@บ้านฉัน
บรรยากาศมาคุแปลกๆ จนรู้สึกถึงความอึดอัด ฉันหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อสายตาทุกคู่จ้องมาที่เรา การนั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรดของที่บ้าน ที่มีแม่ พ่อ และน้อง จ้องฉันอยู่ ฉันสะกิดสาให้ช่วย
“แกเริ่มก่อนสิ” สากัดฟันพูดกับฉัน
“ใคร” เสียงหนึ่งดังขึ้น นั้นคือเสียงจากน้องฉันเอง ฉันได้รับโทรศัพท์จากที่บ้าน เพราะมีเรื่องด่วน เรื่องด่วนที่ว่า ก็คือเรื่องแต่งงานฉันเอง ตินกำลังทำฉันเดือดร้อน เขาเป็นคนโทรมาหาที่บ้านฉันและบอกพ่อกับแม่ฉันว่า จะแต่งงาน สายด่วนเลยมาตรงที่เรา
“เอ่อ...” ฉันได้แต่อ้ำอึ้งไม่กล้าตอบ นี่มันเหตุการณ์อัตรายชัดๆ
“ทำไมแม่ไม่เคยรู้ว่าลูกมีแฟน” เสียงนิ่งๆ ของแม่ฉันทำเอาฉันเย็นสันหลังวาบ ฉันอาจตายได้หลังจากนี้
“คืออย่างนี้ค่ะคุณป้า แฟนยัยจูน...เป็นคนสาธารณะนะคะ” สาพยายามช่วยฉันพูด ฉันก็รีบพยักหน้ากับทุกคน
“ฮ่าๆ คนสาธารณะ เป็นดาราเหรอพี่” น้องฉันขำขึ้นมาทันที ก็บอกแล้วว่าทุกอย่างมันเกินคาด ไม่มีใครเชื่อฉัน
“ใช่” ฉันตอบกลับเสียงเบา
ทุกคนเลยหันมามองหน้าฉันอีกครั้งอย่างนิ่งๆ และหันไปหาสาเพื่อเอาคำตอบ
“จริงค่ะคุณป้า”
“แล้วทำไมถึงรีบแต่งงาน จูนท้องเหรอลูก”
“แกท้องเหรอ! ไปเรียกมันมา มาคุยกับพ่อ”
ยังไม่ทันได้ตอบคำถามแม่ พ่อฉันก็โพลงปากขึ้นมาด้วยความโมโห จนสาต้องรีบลุกขึ้นมาห้าม
“ใจเย็นๆ ค่ะคุณลุง ยัยจูนไม่ได้ท้องค่ะ”
เรื่องราวในบ้านฉันตอนนี้รู้สึกจะยุ่งเหยิงไปหมด ฉันอยากจะมุดดินหนี หรือ หายตัวจากตรงนี้ เพราะฉันยังต้องโดนสายตาทุกคู่จับจ้องเหมือนเก่า ตอนนี้ฉันก็แค่รอเวลาในการอธิบายทุกอย่างเพิ่มเติม
นานไปแล้วนะ
ติ๊งต่อง....ติ๊งต่อง....
ในที่สุดเสียงสวรรค์ก็ประทานแกฉัน เสียงที่ฉันรอคอยในที่สุดก็ดังสักที ทุกคนพร้อมใจมองไปยังประตูหน้าบ้าน ฉันเลยต้องค่อยๆ ลุกอย่างระมัดระวัง
“เขามาจริงเหรอ ไม่ใช่เขาส่งผู้จัดการมานะ” สาดึงฉันไปกระซิบ
“ไม่แน่ใจ”
“ถ้าฉันเป็นลม แกช่วยห่ามฉันไปส่งโรงพยาบาลที” ฉันค่อยๆ เดินไปหน้าบ้านและเปิดประตูอย่างใจเย็น บ้านฉันเป็นบ้านสองชั้น ที่มีคนระแหวกบ้านอยู่เยอะพอสมควร ฉันไม่รู้ว่าเขาจะโผล่มาในรูปแบบไหน เพราะเขาน่าจะเป็นจุดสนใจของคนอื่นไม่น้อยเหมือนกัน ฉันรีบวิ่งมาหน้าบ้าน ก็เจอรถสีดำจอดอยู่ ฉันมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นคนยืนอยู่แม้แต่คนเดียว ฉันเลยวิ่งมาดูที่รถ ประตูรถยนต์คันหรูเปิดออกอย่างช้าๆ ผู้ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวก็ปรากฏตัว เขาสวมแค่แว่นตากันแดดเท่านั้น
“ไปกัน” ฉันรู้สึกเย็นเฉียบที่มืออย่างบอกไม่ถูก เราสองคนมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน ฉันยังรู้สึกประหม่า เพราะถึงมันจะเป็นเรื่องโกหก แต่มันก็เรื่องใหญ่ในชีวิตฉันเหมือนกัน
“สามีเธอเป็นดารานะ เธอคิดว่าเราจะไม่รอดเลยเหรอ”
แอ๊ดดด....
เขาเป็นคนผลักประตูเข้ามาในบ้าน พ่อแม่และน้องที่รอเจอเขาก็ถึงกับอ้าปากค้าง โดยเฉพาะยัยสาเพื่อนรัก เขาค่อยๆ ถอดแว่นกันแดดออก จนเผยให้เห็นใบหน้าที่หลายคนน่าจะโดนเขาสะกด เขายิ้มอย่างกันเองก่อนจะสวัสดีครอบครัวฉัน
“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ” เขายังคงจับมือฉันแน่น
เขาที่ดาราสมชื่อจริงๆ
“นั่งก่อนพี่” น้องชายตัวแสบอย่างเจ ก็ทำการปัดที่นั่งให้เขานั่งอย่างดี ส่วนพ่อกับแม่ฉันอึ้งไปเป็นที่เรียบร้อย ยัยสาที่ฉันอยู่ข้างฉัน เธอก็ย้ายไปนั่งฝั่งแม่ฉันโดนอัตโนมัติ
“ผมมาขออนุญาตคุณพ่อกับคุณแม่เรื่องขอจูนแต่งงานครับ”
“ผมอาจจะรีบร้อนไปหน่อย แต่ผมก็อายุมากแล้วก็อยากมีครอบครัวครับ” เขาเพิ่งจะ 30 ปีส่วนฉัน 29 ปีเขาแก่กว่าฉันหนึ่งปี
“แม่ไม่รู้เรื่องความรักของลูกทั้งสองคนเลย ยัยจูนก็ปิดแม่เงียบ”
ฉันไม่ได้ปิด แต่เรื่องมันเพิ่งเกิด -_-
“ผมเป็นคนขอร้องจูนเองครับ”
“ยัยจูนพอจะเล่าให้แม่ฟังบ้างแล้ว ว่าที่เรารีบแต่งงานเพราะอะไร ถ้าเราจริงใจกับจูนแม่ก็ไม่ว่าอะไร แต่จูนขอแต่งงานแบบเงียบๆ แม่ไม่ค่อยเห็นด้วย”
“เรื่องแต่งงานเราคุยกันว่า ไม่อยากให้ใครรู้ครับ เพราะผมยังต้องทำงานในวงการอยู่ เมื่อถึงเวลาผมจะบอกเรื่องนี้กับทุกคนเองครับ”
“ก็พี่เขาเป็นดาราอะแม่ ถ้าแฟนคลับพี่เขารู้ มาทำร้ายพี่จูน แย่เลยนะครับ”
ขอบคุณน้องรัก ที่ช่วยฉันอย่างดี
“เรื่องนี่สาเห็นด้วยค่ะคุณป้า ในฐานะแฟนคลับอย่างสา สาก็รับไม่ได้เหมือนกันค่ะ ที่ตินแต่งงาน!” สาพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ฉันเลยกระซิบผู้ชายที่นั่งข้างๆ
“เพื่อนฉันเป็นแฟนคลับคุณค่ะ”
“อ่อ...ดีใจที่ได้เจอนะครับ” เขายื่นมือไปหาสา ยัยสารีบคว้ามือเขาทันที ตอนเสียเป็นแสนไม่ได้จับมือแบบนี้ ตอนนี้ไม่เสียสักบาท
นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดของฉัน เพราะตอนนี้ฉันแต่งงานแบบมีครอบครัวและอยู่กับเขามาได้สี่เดือนเต็ม! เรื่องราวเดินทางไปไวเหมือนกับเรื่องโกหก แต่มันก็คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับฉันเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน ฉันใช้ชีวิตแบบมีสามี แบบไม่มีใครรับรู้ความสัมพันธ์ของเราสองคน คนรอบข้างที่รู้เรื่องนี้ปิดเป็นความลับได้เป็นอย่างดี ยัยสาเพื่อนตัวดีได้ใกล้ชิดกว่าเมื่อก่อน และเธอก็ยังเป็นแฟนคลับของตินเหมือนเดิม ฉันมีงานและได้ย้ายงานมาทำงานใกล้บ้าน โดยคำเชิญชวนของพี่บาสรุ่นพี่คนสนิท และมียัยสาที่ทำงานที่นี่ด้วย ฉันเลยค่อนข้างสบายใจ แต่เพราะการปิดบังความสัมพันธ์ลับๆ ของเราหลายคนก็เลยคิดว่าฉันโสดและพยายามยัดเยียดพี่บาสให้ฉัน ส่วนพี่บาสก็ดูจะชอบฉันเหมือนกัน
“ถ้าอึดอัดก็บอกพี่เขาไปสะว่ามีผัวแล้วค่ะ”
สาเดินมากระซิบกับฉัน ความจริงฉันก็ไม่ได้อึดอัดอะไร บางครั้งมันก็ทำไม่ถูก เวลาต้องบอกคนอื่นว่าโสด
“ตอนบ่ายมีประชุมอีกล่ะ” สาถอนหายใจ ช่วงนี้เราประชุมกันถี่ เพราะบริษัทคู่แข่งเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด
ห้องประชุม
ห้องกว้างขวาง ที่ดูอึมครึมบรรยากาศดูตึงเครียดกว่าทุกที เมื่อภาพที่แสดงหน้าจอ แสดงเส้นกราฟสีแดงสดตั้งแต่ต้นปี ยอดขายของเราลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ผมว่าเราต้องโปรโมทมากกว่านี้ครับ” น้องผู้ชายในแผนกเสนอ เราไม่ได้ละเลยการโปรโมท แต่ฉันรู้สึกว่า มันยังไม่เข้าตลาด
“สาคิดว่าเราโปรโมทกันเต็มที่แล้วค่ะ ดูจากเส้นกราฟเราไม่ได้ละการโปรโมทสินค้าเราเลย แต่สาคิดว่าตัว D CREAM ของเรา มันยังดูไม่ทันสมัย” สาเสนอ
“จูนคิดว่าเรื่องพรีเซนเตอร์ก็สำคัญค่ะ เรื่องนี้น่าจะดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี”
“ผมเห็นด้วยครับ ผมเลยเอาพรีเซนเตอร์มาให้พี่บาสพิจารณาครับ” น้องที่แผนกเอารูปของดาราชายจำนวน 5 คนมาวางเรียงให้พี่บาสดู หนึ่งในนั้นมี...ติน
“ช่วงนี้พวกเครื่องสำอางต่างๆ ก็ใช้ดาราชายเป็นพรีเซนเตอร์ทั้งนั้นค่ะ สาก็เลยให้น้องหาดาราที่นิยมตอนนี้มาให้พี่บาสเลือกค่ะ” ยัยสายังคงอธิบาย สาทำงานที่นี่มาก่อนฉันและเธอก็เป็นหัวหน้าแผนกเรา
“อืม...พี่เห็นด้วย จูนว่าเราเลือกใครดี” พี่บาสหันมาถามฉัน สายตาทุกคนเลยมองมาที่เราสองคนอย่างกรุ่มกริ่ม
“ยังไงครับ สองคนนี้...” น้องในแผนกเริ่มแซวเรา
“ไม่ถามพวกเรา แต่ถามพี่จูนนะค่า” ทุกคนเริ่มแซวไม่หยุด
“เรามันพวกไร้ตัวตนอ่ะนะ” สาก็เล่นด้วยเหมือนกัน ฉันเลยทำหน้าดุใส่
“ใช่ไหม พี่สา”
“พอเลย ไอ้หนุ่ย ประชุมต่อ” พี่บาสเป็นประธานที่เหมือนเพื่อนสุดแล้ว เราไม่ได้เรียกพี่บาสว่าประธานบริษัท แต่เราเรียกพี่บาสแบบกันเอง พวกเราเลยทำงานที่นี้อย่างสบายใจ
“คร้าบ คร้าบ”
“จูนคิดว่าตัดไทป์ออกไปค่ะ เพราะไทป์เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทคู่แข่งเราแล้ว เขาไม่น่าจะรับพรีเซนเตอร์ซ้อนกันนะคะ”
ไทป์เป็นดาราหน้าใหม่ที่กำลังโด่งดังในตอนนี้ เขาเข้าวงการมาได้ไม่นาน ก็ได้รับความนิยมจากสาวๆ นับไม่ถ้วน ด้วยหน้าตาที่แปลกตา เขาเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น เขาเติบโตในญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก และกลับมาไทยเพราะต้องการทำตามความฝันของตัวเองนั้นก็คือการเป็นนักแสดง แต่พวกเราก็ถูกตัดหน้าด้วยบริษัทคู่แข่งอย่าง S CREAM บริษัทของ...แฟนเก่าฉันเอง -_-