม่สนใจสีหน้าของเพื่อน ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มพรวดเดียวหมดแก้ว
“แล้วนั่นมึงเป็นอะไรวะ มึงดื่มยังกะวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตอย่างนั้นละ หรือว่ามึงขายคริปโตขาดทุน” ธัญญ์ถามขึ้นเมื่อเห็นภูริชดื่มหนักกว่าปกติ สีหน้าก็เคร่งขรึมคล้ายมีเรื่องในใจ ทำให้เขาต้องง้างปากเพื่อนให้ระบายออกมา
“เปล่า กูก็แค่อยากดื่ม”
“กูก็ว่าระดับเซียนอย่างมึงไม่น่าพลาดให้เรื่องพวกนั้น แล้วทำไมมึงต้องดื่มเหมือนประชดชีวิตขนาดนี้ หรือว่ามึงอกหัก”
“จากใครล่ะ”