"พี่บาสสวัสดีค่ะ" เข้ามาในร้านไม่เจอพี่คิมหันต์แต่เจอพี่บาส แน่นอนว่าเขามองหน้าฉันอย่างงุนงง หรือคิดว่าเอาผ้ามาส่งกันนะ คิ้วชนกันจนจะผูกได้ละ
"เอาผ้ามาส่งเหรอ พี่ยังไม่ได้เอาไปซักนี่?"
"เปล่าค่ะ มาหาใครบางคนที่นี่"
"ไอ้คิมน่ะเหรอ มันขึ้นไปชั้นบนเมื่อกี้ หรือว่าเป็นแฟนกันเหรอ?" ประโยคหลังพี่บาสพูดด้วยความแปลกใจ
"คะ...แฟน? อ่อหมายถึงแฟนพี่คิมใช่ไหม"
"เราหรอกเหรอ ที่มันบอกถ้าแฟนมาให้รอก่อน"
"ใช่ค่ะ" ฉันยิ้มกว้างเมื่อรู้สึกว่าใครอีกคนก็รับทราบว่าฉันเป็นแฟนกับเพื่อนเขา ฉันนั่งลงข้างพี่บาสสีหน้าของเขาดูไม่ยินดีหรือยินร้าย ดูผิดปกติ
"มันไปทำอีท่าไหนถึงไปขอเราเป็นแฟน"
"เอ๋...ทำอีท่าไหน?" คิ้วขมวดเข้าหากันอัตโนมัติไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่บาสเอ่ยถึงเมื่อครู่
"ไม่มีอะไรหรอก พี่ก็พูดไปเรื่อยแหละ" พี่บาสวางมือบนศีรษะแล้วลูบเบา ๆ เหมือนกับทุกครั้งที่ทำซึ่งฉันก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร
"มึงทำอะไรไอ้บาส..." เสียงของพี่คิมหันต์ดังขึ้นฉันกับพี่บาสก็หันไปมองต้นเสียง พี่คิมรีบก้าวฉับลงจากบันไดมาอย่างว่องไว ก่อนจะนั่งลงคั้นกลางระหว่างฉันกับพี่บาส แล้วมองเพื่อนตัวเองด้วยความแปลกใจ แต่สิ่งที่แปลกใจยิ่งกว่าคือความรู้สึกหงุดหงิดที่เกิดขึ้นนี่มันคืออะไร
'พี่คิมหึงฉันอย่างนั้นเหรอ?'
"ที่มีตั้งเยอะ จะมาแทรกกลางเพื่อ"
"ก็กูอยากนั่งใกล้แฟนกู" พี่คิมพูดด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะหันมามองหน้า ฉันได้แต่หลุบตาลงไม่กล้าสบตากับเขา
"ไอ้ห่า นี่ก็น้องเพื่อนไหมล่ะ ทำไมกูจะนั่งใกล้ไม่ได้วะ"
"นี่ก็แฟนกูไหมล่ะครับคุณบาส ผมหึงเว้ย" เขาทำฉันยิ้มจนหน้าแดงระเรื่อ เขาหึงฉันกับพี่บาส
"กูจะอ้วก"
"ไปเลยกูจะสวีทกับแฟน ไปทำงานเลยครับ"
"เออ พี่ไปทำงานก่อนนะกะเพรา ส่วนขนมก็อยู่ที่เดิม"
"ขอบคุณค่ะพี่บาส ไม่เคยลืมเลยเนอะ" ฉันฉีกยิ้มให้พี่บาสก่อนพี่เขาจะลุกไปที่ห้องทำงานที่อยู่อีกฝั่ง ทีนี้ก็เหลือเราสองคนแล้ว พี่คิมเขยิบเข้ามานั่งใกล้ชิดกับฉัน
"พี่คิม..." ฉันต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ ๆ พี่คิมสวมกอดเอวฉันเอาไว้แถมยังยื่นหน้ามาเกยที่ไหล่อีก
"ใจลอยไปถึงไหน กอดแค่นี้เอง" ฉันต้องทำเป็นสะดีดสะดิ้งเพราะมันโจ่งแจ้ง ถึงจะเป็นในร้านก็เถอะ
ผู้หญิงกับผูัชายสำหรับฉันมันไม่เหมาะควรเท่าไหร่ ถึงจะคุ้นเคยหรือเลื่อนสถานะมาเป็นแฟนกันก็ตาม เห็นแรดแบบนี้ความเป็นกุลสตรีรักนวลสงวนตัวฉันก็มีนะ
"ปล่อยกอดเถอะค่ะ มันไม่สมควรทำ" ฉันพยายามเบี่ยงตัวจนพี่คิมยอมปล่อย กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขามันช่างหอมเสียจริง อยากนอนซบอกพี่คิมสักครั้งจะเป็นบุญมากเลย
"ทีเมื่อวานพี่จูบ ไม่เห็นว่าอย่างนี้เลย"
"พี่คิม..." เมื่อพูดถึงเรื่องจูบ แม่งรู้สึกหน้ามันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที โดยเฉพาะพวงแก้มมันคงจะแดงก่ำจนน่าเกลียด
จูบแรกของฉัน...โดนผู้ชายที่ชอบปล้นมันไปเสียแล้ว อ้าก!
"ทำไมต้องนั่งห่างกันด้วย กลัวพี่เหรอ" หืม! จะบอกตรง ๆ ก็ไม่กล้าพูดว่ากลัวมากค่ะ เพราะพี่คิมเป็นผู้ชายมือไวมาก ปากว่ามือถึงอะไรทำนองนี้ใช่ไหม
"หนูขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนค่ะ"
"อย่าไปนานพี่คิดถึง" ฉันแค่พยักหน้ารับ ไม่กล้าตอบกลับเพราะเขินมาก
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำก็รีบทำธุระส่วนตัว แต่ทว่าเสียงดังมาจากทางด้านนอก ยิ่งทำให้ฉันเร่งฝีเท้าไปหน้าร้านอย่างไว พี่คิมยืนคุยหรือทะเลาะไม่รู้ กับผู้หญิงคนนั้นที่เจอเมื่อช่วงสายต่อมความหวงฉันมันเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ
"ปล่อยแขนพี่คิมนะคะ ป้า" ฉันโพล่งออกไปเสียงดังกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งร้าน
เออ..รู้ตัวอีกทีมันก็ไม่ทันแล้ว ฉันเดินไปแกะแขนยัยป้าคนนั้นออกแล้วควงแขนพี่คิมหันต์แทนแสดงความเป็นเจ้าของ
"แกเป็นใคร มาเรียกใครบ้า" เสียงแหลม ๆ ของยัยป้าแสบแก้วหูชะมัด
"ก็ป้านั่นแหละ มาโหยหวนหน้าร้านทำไม" ฉันเหลือบมองพี่คิมกระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจ นี่ชอบที่ฉันเป็นอย่างนี้หรือไงกันนะ
"กลับไปก่อนเคท แล้วพี่จะโทรหา"
"แต่พี่คิม เคทคิดถึงพี่นะคะ" หล่อนมาอ้อนพี่คิมโดยการเบียดฉันจนกระเด็นไปอีกฝั่ง เซถลาเล็กน้อยแต่ยังดีมีแขนแกร่งพี่บาสประคองรับไว้ทัน
"เป็นอะไรไหมกะเพรา" ฉันส่ายหัวสองสามทีมองหน้าพี่คิม สองคนนี้เป็นอะไรกันทำไมยัยป้าที่ชื่อเคทต้องทำท่าออดอ้อนเหมือนมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง
"น้องสาวของเพื่อน ทำตัวแบบนี้ได้ด้วยเหรอ" และฉันก็โพล่งคำพูดพวกนี้ออกไป คิ้วของทุกคนขมวดชนกันอย่างอัตโนมัติ อ้าว! นี่พูดผิดเหรอ ก็พี่คิมบอกว่ายัยป้าคนนี้เป็นน้องเพื่อน
"แกว่าใครเป็นน้องสาวเพื่อน ฉันไม่มีพี่ชายย่ะ"
"ก็พี่คิม..." ฉันปรายตามองหน้าพี่คิมหันต์
"บอกให้กลับไปไงล่ะเคท อย่าดื้อกับพี่"
"ไม่เอาไม่กลับ เคทจะอยู่ค้างคืนกับพี่คิมค่ะ"
"ค้าง..." ฉันอุทานด้วยความตกใจ
"อีเด็กคนนี้นี่ แกเป็นอะไร ฉันมาออกจะบ่อย"
"มา...บ่อยด้วย" รีบหันขวับไปหาพี่คิมทันที น้องสาวเพื่อน มาค้าง เดี๋ยวพี่โทรหา น้องแบบไหนกันแน่
"ไอ้บาสพากะเพรากลับเข้าไปด้านในก่อน"
"ไม่ไป หนูจะอยู่ฟังความจริง" ฉันกดเสียงต่ำลง
"คนนี้แฟนพี่ เคทเลิกยุ่งกับพี่ได้แล้ว" เขาเดินมาโอบไหล่บางของฉันไว้ แถมยังประกาศต่อหน้ายัยป้าว่าฉันเป็นแฟนเขาอีก
"อะไรนะ พี่คิมไม่มีทางชอบนังเด็กนี่" หล่อนเข้ามากระชากแขนพี่คิมให้ออกห่างฉัน
"หยุด!" พี่คิมตวาดเสียงดังใส่ยัยป้าจนสะดุ้งโหยง หล่อนน้ำตาคลอเบ้ามองหน้าพี่คิมด้วยความเสียใจและผิดหวัง
สายตาแบบนี้คืออะไร?
"อย่ามาวุ่นวายกับเด็กพี่ กลับไปซะอย่าให้พี่ต้องโมโห"
"พี่คิม..." หล่อนเรียกชื่อพี่คิมสั่นเครือ
"พี่ไม่ชอบคนดื้อพูดจาไม่ฟัง กลับไปซะ"
"ฝากไว้ก่อนเถอะ" หล่อนชี้หน้าคาดโทษฉันอย่างอาฆาตพยาบาท ทำไมรู้สึกเหมือนฉันไปแย่งแฟนคนอื่นเลยวะ
"ข้างนอกมันร้อน เราเข้าข้างในกันเถอะ" เขาพาเข้าไปด้านใน ปล่อยให้พี่บาสเคลียร์แทน
"ตกลงพี่เคทเป็นน้องสาวใครกันแน่คะ?"
เมื่อนั่งลงแล้วไม่รีรอให้อะไรยืดเยื้อ เวลามีอะไรค้างคาใจมักจะถามตรง ๆ ด้วยความอยากรู้และหวังว่าพี่คิมหันต์จะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างละเอียด ถ้าไม่ตอบแสดงว่าเขาพูดโกหก
"ก็ได้ยินหมดแล้ว เคทเป็นเด็กพี่ไม่ใช่น้องสาวใครหรอก"
"พี่พูดโกหกหนูทำไม ว่าเป็นน้องสาวเพื่อน" นี่ขนาดคบกันไม่ทันได้ข้ามวัน มีเรื่องให้โกหกฉันแล้ว
"ขอโทษนะ คือพี่ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจ"
"งั้นขอถามหน่อยเถอะ"
"ถามอะไร"
"หนูมาแทรกกลางระหว่างพี่กับเขาหรือเปล่า" สีหน้าของฉันนั้นจริงจัง หากว่าใช่จะได้ถอย
"เคทไม่ใช่แฟนพี่ เธอก็แค่เด็กที่เลี้ยงไว้น่ะ"
โอ้ว! เลี้ยงไว้งั้นเหรอ? ตายแล้วเสือร้ายสมคำร่ำลือจริง ซึ่งฉันก็เคยได้รู้มาพอสมควร
"ให้ตายเถอะ ไม่อยากจะเชื่อ"
"เราจะไม่เลิกกันใช่มั้ย" พี่คิมเอ่ยถามพลางกุมมือทั้งสองของฉันไว้ แววตาเว้าวอนระคนกลัว ฉันชั่งใจอยู่หน่อยเดียว ก่อนตอบ
"ไม่เลิกหรอกค่ะ ในเมื่อพี่กล้ายอมรับ ก็สบายใจค่ะ" ฉันยิ้มไปด้วยความขวยเขิน เมื่อจมูกโด่งคมสันจุมพิตเข้าที่หลังมือบาง
"ขอบคุณที่เชื่อใจพี่นะ" ลูบศีรษะแผ่วเบา
"เพราะหนูรักพี่คิมยังไงล่ะคะ" ฉันบอกเสียงอ่อนก่อนจะหลับตาลงเมื่อพี่คิมหันต์เชยคางมนขึ้นและจูบเข้าที่ริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวลแล้วผละออกจากกัน
ตายแล้วฉันข้างนอกคนก็เยอะแยะทำไมเขาถึงกล้าทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้ สงสัยต้องอยู่ห่าง ๆ เอาไว้คงจะดีกว่าถึงแม้ว่าฉันจะชอบก็เถอะ
"เย็นแล้ว ขอตัวกลับบ้านก่อนค่ะ" อยู่ต่อไม่ไหวแล้วหัวใจมันสั่นมากเกินไปทำตัวไม่ถูกด้วย เสียเปรียบผู้ชายคนนี้อีกแล้ว
"รอก่อน เดี๋ยวพี่ไปด้วย" ฟอด! จมูกโด่งคมสันกดลงกับแก้มใสฉันหนึ่งครั้ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอก
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เอง"
"อย่าดื้อกับเฮียนะ รู้ไหม..." คล้ายโดนสะกดเพียงแค่เขาบอกเสียงนุ่ม ฉันทำได้ดีที่สุดคือพยักหน้ารับ มือบางฉันประสานอยู่ที่หน้าตักความเรียบร้อยเข้าสิงแก้มร้อนผ่าวจนแทบไหม้
"ไม่ดื้อหรอกค่ะ" ฉันบอกเสียงสั่นกลัวคนตัวโตจะลวนลามเอาอีก ถึงจะรักจะชอบแต่เรื่องแบบนี้มันไม่ค่อยจะถูกต้องสักเท่าไหร่
"รอตรงนี้ เดี๋ยวเฮียมานะครับ"
"อื้อ" ให้ตายสิเรียกเฮียคิมหันต์อย่างนั้นเหรอแปลกฉิบหายเลย ฉันหันซ้ายขวากลัวว่าใครจะมาได้ยินเข้า