Chapter5 :: ว้าวุ่น

1255 Words
สามวันต่อมาที่มหาวิทยาลัย K “อกหักแค่ครั้งเดียวมันไม่แย่เท่ากับการที่เธอวิ่งไล่ตามเขาแล้วถูกเมินนับครั้งไม่ถ้วน” ยิ้มหวานปลอบใจก่อนจะหยิบบัตรงานกีฬาของมหาวิทยาลัย G ออกจากกระเป๋าพลางโบกไปมาใกล้ๆ ดวงตาของฉันอย่างล่อลวง “ลืมพี่ฟรานแล้วไปหวีดผู้ชายกับฉันดีกว่าอลิซ” ยัยนี่คือนักศึกษากบฏโดยแท้ งานกีฬามหาวิทยาลัยของตัวเองไม่เคยเข้าร่วม ทำตัวอืดอาดยืดยาด อ้างโน่นอ้างนี่สารพัด แต่พอเป็นมหาวิทยาลัยของคนอื่นที่มีผู้ชายหล่ออยู่ด้วยก็แสดงท่าทีระริกระรี้ออกหน้าออกตาเกินเบอร์ ครั้นจะด่าเพื่อน ‘บ้าผู้ชาย’ ก็กระทบตัวเองจึงได้แต่กลืนคำด่าลงคอ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ฉันไม่ควรพลาดที่จะไปหลังจากทำตัวเหมือนกบอยู่ในกะลามาตั้งนาน ไม่รู้สี่รู้แปดว่าโลกภายนอกมันมีอะไรอีกมากมายให้เรียนรู้บ้าง และด้วยเหตุนั้นเองฉันจึงตอบตกลง “อืม ไปก็ได้” “จริงอะ?” “จริงสิ ตอนนี้ฉันกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่แบบไร้พันธนาการผูกมัด” “เริดค่ะเริด” อลิซจับมือฉันเขย่าแสดงความตื่นเต้น “เธอตัดสินใจถูกแล้วที่ไปกับฉันอลิซ และฉันขอเอาหัวตัวเองเป็นประกันเลยว่าเธอจะไม่ผิดหวังแน่นอน” “ที่นั่นมันมีอะไรดีนักหนา” “ผู้ชายหล่องานดีไง” “แค่นี้?” “ใช่! แต่ฉันรับประกันเลยว่าถ้าเธอได้เห็นหน้าพวกเขาจะต้องลืมพี่ฟรานเป็นปลิดทิ้งแน่นอน ยิ้มหวานคอนเฟิร์ม!” “ลืมพี่ฟราน?” “ใช่!” ลืมไม่ง่ายแต่ตอนนี้ไม่ได้คิดถึงเหมือนเดิมอีกแล้ว เหตุผลข้อแรกคือ...ยอมรับสถานะตัวเอง เหตุผลข้อสองคือ...ตัวแปรที่เรียกว่า ‘เดเมียน’ ที่เข้ามาก่อกวนจิตใจฉันทุกวันแม้ว่าหลังจากคืนนั้นเราจะไม่ได้เจอและติดต่อกันเลยก็ตาม “เธอไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าอลิซ” หลังมือเรียวแตะลงบนหน้าผากฉันเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกาย “ตัวอุ่นๆ แต่หน้าเธอแดงมากเลยนะ” “อากาศตรงนี้มันร้อนน่ะ” ฉันโกหกคำโตและยิ้มหวานเชื่อสนิทใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ฉันลาเรียนอย่างกะทันหันเพราะป่วย ยิ้มหวานไปเยี่ยมฉันที่บ้านและได้เห็นกับตา ดังนั้นเธอจึงไม่คิดว่าเพื่อนสนิทคนนี้กำลังคิดถึงเรื่องเร่าร้อนกับผู้ชายจนเกิดอาการเคอะเขิน เดเมียนนี่ร้ายจริงๆ ตัวไม่อยู่แต่อิทธิพลของเสน่ห์เหลือล้นไม่จืดจางลง ร่างกายของฉันยังจดจำสัมผัสเร่าร้อนและอันตรายนั้นได้ทุกอย่าง ทว่าพอนึกถึงข้อความที่เขาเขียนให้ฉันดูต่างหน้าสั้นๆ ‘ผมไปก่อนนะ’ ก็พลันทำให้ถอนลมหายใจหนักหน่วงดังพรืดออกมาอย่างยากจะอธิบายความรู้สึก นี่ฉันกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันแน่ ระหว่างฉันและเขามันคือ one night stand เท่านั้น ความสัมพันธ์ของเราหากตัดเรื่องบนเตียงทิ้งมันก็ผิวเผินซะจนไม่สามารถนำมาคาดหวังอะไรได้เลยด้วยซ้ำ พอๆ ใช้ชีวิตให้สนุกสุดเหวี่ยงดีกว่า “ปกติเธอไปงานกีฬาสีแต่งตัวยังไงเหรอ” “อารมณ์เธอดูสวิงนะอลิซ” “ฉันอกหักนี่ เห็นใจกันหน่อยสิ” “จ้าๆ” “ตกลงยังไง” “เน้นแต่งสบายเพราะที่นั่นคนเยอะมากทั้งในทั้งนอก” บอกตามตรงนะ คุณหนูอลิซไม่เคยแต่งตัวสบายเลยสักครั้งเพราะจัดเต็มตลอดทั้งหน้า ผม และเครื่องประดับ เห็นทีงานนี้ฉันคงต้องช้อปปิ้งซะแล้วละนะ ยิ้มหวานเข้าใจฉันโดยไม่ต้องพูด เอื้อมมือมาตบไหล่เบาๆ “ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเย็นนี้เราไปช้อปปิ้งกัน” “อืม ขอบใจนะ” “จ้าๆ” เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกหนึ่งสัปดาห์ วันที่ 14 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 25XX ณ มหาวิทยาลัย G สนามแข่งว่ายน้ำ ฉันเลือกชุดหลายชุดแต่ถูกใจเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนสีซีด รองเท้าผ้าใบ หมวกแก๊ป กระเป๋าสะพายข้าง และสร้อยข้อมือเส้นเล็ก ทว่าเพียงแค่นี้ยิ้มหวานก็บอกว่าสวยจนแทบหยุดมองไม่ได้ “เรามาเชียร์ใครเหรอ” “พี่ไรเซล” “ถามไปงั้นแหละ ฉันไม่รู้จักเขาหรอก” “พลาดมากค่ะ” เรานั่งบนอัฒจันทร์แถวแรกเพื่อความสะดวกต่อการเชียร์ติดขอบสนามของยิ้มหวาน ก่อนที่เธอจะโพสท่านั่งขาไขว่ห้างประหนึ่งนางพญาแล้วเล่าประวัติหนุ่มหล่อให้ฟังคร่าวๆ “หนึ่งในห้าหนุ่มหล่อประจำคณะวิศวะฯ ของมหาวิทยาลัย G ที่สาวน้อยสาวใหญ่กรี๊ดกร๊าดกันจะเป็นจะตาย” “มีห้าคนเลยเหรอ” “ใช่!” พอฉันเริ่มให้ความสนใจยิ้มหวานก็กระตือรือร้นซะยิ่งกว่าตอนติวหนังสือด้วยกันซะอีก “พี่ไรเซล พี่คุนส์ พี่ลอยด์ พี่น็อกซ์ และพี่เดเมียน” กึก! โลกของฉันหยุดชะงักฉับพลัน “เด...เดอะไรนะยิ้มหวาน” “เดเมียนไง” “เขาคือ?” “เจ้าของพาราไดซ์โซนฝังตรงข้ามมหาวิทยาลัย G หล่อ รวย เก่ง เขาเป็นคนแรกในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 18 ปี หลังจากได้รับมรดกจากคุณตาเป็นที่ดินทำเลทองพร้อมกับเงินก้อนโต แต่หนุ่มๆ สี่คนที่เหลือก็ไม่น้อยหน้า โดยเดเมียนล่อลวงให้มาทำกิจการร่วมด้วยกันทุกคน แถมยังเป็นนักเทรดหุ้นมือฉมังอีกต่างหาก นี่ฉันกลายเป็นสาวนักเทรดก็เพราะพวกเขาเลยนะ” “เขาคงจะฮอตมากเนอะ” “แน่นอนสิ ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาแซ่บกันมาก อุ้ย!!” ยิ้มหวานอุทานก่อนจะรีบเช็ดปากที่มีน้ำลายไหลออกมา “ให้ตายสิ พอพูดถึงผู้ชายก็เปรี้ยวปากขึ้นมาซะงั้น” หน้าฉันตอนนี้คือเหวอมาก สิบนาทีต่อมาคนเริ่มเต็มอัฒจันทร์ทั้งสองฝั่ง ซึ่งในตอนนั้นเองคนข้างๆ สะกิดแขนฉันรัวพอไม่สนใจก็เขย่าจนหัวสั่นคลอน “อะไรของเธอ” “มานั่นแล้ว พวกเขามากันแล้ว” ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องของสาวน้อยสาวใหญ่บนอัฒจันทร์ดังกระหึ่ม ฉันหันซ้ายหันขวาก่อนจะมองตรงไปยังอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม แล้วรีบก้มหน้าก้มลงฉับพลันกลัวว่าจะถูกพบเห็น ...เดเมียน ใช่เขาจริงๆ ไม่ผิดตัวแน่ ความหล่อเจิดจ้าจนตาคนมองพร่าเบลอนี้มีแต่เดเมียนเท่านั้นแหละ “อลิซ เธอเห็นหรือยัง” “เห็นแล้ว” “เป็นไงบ้าง” “หล่อดี” “แค่นั้นเหรอยะ ชิ!” ไม่ใช่แค่นั้นหรอก แต่ฉันไม่คิดว่าเธอจะรับได้หากฉันสาธยายอะไรที่มันมากกว่านี้ให้ฟัง “อุ้ย! นั่นมัน....” ยิ้มหวานชะงักไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเมินเฉย ซึ่งนั่นทำให้ฉันสงสัยแล้วมองไปยังทิศทางที่เธอมอง พี่ฟรานกับแฟนและเพื่อนของเขาอยู่ที่นี่ด้วย “อย่ามองอลิซ เสียบรรยากาศเปล่าๆ” “ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว” “มานี่ๆ มาดูหนุ่มหล่อล้างตาดีกว่า” ฉันมองแก๊งหนุ่มหล่อครู่เดียวและเมื่อรู้สึกถึงการถูกมองกลับจึงรีบเบนสายตามองไปยังสระว่ายน้ำ พิธีกรกำลังประกาศเกมการแข่งขันและสัมภาษณ์นักกีฬาทีละคน หากทว่ายิ่งพยายามไม่สนใจเดเมียนมากเท่าไรกลับยิ่งรับรู้ถึงตัวตนการมีอยู่ของเขามากขึ้นเท่านั้น เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มดูเหยื่ออย่างเงียบเฉียบและรอโอกาสตะครุบอย่างเหมาะสม ‘อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิอลิซ’ ปลอบตัวเองให้สงบสติอารมณ์ข้างในใจ อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ช่วยทำให้ฉันสงบลงจากความว้าวุ่นนี้ได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าวายร้าย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD