ระหว่างผัว..กับพ่อผัว..

1760 Words
เสียงนกการเวกส่งสำเนียงเจื้อยแจ้วแว่วมาจากสวนหลังบ้าน สอดประสานกับสายลมเอื่อยที่พาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ไทยลอยละล่องเข้ามา แสงแดดสีทองละมุนยามเช้าเริ่มทอแสงลอดผ่านรอยแยกของม่านบังแดดเนื้อดี ตกกระทบลงบนเตียงกว้างที่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่น ร่างระหงในชุดนอนซาตินสีขาวมุกของรสรินขยับกายบิดตัวไปมาอย่างเกียจคร้านอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เธอค่อยๆ ปรือตาขึ้นรับแสงสว่าง มุมปากอวบอิ่มยกยิ้มขึ้นทีละน้อยด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจที่เปี่ยมล้นอยู่ภายในอก คืนแรกที่ได้เอนกายลงนอนในคฤหาสน์หลังนี้ ในฐานะภรรยาของกวินอย่างเต็มภาคภูมิ มันคือความภาคภูมิใจและชัยชนะที่เธอพยายามไขว่คว้ามาตลอด รสรินยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงไม้แกะสลักพลางชันเข่าขึ้นมา สองแขนเรียวโอบกอดเข่าเอาไว้ก่อนจะแนบศีรษะลงไปเบาๆ เธอยิ้มให้กับตัวเองในความเงียบ... ในที่สุดเธอก็สามารถก้าวข้ามเงาอดีตและทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับป๋าไกรได้สำเร็จ ชะตาชีวิตที่เคยผกผันบัดนี้ดูเหมือนจะลงตัวและมั่นคงราวกับฝันที่เป็นจริง แกร็ก! เสียงลูกบิดประตูห้องน้ำดังขึ้นทำลายความเงียบ กวินเดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูสีขาวที่พันกายไว้หมิ่นเหม่เผยให้เห็นแผงอกที่ยังคงมีหยดน้ำเกาะพราว มือของเขากำลังใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดผมที่เปียกชื้นอย่างลามเลีย "ตื่นแล้วเหรอคนขี้เซา" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานพลางส่งสายตาหยอกล้อมายังเมียรัก "เมื่อคืนรินหลับเป็นตายเลยค่ะ" รสรินตอบกลับพร้อมรอยยิ้มละมุนที่แสนจะอ่อนโยน "ทำไมรีบตื่นจังเลยคะ ยังเช้าอยู่เลย" เธอซบหน้าลงกับเข่าพลางเอียงคอมองดูสามีที่กำลังจัดแจงตัวเองด้วยท่าทางน่าเอ็นดู กวินวางผ้าเช็ดผมลงก่อนจะขยับเข้าประชิดเตียง เขาโน้มตัวลงมาจุ๊บที่หน้าผากของเธออย่างแสนรัก "วันนี้พี่ต้องเข้าสำนักงานไปจัดการงานที่ค้างไว้แล้วนะจ๊ะ รินอยู่บ้านก็อย่าดื้อล่ะ เดี๋ยวป้าเล็กจะปวดหัวเอา" เขาแกล้งเย้าพลางบีบจมูกมนของเธอเบาๆ "ถ้าพี่วินกลับบ้านช้า รินจะอาละวาดให้บ้านแตกเลยคอยดู" เธอเย้ากลับพลางทำปากยื่น แววตาซุกซนและรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้านั้นขับให้บรรยากาศในห้องส่วนตัวเต็มไปด้วยมวลแห่งความสุข กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาหยิบเสื้อเชิ้ตที่รีดจนเรียบกริบขึ้นมาสวมใส่ โดยมีรสรินที่ยอมสลัดความง่วงงุนก้าวลงจากเตียงมาช่วยจัดปกเสื้อและผูกเนคไทให้เขาอย่างช่ำชอง มือนุ่มที่คอยปัดป้องและจัดระเบียบเครื่องแต่งกายให้สามีอย่างใส่ใจ คือภาพสะท้อนของชีวิตคู่ที่เพิ่งเริ่มต้นได้อย่างงดงาม ทั้งสองหยอกล้อกันด้วยสัมผัสแผ่วเบาและถ้อยคำออดอ้อนที่แสดงถึงความผูกพันอันลึกซึ้ง ก่อนจะก้าวออกจากห้อง กวินรวบเอวภรรยาเข้ามาจูบลาที่แก้มเนียนอีกครั้ง ความเป็นกันเองและความน่ารักที่ทั้งคู่มีต่อกันในพื้นที่ส่วนตัวนี้ ดูเหมือนจะเป็นบทพิสูจน์เริ่มต้นที่ทำให้รสรินเชื่อมั่นว่า ทางเลือกที่เธอตัดสินใจเดินในบ้านหลังนี้... คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับอนาคตของเธอแล้วจริงๆ เสียงประตูปิดลงเบาๆ ทิ้งให้ความเงียบกลับเข้ามาครอบคลุมห้องนอนกว้าง รสรินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวที่กรุด้วยกระจกเงาบานใหญ่ตั้งแต่เพดานจรดพื้น แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านม่านเข้ามาฉาบไล้ลงบนผิวเนียนละเอียดจนดูราวกับรูปสลักหินอ่อน มือเรียวเอื้อมไปเลื่อนสายเสื้อนอนซาตินให้ร่นลงช้าๆ ปล่อยให้เนื้อผ้าลื่นละมุนไหลหลุดจากลาดไหล่มนลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า ตามด้วยอาภรณ์ชิ้นน้อยที่ถูกถอดวางอย่างใส่ใจ จนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่สะท้อนเงาอยู่ในกระจก เธอยืนสำรวจเรือนร่างที่ตนเองแสนภาคภูมิใจด้วยสายตาพินิจพิจารณา ทรวงอกอิ่มขนาดคัฟบีตั้งเต้ากลมกลึงสวยงามโดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งประคอง ปลายยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อชูชันท้าทายสายตา ลาดไหล่และไหปลาร้าดูบอบบางรับกับลำคอระหง ส่วนเอวของเธอนั้นคอดกิ่วคอดกิ่วจนเห็นส่วนเว้าที่ชัดเจน ก่อนจะลาดเทลงสู่สะโพกที่ผายกว้างและงอนงามได้รูป ต้นขาเรียวยาวกลมกลึงดูขาวผ่องราวกับงาช้างขัดมันสอดรับกับหน้าท้องที่แบนราบ สายตาของเธอเลื่อนต่ำลงไปยังกึ่งกลางกาย โคกเนินเนื้ออวบอูมลอยเด่นสะดุดตา เส้นไหมนุ่มสลวยถูกตัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดตา สัมผัสที่กวินมักจะพรอดรักและชื่นชมไม่ขาดปากในทุกค่ำคืนว่ามันคือประติมากรรมที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเห็น ทว่าในขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับคำชมของสามีในมโนสำนึก ภาพเหตุการณ์ที่โรงแรมสาทรกลับวูบเข้ามาในความคิดอย่างรวดเร็ว ภาพฝ่ามือหยาบที่บดคลึง และความรู้สึกของลิ้นร้อนผ่าวที่ตวัดเลียรัวราวมืออาชีพลงบนจุดกระสันนั้นเด่นชัดขึ้นมาจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย ความเสียวซ่านที่ป๋าไกรเคยจารึกไว้ดูเหมือนจะประทับแน่นอยู่ในโสตประสาทอย่างยากจะสลัดออก "อย่านะรสริน... ที่แล้วก็ให้มันแล้วไป ป๋าสัญญากับแกไว้แล้ว" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางหลับตาแน่นเพื่อขับไล่ภาพร่านร้อนนั้นออกไป รสรินพยายามสูดลมหายใจเรียกสติ รีบหันหลังให้กับกระจกเงาบานนั้นราวกับกลัวว่ามันจะสะท้อนความปรารถนาส่วนลึกที่ซ่อนอยู่ออกมา เธอต้องเป็นภรรยาที่แสนดีของกวิน และต้องรักษาข้อตกลงลับนั้นไว้ให้มั่น เพื่ออนาคตที่สวยงามในคฤหาสน์หลังนี้ที่เธอเพิ่งจะได้ครอบครองมาครอบครองไว้ในกำมืออย่างยากลำบาก สายน้ำเย็นฉ่ำจากฝักบัวเรนชาวเวอร์พรั่งพรูลงกระทบลาดไหล่มน รสรินยืนหลับตานิ่งปล่อยให้หยดน้ำไหลผ่านร่องอกและส่วนโค้งเว้าของร่างกาย ล้างทำความสะอาดร่องรอยแห่งความรักที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อค่ำคืน ทว่าในขณะที่เธอกำลังลูบไล้สบู่เหลวกลิ่นกุหลาบไปตามผิวพรรณที่เนียนละเอียด ห้วงคำนึงกลับดิ่งลึกไปสู่การเปรียบเทียบที่เธอก็รู้ดีว่ามันช่างอันตรายและไม่สมควรอย่างยิ่ง ภายใต้ความคล้ายคลึงทางพันธุกรรมที่ส่งต่อจากพ่อสู่ลูกจนแทบจะเหมือนแกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างใบหน้าคมสัน มัดกล้ามเนื้อแกร่ง หรือแม้แต่กลิ่นอายความเป็นชายที่แผ่ออกมา แต่สำหรับรสรินที่เคยผ่านการเพาะบ่มอย่างเคี่ยวกรำจากมืออาชีพอย่างเกรียงไกรมาแล้ว เธอรู้ซึ้งดีว่าสัจธรรมในห้องหอนั้น "ลีลา" สำคัญยิ่งกว่า "รูปลักษณ์" รสสวาทที่กวินมอบให้ตลอดคืนที่ผ่านมา แม้จะเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและให้เกียรติในฐานะภรรยาผู้สูงค่า แต่มันกลับดู "เบาบาง" และ "ตื้นเขิน" จนน่าใจหายเมื่อเทียบกับความดุดันและน้ำอดน้ำทนที่ป๋าไกรเคยจารึกไว้ในกมลสันดานของเธอ กวินเหมือนนักดนตรีที่เล่นตามโน้ตอย่างถูกต้องแม่นยำแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งกามารมณ์ ในขณะที่ป๋าไกรคือศิลปินผู้บ้าคลั่งที่รู้จักจังหวะจะโคน รู้ว่าเมื่อใดควรผ่อนคลายและเมื่อใดควรโถมกระแทกจนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอลูบไล้หน้าท้องแบนราบพลางถอนหายใจออกมาท่ามกลางไอหมอกของน้ำอุ่น ภายในใจเฝ้าหวังว่าการไปใช้ชีวิตเป็นนักเรียนนอกของกวินจะช่วยขัดเกลาให้เขาเป็นชายที่จัดเจนในเชิงกาม มีเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิงที่ท้าทาย แต่ในความเป็นจริงกวินกลับเป็นเพียงสุภาพบุรุษที่แสนดีจนเกินไป เขาทำทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและรีบเร่งที่จะไปให้ถึงจุดหมาย โดยหลงลืมความละเมียดละไมระหว่างทางที่ผู้หญิงอย่างเธอโหยหา สิ่งที่ทำให้รสรินรู้สึกผิดหวังลึกๆ จนเกือบจะเป็นความโหว่เว้ในอก คือการที่เขาละเลยบทเพลงกามที่เธอโปรดปรานที่สุด... การลงลิ้นที่จุดกระสัน กวินดูเหมือนจะเขินอายหรือมองข้ามความสำคัญของพื้นที่ลี้ลับตรงนั้นไปสิ้น เขาไม่เคยแม้แต่จะก้มลงไปสำรวจดอกไม้งามที่ฉ่ำแฉะด้วยความทะนุถนอม ไม่เคยใช้ปลายลิ้นตวัดรัวให้เธอต้องบิดกายเร่าอย่างที่ป๋าไกรเคยทำจนเธอเสร็จสมแทบขาดใจ รสสัมผัสของป๋าไกรในวันวานยังคงรุ่มร้อนและเด่นชัด ราวกับไฟที่ลามเลียอยู่ในโสตประสาท ลิ้นร้อนๆ ที่ซอกซอนไปทุกหลืบเร้น จังหวะการดูดดึงที่ช่ำชองจนเอวของเธอแอ่นลอยจากฟูกนอน... ภาพเหล่านั้นมันช่างห่างไกลกับความเงียบเหงาที่เกิดขึ้นในคืนหอกับกวินเหลือเกิน รสรินสะบัดศีรษะไล่ความเลอะเทือนในใจออกไป พลางรีบปิดน้ำและเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูมาพันกาย เธอพยายามเตือนตัวเองว่าตอนนี้เธอคือ "สะใภ้" ของบ้านหลังนี้ เธอได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ทั้งเงินทอง ฐานะ และเกียรติยศ แต่ความโหยหาในรสชาติกามที่ถึงใจยังคงเป็นเงาที่คอยตามหลอกหลอน และเธอก็เริ่มตระหนักแล้วว่า กวินสามีผู้แสนดีอาจจะมอบทุกอย่างให้เธอได้ ยกเว้นเพียงสิ่งเดียว... นั่นคือไฟสวาทที่มอดไหม้จนหยดสุดท้ายอย่างที่พ่อของเขาเคยทำได้นั่นเอง เธอมองกระจกที่ฝ้ามัวด้วยไอน้ำ เห็นเพียงเงาเลือนลางของตัวเอง พร้อมกับคำถามที่ดังขึ้นในใจอย่างเงียบเชียบว่า เธอจะสามารถทนอยู่กับ "รสชาติที่จืดชืด" นี้ไปได้นานแค่ไหน ท่ามกลางบรรยากาศในบ้านที่ยังมี "ต้นตำรับ" วนเวียนอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD