Chapter6 :: แฟนใหม่

1588 Words
“มึงช่วยเลิกยิ้มแบบนี้สักทีเถอะเดเมียน แม่งกูขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย” คุนส์เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองที่ดูโดดเด่นเอ่ยขึ้น “ไหน? ไอ้สวะตัวไหนที่มึงเล็งจะกระทืบมัน บอกมาซิ” เดเมียนส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มที่อาบยาพิษอันชวนพรั่นพรึง ทอดสายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย นอกจากเดเมียนแล้วก็ไม่มีใครล่วงรู้ความนึกคิดในหัวของเขาได้ คุนส์ขมวดคิ้วทำหน้ายุ่งอยากแล้วแอบสะกิดไหล่เพื่อนสองคนที่นั่งอัฒจันทร์แถวล่างถัดจากเขา ทว่าสองหนุ่มกลับไม่แยแส ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในโทรศัพท์อย่างตั้งอกตั้งใจระหว่างรอการแข่งขันเริ่ม ‘ไร้ประโยชน์ชะมัด’ “เฮ้! พวกมึงสองตัว” “อืม” น็อกซ์ หนุ่มหล่อผู้มีจุดเด่นคือใบหูที่ถูกเจาะหูสไตล์เท่ๆ และรอยสักปีกเหยี่ยวบนท้ายทอยขานรับห้วนๆ “เงยหน้าขึ้นมาดูอาการเพื่อนมึงกันหน่อยซิ” คุนส์ยังเร้าหรือไม่เลิก และ... “ช่างหัวมันเถอะ โตแล้วนี่” น็อกซ์ยังคงไม่แยแส จนกระทั่งเดเมียนเริ่มเคลื่อนไหว ลอยด์ หนุ่มหล่อมาดเซอร์ไว้ผมยามประบ่าอย่างมีรสนิยมละสายตาจากเกมในโทรศัพท์แทบจะทันที ประสาทสัมผัสเขาดีเยี่ยม เงยหน้าขึ้นมองเดเมียนอย่างให้ความสนใจยิ่ง เช่นเดียวกับน็อกซ์ “มึงจะไปไหน” สามหนุ่มพูดประโยคเดียวกันเหมือนนัดแนะกันไว้ล่วงหน้า ดวงตาสีดำสนิทอันไร้แสงสว่างที่เหมือนจะกลืนกินทุกสิ่งอย่างรอบกายมองตรงไปที่ที่ฟรานและพรรคพวกนั่งอยู่ เดเมียนเหยียดยิ้มเย้ยหยัน จากนั้นจึงหันมาตอบคำถาม “กูมีธุระที่ต้องทำนิดหน่อย เดี๋ยวมา” “อย่าบอกนะว่ามึงจะไปกระทืบใครคนเดียว ให้พวกกูไปด้วยไหม” คุนส์เฝ้าสังเกตเดเมียนมาสักระยะจึงพอจะเดาออก ทว่าความจริงมันจะใช่แบบที่คุนส์เดาแน่เหรอ น็อกซ์และลอยด์แสดงสีหน้างุนงง ครั้นพอส่งสายตาขอคำอธิบายเพิ่มเติมจากคุนส์เจ้าตัวก็ไม่มีอารมณ์แล้ว ‘กูจะไม่บอกอะไรพวกมึงทั้งนั้นแหละ!’ นั่นคือแววตาที่พวกเขาอ่านได้จากคุนส์โดยไร้เสียงพูด “ไว้รอดูตอนกูกลับมา ขอตัวก่อน” สุดท้ายแม้แต่คุนส์ที่คิดว่าตัวเองรู้ดีก็ยังไม่รู้ว่าเดเมียนจะไปทำอะไรที่ไหน อีกสองคนไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง เพียงไม่กี่อึดใจอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามเกิดเสียงฮือฮาขึ้นเมื่อเดเมียนมาปรากฏตัวที่นี่ หากทว่าทั้งที่เขาได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างล้นหลามกลับไม่แม้แต่จะเหลือบแลสายตามองผู้ใดนอกจาก ‘เป้าหมาย’ ที่ทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายเดินไปหาเธอ หมอนั่นกำลังมองอยู่หรือเปล่านะ ไม่เป็นไร ถ้าหากมันไม่สนใจการมีอยู่ของอลิซเดี๋ยวเขาจะทำให้มันมองเห็นเธอเอง แต่ไม่ใช่ในฐานะ ‘ผู้หญิงขี้ตื๊อ’ เหมือนเดิมหรอกนะ ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องให้กับแผนเจ้าเล่ห์แสนเจ้าเล่ห์ก่อนจะหยุดชะงักตรงหน้าหญิงสาว เดเมียนทั้งหล่อทั้งฮอตในหมู่สาวๆ หรือแม้แต่ในหมู่ผู้ชายก็ยังเป็นที่น่าจับตามองเพราะความสามารถโดดเด่น และด้วยเหตุนั้นเอง สายตาทุกคู่จึงพุ่งตรงมายังเขาและหญิงสาวที่พยายามทำตัวธรรมดาให้กลมกลืนกับผู้คน “มาที่นี่ทั้งทีทำไมหนูไม่โทรบอกพี่ก่อนล่ะครับ” “...” อลิซกำลังสับสนและว้าวุ่นใจ ทำไมจู่ๆ เดเมียนถึงเดินมาหาเธอและพูดจาราวกับสนิทสนมกันนักล่ะ “อลิซ” เมื่อหญิงสาวสวมหมวกแก๊ปยังเอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบเขาจึงหันไปยังเพื่อนสนิทของเธอที่เบิกตาโตมองเขาจนลูกตาแทบหลุดออกจากเบ้า “ยิ้มหวานสินะ อลิซไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” “ร...รู้ รู้จักชื่อหนูด้วยเหรอคะ โอ้พระเจ้า!” “แน่นอนสิ พี่ต้องรู้จักชื่อเพื่อนสนิทของแฟนตัวเองอยู่แล้วล่ะ” เดเมียนค่อนข้างพูดเสียงดังจึงทำให้ใครหลายคนได้ยิน เสียงหวีดว้ายของสาวๆ เริ่มเงียบลง บ้างก็รอดูสถานการณ์ บ้างก็กระซิบกระซาบพูดคุยกัน ยกเว้นยิ้มหวาน ส่งเสียงกรีดร้องดีใจแทนเพื่อนสนิทพลางเขย่าตัวอลิซจนหมวกแก๊ปบนศีรษะหล่น อลิซยังคงอึ้งกับการมาของเดเมียนที่มาพร้อมกับตำแหน่งแฟนไม่ทันตั้งตัว มันเกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่าเขาและเธอจบกันตั้งแต่วันนั้นแล้วเหรอ เขาควรทิ้งเธอสิ เล่นหายไปตั้งหลายวันไม่ยอมมาพบเจอ ทำไมวันนี้ถึงได้.... “เอาล่ะ การแข่งขันจะเริ่มแล้ว พี่ขอแฟนพี่ไปเคลียร์เรื่องของเราหน่อยได้ไหม พอดีพี่กับอลิซเราทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะ” “เอาไปเลยค่ะ!! อยากได้ก็เอาไปเลย!!” “ยิ้มหวาน” อลิซมองด้วยแววตาเหลือเชื่อ นี่เราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ ทำไมถึงได้ทอดทิ้งกันในเวลาคับขันแบบนี้ล่ะ อำมหิตเกินไปแล้วยิ้มหวาน ฮึ่ม!! เดเมียนยิ้มโปรยเสน่ห์และหยิบหมวกอลิซขึ้นมาสวม จากนั้นดึงแขนเรียวให้เธอลุกขึ้นแล้วเดินโอบเอวไปด้วยกัน ยิ้มหวานโบกไม้โบกมือลาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจยิ่ง “ฮิๆ อลิซเยี่ยมยอดกว่าที่คิดนะเนี่ย” ในเวลาเดียวกันทางฝั่งของฟราน เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเดเมียนทำให้ผู้คนสนใจมากเป็นพิเศษ แน่นอนว่ารวมถึงฟรานด้วย หลังจากได้เห็นเป้าหมายที่เดเมียนเดินเข้าไปหามันก็ยากที่จะละสายตา “สองคนนั้นรู้จักและสนิทสนมกันได้ยังไงวะ” คำถามของแทคเป็นคำถามเดียวกับฟรานที่กำลังตั้งคำถามกับตัวเองในใจ นับตั้งแต่คืนนั้น... อลิซเลิกตามตื๊อเขา ฟรานไม่คิดว่าจะสลัดอลิซง่ายดายขนาดนี้เนื่องจากเธอตามตื๊อเขามานานมาก อีกทั้งยังเข้าใจผิดมหันต์ อลิซเงียบหายไม่ใช่เพราะมีแผนการร้ายเล่นตุกติกลับหลังแต่เธอมีผู้ชายคนใหม่ต่างหากละ มันดีแล้ว