สามวันต่อมาที่มหาวิทยาลัย K
“อกหักแค่ครั้งเดียวมันไม่แย่เท่ากับการที่เธอวิ่งไล่ตามเขาแล้วถูกเมินนับครั้งไม่ถ้วน” ยิ้มหวานปลอบใจก่อนจะหยิบบัตรงานกีฬาของมหาวิทยาลัย G ออกจากกระเป๋าพลางโบกไปมาใกล้ๆ ดวงตาของฉันอย่างล่อลวง “ลืมพี่ฟรานแล้วไปหวีดผู้ชายกับฉันดีกว่าอลิซ”
ยัยนี่คือนักศึกษากบฏโดยแท้
งานกีฬามหาวิทยาลัยของตัวเองไม่เคยเข้าร่วม ทำตัวอืดอาดยืดยาด อ้างโน่นอ้างนี่สารพัด แต่พอเป็นมหาวิทยาลัยของคนอื่นที่มีผู้ชายหล่ออยู่ด้วยก็แสดงท่าทีระริกระรี้ออกหน้าออกตาเกินเบอร์
ครั้นจะด่าเพื่อน ‘บ้าผู้ชาย’ ก็กระทบตัวเองจึงได้แต่กลืนคำด่าลงคอ
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ฉันไม่ควรพลาดที่จะไปหลังจากทำตัวเหมือนกบอยู่ในกะลามาตั้งนาน ไม่รู้สี่รู้แปดว่าโลกภายนอกมันมีอะไรอีกมากมายให้เรียนรู้บ้าง
และด้วยเหตุนั้นเองฉันจึงตอบตกลง “อืม ไปก็ได้”
“จริงอะ?”
“จริงสิ ตอนนี้ฉันกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่แบบไร้พันธนาการผูกมัด”
“เริดค่ะเริด” อลิซจับมือฉันเขย่าแสดงความตื่นเต้น “เธอตัดสินใจถูกแล้วที่ไปกับฉันอลิซ และฉันขอเอาหัวตัวเองเป็นประกันเลยว่าเธอจะไม่ผิดหวังแน่นอน”
“ที่นั่นมันมีอะไรดีนักหนา”
“ผู้ชายหล่องานดีไง”
“แค่นี้?”
“ใช่! แต่ฉันรับประกันเลยว่าถ้าเธอได้เห็นหน้าพวกเขาจะต้องลืมพี่ฟรานเป็นปลิดทิ้งแน่นอน ยิ้มหวานคอนเฟิร์ม!”
“ลืมพี่ฟราน?”
“ใช่!”
ลืมไม่ง่ายแต่ตอนนี้ไม่ได้คิดถึงเหมือนเดิมอีกแล้ว
เหตุผลข้อแรกคือ...ยอมรับสถานะตัวเอง
เหตุผลข้อสองคือ...ตัวแปรที่เรียกว่า ‘เดเมียน’ ที่เข้ามาก่อกวนจิตใจฉันทุกวันแม้ว่าหลังจากคืนนั้นเราจะไม่ได้เจอและติดต่อกันเลยก็ตาม
“เธอไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าอลิซ” หลังมือเรียวแตะลงบนหน้าผากฉันเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกาย “ตัวอุ่นๆ แต่หน้าเธอแดงมากเลยนะ”
“อากาศตรงนี้มันร้อนน่ะ”
ฉันโกหกคำโตและยิ้มหวานเชื่อสนิทใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ฉันลาเรียนอย่างกะทันหันเพราะป่วย ยิ้มหวานไปเยี่ยมฉันที่บ้านและได้เห็นกับตา ดังนั้นเธอจึงไม่คิดว่าเพื่อนสนิทคนนี้กำลังคิดถึงเรื่องเร่าร้อนกับผู้ชายจนเกิดอาการเคอะเขิน
เดเมียนนี่ร้ายจริงๆ
ตัวไม่อยู่แต่อิทธิพลของเสน่ห์เหลือล้นไม่จืดจางลง
ร่างกายของฉันยังจดจำสัมผัสเร่าร้อนและอันตรายนั้นได้ทุกอย่าง ทว่าพอนึกถึงข้อความที่เขาเขียนให้ฉันดูต่างหน้าสั้นๆ ‘ผมไปก่อนนะ’ ก็พลันทำให้ถอนลมหายใจหนักหน่วงดังพรืดออกมาอย่างยากจะอธิบายความรู้สึก
นี่ฉันกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันแน่
ระหว่างฉันและเขามันคือ one night stand เท่านั้น ความสัมพันธ์ของเราหากตัดเรื่องบนเตียงทิ้งมันก็ผิวเผินซะจนไม่สามารถนำมาคาดหวังอะไรได้เลยด้วยซ้ำ
พอๆ ใช้ชีวิตให้สนุกสุดเหวี่ยงดีกว่า
“ปกติเธอไปงานกีฬาสีแต่งตัวยังไงเหรอ”
“อารมณ์เธอดูสวิงนะอลิซ”
“ฉันอกหักนี่ เห็นใจกันหน่อยสิ”
“จ้าๆ”
“ตกลงยังไง”
“เน้นแต่งสบายเพราะที่นั่นคนเยอะมากทั้งในทั้งนอก”
บอกตามตรงนะ คุณหนูอลิซไม่เคยแต่งตัวสบายเลยสักครั้งเพราะจัดเต็มตลอดทั้งหน้า ผม และเครื่องประดับ
เห็นทีงานนี้ฉันคงต้องช้อปปิ้งซะแล้วละนะ
ยิ้มหวานเข้าใจฉันโดยไม่ต้องพูด เอื้อมมือมาตบไหล่เบาๆ “ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเย็นนี้เราไปช้อปปิ้งกัน”
“อืม ขอบใจนะ”
“จ้าๆ”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกหนึ่งสัปดาห์
วันที่ 14 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 25XX ณ มหาวิทยาลัย G สนามแข่งว่ายน้ำ
ฉันเลือกชุดหลายชุดแต่ถูกใจเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนสีซีด รองเท้าผ้าใบ หมวกแก๊ป กระเป๋าสะพายข้าง และสร้อยข้อมือเส้นเล็ก ทว่าเพียงแค่นี้ยิ้มหวานก็บอกว่าสวยจนแทบหยุดมองไม่ได้
“เรามาเชียร์ใครเหรอ”
“พี่ไรเซล”
“ถามไปงั้นแหละ ฉันไม่รู้จักเขาหรอก”
“พลาดมากค่ะ” เรานั่งบนอัฒจันทร์แถวแรกเพื่อความสะดวกต่อการเชียร์ติดขอบสนามของยิ้มหวาน ก่อนที่เธอจะโพสท่านั่งขาไขว่ห้างประหนึ่งนางพญาแล้วเล่าประวัติหนุ่มหล่อให้ฟังคร่าวๆ “หนึ่งในห้าหนุ่มหล่อประจำคณะวิศวะฯ ของมหาวิทยาลัย G ที่สาวน้อยสาวใหญ่กรี๊ดกร๊าดกันจะเป็นจะตาย”
“มีห้าคนเลยเหรอ”
“ใช่!” พอฉันเริ่มให้ความสนใจยิ้มหวานก็กระตือรือร้นซะยิ่งกว่าตอนติวหนังสือด้วยกันซะอีก “พี่ไรเซล พี่คุนส์ พี่ลอยด์ พี่น็อกซ์ และพี่เดเมียน”
กึก!
โลกของฉันหยุดชะงักฉับพลัน
“เด...เดอะไรนะยิ้มหวาน”
“เดเมียนไง”
“เขาคือ?”
“เจ้าของพาราไดซ์โซนฝังตรงข้ามมหาวิทยาลัย G หล่อ รวย เก่ง เขาเป็นคนแรกในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 18 ปี หลังจากได้รับมรดกจากคุณตาเป็นที่ดินทำเลทองพร้อมกับเงินก้อนโต แต่หนุ่มๆ สี่คนที่เหลือก็ไม่น้อยหน้า โดยเดเมียนล่อลวงให้มาทำกิจการร่วมด้วยกันทุกคน แถมยังเป็นนักเทรดหุ้นมือฉมังอีกต่างหาก นี่ฉันกลายเป็นสาวนักเทรดก็เพราะพวกเขาเลยนะ”
“เขาคงจะฮอตมากเนอะ”
“แน่นอนสิ ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาแซ่บกันมาก อุ้ย!!” ยิ้มหวานอุทานก่อนจะรีบเช็ดปากที่มีน้ำลายไหลออกมา “ให้ตายสิ พอพูดถึงผู้ชายก็เปรี้ยวปากขึ้นมาซะงั้น”
หน้าฉันตอนนี้คือเหวอมาก
สิบนาทีต่อมาคนเริ่มเต็มอัฒจันทร์ทั้งสองฝั่ง ซึ่งในตอนนั้นเองคนข้างๆ สะกิดแขนฉันรัวพอไม่สนใจก็เขย่าจนหัวสั่นคลอน
“อะไรของเธอ”
“มานั่นแล้ว พวกเขามากันแล้ว”
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องของสาวน้อยสาวใหญ่บนอัฒจันทร์ดังกระหึ่ม ฉันหันซ้ายหันขวาก่อนจะมองตรงไปยังอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม แล้วรีบก้มหน้าก้มลงฉับพลันกลัวว่าจะถูกพบเห็น
...เดเมียน
ใช่เขาจริงๆ ไม่ผิดตัวแน่
ความหล่อเจิดจ้าจนตาคนมองพร่าเบลอนี้มีแต่เดเมียนเท่านั้นแหละ
“อลิซ เธอเห็นหรือยัง”
“เห็นแล้ว”
“เป็นไงบ้าง”
“หล่อดี”
“แค่นั้นเหรอยะ ชิ!”
ไม่ใช่แค่นั้นหรอก แต่ฉันไม่คิดว่าเธอจะรับได้หากฉันสาธยายอะไรที่มันมากกว่านี้ให้ฟัง
“อุ้ย! นั่นมัน....” ยิ้มหวานชะงักไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเมินเฉย ซึ่งนั่นทำให้ฉันสงสัยแล้วมองไปยังทิศทางที่เธอมอง
พี่ฟรานกับแฟนและเพื่อนของเขาอยู่ที่นี่ด้วย
“อย่ามองอลิซ เสียบรรยากาศเปล่าๆ”
“ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว”
“มานี่ๆ มาดูหนุ่มหล่อล้างตาดีกว่า”
ฉันมองแก๊งหนุ่มหล่อครู่เดียวและเมื่อรู้สึกถึงการถูกมองกลับจึงรีบเบนสายตามองไปยังสระว่ายน้ำ พิธีกรกำลังประกาศเกมการแข่งขันและสัมภาษณ์นักกีฬาทีละคน หากทว่ายิ่งพยายามไม่สนใจเดเมียนมากเท่าไรกลับยิ่งรับรู้ถึงตัวตนการมีอยู่ของเขามากขึ้นเท่านั้น เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มดูเหยื่ออย่างเงียบเฉียบและรอโอกาสตะครุบอย่างเหมาะสม
‘อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิอลิซ’ ปลอบตัวเองให้สงบสติอารมณ์ข้างในใจ อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ช่วยทำให้ฉันสงบลงจากความว้าวุ่นนี้ได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าวายร้าย