“มึงช่วยเลิกยิ้มแบบนี้สักทีเถอะเดเมียน แม่งกูขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย” คุนส์เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองที่ดูโดดเด่นเอ่ยขึ้น “ไหน? ไอ้สวะตัวไหนที่มึงเล็งจะกระทืบมัน บอกมาซิ”
เดเมียนส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มที่อาบยาพิษอันชวนพรั่นพรึง ทอดสายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย นอกจากเดเมียนแล้วก็ไม่มีใครล่วงรู้ความนึกคิดในหัวของเขาได้
คุนส์ขมวดคิ้วทำหน้ายุ่งอยากแล้วแอบสะกิดไหล่เพื่อนสองคนที่นั่งอัฒจันทร์แถวล่างถัดจากเขา ทว่าสองหนุ่มกลับไม่แยแส ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในโทรศัพท์อย่างตั้งอกตั้งใจระหว่างรอการแข่งขันเริ่ม
‘ไร้ประโยชน์ชะมัด’
“เฮ้! พวกมึงสองตัว”
“อืม” น็อกซ์ หนุ่มหล่อผู้มีจุดเด่นคือใบหูที่ถูกเจาะหูสไตล์เท่ๆ และรอยสักปีกเหยี่ยวบนท้ายทอยขานรับห้วนๆ
“เงยหน้าขึ้นมาดูอาการเพื่อนมึงกันหน่อยซิ” คุนส์ยังเร้าหรือไม่เลิก
และ...
“ช่างหัวมันเถอะ โตแล้วนี่” น็อกซ์ยังคงไม่แยแส
จนกระทั่งเดเมียนเริ่มเคลื่อนไหว
ลอยด์ หนุ่มหล่อมาดเซอร์ไว้ผมยามประบ่าอย่างมีรสนิยมละสายตาจากเกมในโทรศัพท์แทบจะทันที ประสาทสัมผัสเขาดีเยี่ยม เงยหน้าขึ้นมองเดเมียนอย่างให้ความสนใจยิ่ง เช่นเดียวกับน็อกซ์
“มึงจะไปไหน” สามหนุ่มพูดประโยคเดียวกันเหมือนนัดแนะกันไว้ล่วงหน้า
ดวงตาสีดำสนิทอันไร้แสงสว่างที่เหมือนจะกลืนกินทุกสิ่งอย่างรอบกายมองตรงไปที่ที่ฟรานและพรรคพวกนั่งอยู่ เดเมียนเหยียดยิ้มเย้ยหยัน จากนั้นจึงหันมาตอบคำถาม
“กูมีธุระที่ต้องทำนิดหน่อย เดี๋ยวมา”
“อย่าบอกนะว่ามึงจะไปกระทืบใครคนเดียว ให้พวกกูไปด้วยไหม” คุนส์เฝ้าสังเกตเดเมียนมาสักระยะจึงพอจะเดาออก
ทว่าความจริงมันจะใช่แบบที่คุนส์เดาแน่เหรอ
น็อกซ์และลอยด์แสดงสีหน้างุนงง ครั้นพอส่งสายตาขอคำอธิบายเพิ่มเติมจากคุนส์เจ้าตัวก็ไม่มีอารมณ์แล้ว
‘กูจะไม่บอกอะไรพวกมึงทั้งนั้นแหละ!’ นั่นคือแววตาที่พวกเขาอ่านได้จากคุนส์โดยไร้เสียงพูด
“ไว้รอดูตอนกูกลับมา ขอตัวก่อน”
สุดท้ายแม้แต่คุนส์ที่คิดว่าตัวเองรู้ดีก็ยังไม่รู้ว่าเดเมียนจะไปทำอะไรที่ไหน
อีกสองคนไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง
เพียงไม่กี่อึดใจอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามเกิดเสียงฮือฮาขึ้นเมื่อเดเมียนมาปรากฏตัวที่นี่ หากทว่าทั้งที่เขาได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างล้นหลามกลับไม่แม้แต่จะเหลือบแลสายตามองผู้ใดนอกจาก ‘เป้าหมาย’ ที่ทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายเดินไปหาเธอ
หมอนั่นกำลังมองอยู่หรือเปล่านะ
ไม่เป็นไร ถ้าหากมันไม่สนใจการมีอยู่ของอลิซเดี๋ยวเขาจะทำให้มันมองเห็นเธอเอง แต่ไม่ใช่ในฐานะ ‘ผู้หญิงขี้ตื๊อ’ เหมือนเดิมหรอกนะ
ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องให้กับแผนเจ้าเล่ห์แสนเจ้าเล่ห์ก่อนจะหยุดชะงักตรงหน้าหญิงสาว เดเมียนทั้งหล่อทั้งฮอตในหมู่สาวๆ หรือแม้แต่ในหมู่ผู้ชายก็ยังเป็นที่น่าจับตามองเพราะความสามารถโดดเด่น และด้วยเหตุนั้นเอง สายตาทุกคู่จึงพุ่งตรงมายังเขาและหญิงสาวที่พยายามทำตัวธรรมดาให้กลมกลืนกับผู้คน
“มาที่นี่ทั้งทีทำไมหนูไม่โทรบอกพี่ก่อนล่ะครับ”
“...” อลิซกำลังสับสนและว้าวุ่นใจ ทำไมจู่ๆ เดเมียนถึงเดินมาหาเธอและพูดจาราวกับสนิทสนมกันนักล่ะ
“อลิซ” เมื่อหญิงสาวสวมหมวกแก๊ปยังเอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบเขาจึงหันไปยังเพื่อนสนิทของเธอที่เบิกตาโตมองเขาจนลูกตาแทบหลุดออกจากเบ้า “ยิ้มหวานสินะ อลิซไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
“ร...รู้ รู้จักชื่อหนูด้วยเหรอคะ โอ้พระเจ้า!”
“แน่นอนสิ พี่ต้องรู้จักชื่อเพื่อนสนิทของแฟนตัวเองอยู่แล้วล่ะ”
เดเมียนค่อนข้างพูดเสียงดังจึงทำให้ใครหลายคนได้ยิน เสียงหวีดว้ายของสาวๆ เริ่มเงียบลง บ้างก็รอดูสถานการณ์ บ้างก็กระซิบกระซาบพูดคุยกัน ยกเว้นยิ้มหวาน ส่งเสียงกรีดร้องดีใจแทนเพื่อนสนิทพลางเขย่าตัวอลิซจนหมวกแก๊ปบนศีรษะหล่น
อลิซยังคงอึ้งกับการมาของเดเมียนที่มาพร้อมกับตำแหน่งแฟนไม่ทันตั้งตัว
มันเกิดอะไรขึ้น?
ไม่ใช่ว่าเขาและเธอจบกันตั้งแต่วันนั้นแล้วเหรอ เขาควรทิ้งเธอสิ เล่นหายไปตั้งหลายวันไม่ยอมมาพบเจอ ทำไมวันนี้ถึงได้....
“เอาล่ะ การแข่งขันจะเริ่มแล้ว พี่ขอแฟนพี่ไปเคลียร์เรื่องของเราหน่อยได้ไหม พอดีพี่กับอลิซเราทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะ”
“เอาไปเลยค่ะ!! อยากได้ก็เอาไปเลย!!”
“ยิ้มหวาน” อลิซมองด้วยแววตาเหลือเชื่อ นี่เราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ ทำไมถึงได้ทอดทิ้งกันในเวลาคับขันแบบนี้ล่ะ
อำมหิตเกินไปแล้วยิ้มหวาน ฮึ่ม!!
เดเมียนยิ้มโปรยเสน่ห์และหยิบหมวกอลิซขึ้นมาสวม จากนั้นดึงแขนเรียวให้เธอลุกขึ้นแล้วเดินโอบเอวไปด้วยกัน ยิ้มหวานโบกไม้โบกมือลาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจยิ่ง
“ฮิๆ อลิซเยี่ยมยอดกว่าที่คิดนะเนี่ย”
ในเวลาเดียวกันทางฝั่งของฟราน
เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเดเมียนทำให้ผู้คนสนใจมากเป็นพิเศษ แน่นอนว่ารวมถึงฟรานด้วย หลังจากได้เห็นเป้าหมายที่เดเมียนเดินเข้าไปหามันก็ยากที่จะละสายตา
“สองคนนั้นรู้จักและสนิทสนมกันได้ยังไงวะ”
คำถามของแทคเป็นคำถามเดียวกับฟรานที่กำลังตั้งคำถามกับตัวเองในใจ
นับตั้งแต่คืนนั้น...
อลิซเลิกตามตื๊อเขา ฟรานไม่คิดว่าจะสลัดอลิซง่ายดายขนาดนี้เนื่องจากเธอตามตื๊อเขามานานมาก อีกทั้งยังเข้าใจผิดมหันต์ อลิซเงียบหายไม่ใช่เพราะมีแผนการร้ายเล่นตุกติกลับหลังแต่เธอมีผู้ชายคนใหม่ต่างหากละ
มันดีแล้ว
ใช่! มันดีแล้วแต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ค่อยชอบใจเท่าไร
“แทคถามอะไรแปลกๆ อลิซอยู่นอกสายตาฟรานตลอด ไม่มีทางที่ฟรานจะรู้เรื่องความเป็นไปเป็นมาของอลิซหรอกนะ” มิลานแฟนคนแรกของฟรานเอ่ยขึ้นบ้าง
“อ่าจริงด้วย”
“มึงนี่มันทึ่มจริงๆ ไอ้แทค ต้องให้แฟนกูสอน”
“โทษทีๆ”
“แต่เลือกผู้ชายแบบนั้นหลังจากอกหักจากไอ้ฟรานนี่มันไม่สมองทึ่มไปหน่อยเหรอวะ” เคลย์ทำหน้าเสียดายแกมสงสาร “เดเมียนร้ายจะตาย เหมือนหนีเสือปะจระเข้ อลิซแม่งดวงซวยสุดๆ”
“เจ้าตัวเลือกเอง มึงก็เห็นมาตลอดนี่ว่าเวลาอลิซยึดติดกับอะไรสักอย่างไม่มีใครห้ามได้ และกูไม่อยากยุ่งกับเด็กคนนั้นอีก อุตส่าห์รอดพ้นมาได้”
ฟรานดูแคลนความยึดติดโดยหารู้ไม่ว่าอลิซได้ปล่อยมือจากฟรานนับตั้งแต่คืนที่ถูกทำร้ายจิตใจและตกเป็นของวายร้ายแล้ว
คลิก!
ลูกบิดประตูห้องพักนักกีฬาที่ไม่มีคนใช้กดล็อกแน่นหนา เดเมียนคลำหาสวิตช์ไฟแถวนั้นและเปิด ก่อนจับมือฉันจูงให้เดินตามหลังไปนั่งบนโซฟาด้วยกัน
บ้าบอจริงเชียว ฉันทำตัวเชื่องเหมือนลูกหมาไม่มีผิด ไม่ต่างจากวันที่ถูกเขาล่อลวงเลย คิดได้ดังนั้นเลยแสดงสีหน้าบึ้งตึง กอดอกปกกันตัวเองและจ้องมองคนข้างกายตาเขม็ง
“พยศ?”
“ฉันมีสิทธิ์พยศหรือไม่พอใจยังไงก็ได้เพราะมันคือสิทธิ์ของฉัน”
“สิทธิ์ของหนูก็เหมือนสิทธิ์ของพี่”
“คะ?”
“ทำไมถึงไม่โทรหาล่ะ อุตส่าห์เมมเบอร์เอาไว้ให้แล้วแท้ๆ”
พูดบ้าอะไรอยู่น่ะ
ใบหน้าฉันตอนนี้เต็มไปด้วยความฉงนฉงายอย่างต้องการคำอธิบาย เดเมียนยิ้มน้อยๆ พลางยกมือขึ้นและแบออก
“เอาโทรศัพท์มานี่สิ”
“...” อึกอัก ทำตัวไม่ถูก
“เร็วๆ อย่าให้พี่ต้องคอยนาน” ยื่นหน้าเข้ามากระซิบใกล้ๆ “พี่ดุหนูก็รู้นี่”
เชอะ!! ขู่แค่นั้นคิดว่าฉันจะกลัวงั้นเหรอ?
คำตอบคือ...ใช่ค่ะ! ฉันกลัวและลนลานหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าส่งให้เดเมียน
“เริ่มน่ารักขึ้นแล้วนะเนี่ย”
เขาลูบหัวฉันคล้ายกำลังให้ความเอ็นดูแต่รอยยิ้มบนริมฝีปากเหมือนจะฉกวิญญาณฉันออกจากร่าง เดเมียนจับนิ้วโป้งข้างขวามายังจุดสแกนลายนิ้วมือก่อนหน้าจอจะถูกปลดล็อกและพร้อมสำหรับเข้าใช้งาน
“ทำได้ยังไง”
“ไม่ใช่เรื่องยากเลยนี่” พูดหน้าตาเฉยขณะเลื่อนหารายชื่อตัวเองบนสมุดบันทึกผู้โทร ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแล้วเอามาจ่อใกล้ๆ ดวงตาฉัน “นี่ไง ‘ผัว’ เห็นชัดเจนไหมอลิซ”
“แต่คุณก็ทิ้งฉันและเงียบหายไม่ติดต่อมาเหมือนกัน”
“โอเค เราผิดด้วยกันทั้งคู่”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ทำไมจะไม่เป็นไร”
“คุณไม่ต้องรับผิดชอบฉันก็ได้” เขาคือวายร้ายที่ควรอยู่ให้ห่าง ไหนจะเสน่ห์สุดฮอตที่สาวๆ คลั่งไคล้นั่นอีก ฉันไม่ต้องการหาความสนุกจากความสัมพันธ์รักสนุกแต่ไม่ผูกพันหรอกนะ “ฉันคิดว่าเราสองคนน่าจะต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิมดีกว่า”