ใช่! มันดีแล้วแต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ค่อยชอบใจเท่าไร “แทคถามอะไรแปลกๆ อลิซอยู่นอกสายตาฟรานตลอด ไม่มีทางที่ฟรานจะรู้เรื่องความเป็นไปเป็นมาของอลิซหรอกนะ” มิลานแฟนคนแรกของฟรานเอ่ยขึ้นบ้าง “อ่าจริงด้วย” “มึงนี่มันทึ่มจริงๆ ไอ้แทค ต้องให้แฟนกูสอน” “โทษทีๆ” “แต่เลือกผู้ชายแบบนั้นหลังจากอกหักจากไอ้ฟรานนี่มันไม่สมองทึ่มไปหน่อยเหรอวะ” เคลย์ทำหน้าเสียดายแกมสงสาร “เดเมียนร้ายจะตาย เหมือนหนีเสือปะจระเข้ อลิซแม่งดวงซวยสุดๆ” “เจ้าตัวเลือกเอง มึงก็เห็นมาตลอดนี่ว่าเวลาอลิซยึดติดกับอะไรสักอย่างไม่มีใครห้ามได้ และกูไม่อยากยุ่งกับเด็กคนนั้นอีก อุตส่าห์รอดพ้นมาได้” ฟรานดูแคลนความยึดติดโดยหารู้ไม่ว่าอลิซได้ปล่อยมือจากฟรานนับตั้งแต่คืนที่ถูกทำร้ายจิตใจและตกเป็นของวายร้ายแล้ว คลิก! ลูกบิดประตูห้องพักนักกีฬาที่ไม่มีคนใช้กดล็อกแน่นหนา เดเมียนคลำหาสวิตช์ไฟแถวนั้นและเปิด ก่อนจับมือฉันจูงให้เดินตามหลังไปนั่งบนโซฟาด้วยกัน บ้าบอจริงเชียว ฉันทำตัวเชื่องเหมือนลูกหมาไม่มีผิด ไม่ต่างจากวันที่ถูกเขาล่อลวงเลย คิดได้ดังนั้นเลยแสดงสีหน้าบึ้งตึง กอดอกปกกันตัวเองและจ้องมองคนข้างกายตาเขม็ง “พยศ?” “ฉันมีสิทธิ์พยศหรือไม่พอใจยังไงก็ได้เพราะมันคือสิทธิ์ของฉัน” “สิทธิ์ของหนูก็เหมือนสิทธิ์ของพี่” “คะ?” “ทำไมถึงไม่โทรหาล่ะ อุตส่าห์เมมเบอร์เอาไว้ให้แล้วแท้ๆ” พูดบ้าอะไรอยู่น่ะ ใบหน้าฉันตอนนี้เต็มไปด้วยความฉงนฉงายอย่างต้องการคำอธิบาย เดเมียนยิ้มน้อยๆ พลางยกมือขึ้นและแบออก “เอาโทรศัพท์มานี่สิ” “...” อึกอัก ทำตัวไม่ถูก “เร็วๆ อย่าให้พี่ต้องคอยนาน” ยื่นหน้าเข้ามากระซิบใกล้ๆ “พี่ดุหนูก็รู้นี่” เชอะ!! ขู่แค่นั้นคิดว่าฉันจะกลัวงั้นเหรอ? คำตอบคือ...ใช่ค่ะ! ฉันกลัวและลนลานหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าส่งให้เดเมียน “เริ่มน่ารักขึ้นแล้วนะเนี่ย” เขาลูบหัวฉันคล้ายกำลังให้ความเอ็นดูแต่รอยยิ้มบนริมฝีปากเหมือนจะฉกวิญญาณฉันออกจากร่าง เดเมียนจับนิ้วโป้งข้างขวามายังจุดสแกนลายนิ้วมือก่อนหน้าจอจะถูกปลดล็อกและพร้อมสำหรับเข้าใช้งาน “ทำได้ยังไง” “ไม่ใช่เรื่องยากเลยนี่” พูดหน้าตาเฉยขณะเลื่อนหารายชื่อตัวเองบนสมุดบันทึกผู้โทร ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแล้วเอามาจ่อใกล้ๆ ดวงตาฉัน “นี่ไง ‘ผัว’ เห็นชัดเจนไหมอลิซ” “แต่คุณก็ทิ้งฉันและเงียบหายไม่ติดต่อมาเหมือนกัน” “โอเค เราผิดด้วยกันทั้งคู่” “ไม่เป็นไรค่ะ” “ทำไมจะไม่เป็นไร” “คุณไม่ต้องรับผิดชอบฉันก็ได้” เขาคือวายร้ายที่ควรอยู่ให้ห่าง ไหนจะเสน่ห์สุดฮอตที่สาวๆ คลั่งไคล้นั่นอีก ฉันไม่ต้องการหาความสนุกจากความสัมพันธ์รักสนุกแต่ไม่ผูกพันหรอกนะ “ฉันคิดว่าเราสองคนน่าจะต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิมดีกว่า”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD