ว่าที่พ่อผัว!

2253 Words
เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยแล่นผ่านกรวดหินหน้าบ้านแว่วเข้ามาในโถงรับแขก ป้าเล็กที่กำลังจัดวางถาดน้ำชะเง้อมองไปทางหน้าต่างด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "คุณท่านคงจะกลับมาแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวป้าออกไปดูแกหน่อย เผื่อมีสัมภาระอะไรให้ป้าช่วยหิ้ว" พูดจบแกก็ก้มตัวน้อยๆ แล้วก้าวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่อีกครั้ง รสรินมองตามแผ่นหลังที่ดูใจดีนั่นไปพลางอมยิ้มบางๆ เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้น "ดูพี่วินจะสนิทสนมกับป้าแม่บ้านจังเลยนะคะ" กวินพยักหน้า แววตาอ่อนเชื่อมยามนึกถึงความหลัง "ป้าเล็กไม่ใช่แค่แม่บ้านหรอกริน สำหรับพี่แล้วแกเป็นเหมือนแม่คนที่สองได้เลย ตั้งแต่คุณแม่พี่จากไปตอนพี่ยังเล็กๆ ก็มีแกนี่แหละที่คอยประคับประคอง ดูแลพี่มาตลอด" คำพูดที่เต็มไปด้วยความรักและความรู้สึกดีๆของกวิน ยิ่งทำให้รสรินรู้สึกว่าบ้านหลังนี้ช่างอบอุ่นและทรงเกียรติ จนเธอเริ่มกลัวว่าตัวเองจะดีไม่พอสำหรับครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนี้ ความประหม่าเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มใกล้เข้ามา รสรินรู้สึกเหมือนลำคอแห้งผากจนแสบ เธอเอื้อมมือที่สั่นน้อยๆ ไปยกขันน้ำลอยดอกมะลิขึ้นมาจิบหวังจะให้ความเย็นช่วยดับความรุ่มร้อนในอก ท่าทางเกร็งจนไหล่ห่อของเธอทำให้กวินหลุดขำออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นหรอกริน ป๊าท่านอาจจะดุและจริงจังแค่เรื่องงานเท่านั้นแหละ แต่กับคนในบ้าน ท่านใจดีกับทุกคน อีกหน่อยรินอยู่ไปก็จะรู้เอง" กวินเอื้อมมือมาลูบหัวเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบ แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและทรงพลังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูโถง รสรินรีบวางขันน้ำลง แผ่นหลังตั้งตรง หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนรู้สึกเหมือนมันจะกระเด็นออกมานอกอก เธอรีบก้มหน้าลงต่ำตามมารยาทอันดีงามของว่าที่ลูกสะใภ้ที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี "ป๊ามาแล้ว" เสียงกวินเอ่ยขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืน รสรินพยายามรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี ค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนต้อนรับชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบ้านหลังนี้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อจะเงยหน้าขึ้นไปกล่าวคำสวัสดีพร้อมรอยยิ้มที่พิมพ์ใจที่สุด ทว่า... ทันทีที่สายตาของเธอปะทะเข้ากับใบหน้าของชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้า โลกทั้งใบของรสรินก็เหมือนจะถล่มทลายลงมาในพริบตา! ภาพที่เธอเห็นคือชายในชุดข้าราชการระดับสูงที่ดูสง่างาม มีราศีจับถ้วนทั่วทุกตารางนิ้ว ใบหน้าคมเข้มที่มีเค้าความหล่อเหลาถอดแบบเดียวกับกวินเป๊ะๆ แต่สิ่งที่ทำให้รสรินใจกระตุกวูบอย่างแรงจนเหมือนดิ่งลงจากหน้าผาสูงลิ่ว คือดวงตาคู่นั้น… ดวงตาที่เคยจ้องมองเรือนร่างของเธอด้วยความกระหายในห้องสวีทลับของโรงแรมหรูนับครั้งไม่ถ้วน! "ป๋า..." คำพูดสั้นๆ หลุดออกจากปากของหญิงสาวอย่างลืมตัว เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคนกำลังจะขาดใจ รสรินยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ตาเบิกค้างอย่างตกใจสุดขีดจนม่านตาขยายกว้าง ความรู้สึกชาตั้งแต่ปลายนิ้วมื้อลามไปถึงขั้วหัวใจมันแล่นพล่านเป็นริ้วๆ ไปทั่วร่าง สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะ ในขณะเดียวกัน ชายวัยกลางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาก็มีสภาพไม่ต่างกัน! ท่านเกี๊ยง หรือที่กวินเรียกว่าป๊า ยืนนิ่งอึ้งประหนึ่งโดนฟ้าผ่าลงกลางใจ อ้าปากค้างจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่เขาจำได้แม่นยำทุกองศา ใบหน้าที่เคยแนบชิดอยู่บนหมอนใบเดียวกัน ใบหน้าที่เขาเคยใช้ปลายนิ้วลูบไล้อย่างถือวิสิทธิ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บรรยากาศในโถงรับแขกที่เคยดูอบอุ่นร่มรื่น บัดนี้กลับเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ขาดช่วง ความกดดันมหาศาลบีบคั้นจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเหือดหายไป สำหรับรสรินแล้ว วินาทีนี้มันคือเสียงของชีวิตที่พังทลายลงเป็นเสี่ยงๆ ชิ้นส่วนความฝันที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะสะใภ้ตระกูลดังถูกบดขยี้ด้วยเงาอดีตที่ตามมาหลอกหลอนในที่ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ ชายตรงหน้าที่ดูดีสมวัย มีสง่าราศีในชุดกากีเครื่องหมายเต็มบ่า คนที่เธอเพิ่งหลุดปากเรียกชื่อที่ใช้กันในที่ลับว่า 'ป๋า' แท้จริงแล้วคือ 'ป๋าไกร' เสี่ยใหญ่ใจถึงผู้ทรงอิทธิพลที่เคยอุ้มชูส่งเสียเธอมาตั้งแต่สมัยเธอยังเป็นเพียงนักศึกษาสาวที่ขัดสนเงินทอง เขาคือคนที่ครองครองร่างสาววัยละอ่อนของเธอมานานหลายปีจนกระทั่งเธอเรียนจบและขอเดินจากไปเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ รสรินรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เธออยากจะกรีดร้องแต่ไม่มีเสียง อยากจะหนีไปให้พ้นจากตรงนี้แต่ขาไม่มีแรงแม้จะขยับ ความทรงจำที่เคยพยายามฝังกลบกลับผุดพรายขึ้นมาดั่งภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อแพงของเขา ลีลาการรักที่ดุดันบงการ และเม็ดเงินที่เขาเคยโยนให้หลังเสร็จกิจ ทุกอย่างมันชัดเจนจนเธอกลัวว่ากวินจะได้ยินเสียงแห่งความโสมมนั้น ทางด้านท่านเกี๊ยง เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งความตกใจ ความสับสน และความ 'โหยหา' ที่แอบซ่อนอยู่ลึกๆ เมื่อเห็นว่าอดีตเด็กสาวที่เขาทั้งรักทั้งหลงจนแทบไม่อยากปล่อยมือ บัดนี้กลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในฐานะ 'ว่าที่ลูกสะใภ้' ของลูกชายเพียงคนเดียวของเขา! กวินที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสองขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มองหน้าพ่อสลับกับหน้าแฟนสาวที่ดูซีดเผือดราวกับคนตาย "มีอะไรหรือเปล่าครับป๊า? ริน... ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ?" คำถามของกวินเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนแผ่นกระจกที่ร้าวราน รสรินพยายามจะอ้าปากอธิบายแต่สิ่งที่หลุดออกมามีเพียงความเงียบที่น่าอึดอัด เธอรู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตที่แสนสดใสของเธอได้จบสิ้นลงแล้ว เสียงกระแอมเบาๆ ของกวินที่ดังแทรกความเงียบขึ้นมา เปรียบเสมือนระฆังช่วยชีวิตที่ดึงสติของชายผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนให้กลับคืนสู่ร่องสู่รอยได้อย่างอัศจรรย์ เกรียงไกร เตชะเกรียงไกร ข้าราชการระดับสูงผู้กุมบังเ**ยนอำนาจและภาพลักษณ์อันดีงามมาทั้งชีวิต ปรับเปลี่ยนสีหน้าจากความช็อกสุดขีดให้กลายเป็นรอยยิ้มละไมที่ดูอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยเมตตาภายในชั่วพริบตาเดียว เขากระพริบตาเพียงหนึ่งครั้งเพื่อกลบแววตาโหยหาที่เพิ่งหลุดรอดออกมา ก่อนจะสวมบทบาท "คุณพ่อผู้ใจดี" ได้อย่างแนบเนียนชนิดที่ไม่มีใครจับพิรุธได้ "อ้อ... เปล่าหรอก ป๊าก็แค่ไม่คิดว่าแกจะมีแฟนน่ารักขนาดนี้" น้ำเสียงของเกรียงไกรทุ้มต่ำและนุ่มนวล เขาแสร้งทำเป็นตะลึงในความสวยของว่าที่ลูกสะใภ้ราวกับเพิ่งเคยพบหน้ากันเป็นครั้งแรกในชีวิต ชายสูงวัยขยับยิ้มกว้างส่งให้กวินที่ยืนยิ้มแก้มปริ ก่อนจะก้าวเดินอย่างสง่างามไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลตัวใหญ่นั้น สายตาของเขาจดจ้องมาที่รสรินด้วยแววตาที่ดูเหมือนผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง "เห็นมั้ย ริน... พี่บอกแล้วว่าป๊าต้องชอบรินแน่ๆ" กวินโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูแฟนสาวอย่างลิงโลดใจ เขาเห็นอาการยืนตัวลีบและแววตาที่เบิกกว้างของเธอ แต่ในมุมมองของกวิน เขาเข้าใจไปเองว่านั่นคืออาการประหม่าและตกตะลึงในรัศมีบารมีของผู้เป็นพ่อ "รินจ๊ะ นี่คุณพ่อของพี่ครับ" กวินแนะนำอย่างเป็นทางการหลังจากที่ทุกคนนั่งลงประจำที่ รสรินรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นพันธนาการไว้ เธอฝืนพยุงกายที่สั่นเทาพยายามประคองมือที่เย็นเฉียบยกขึ้นไหว้พร้อมกับค้อมหัวลงอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่กุลสตรีคนหนึ่งจะพึงกระทำได้ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะหลบเลี่ยงการประสานสายตากับ "ป๋าไกร" ของเธอในอดีต แต่แรงดึงดูดบางอย่างจากสายตาคู่นั้นกลับทำให้เธอสั่นสะท้านไปถึงขั้วปอด "รสรินครับป๊า... ว่าที่ลูกสะใภ้ของป๊า" กวินย้ำคำว่า 'ว่าที่ลูกสะใภ้' ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ "สวัสดี... ค่ะ" รสรินเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก เสียงของเธอนั้นสั่นพร่าและเบาหวิวราวกับขนนกที่ปลิวตามลม แต่เมื่อเธอฝืนสบตาและเห็นรอยยิ้มรับที่ดูปกติธรรมดาของเกรียงไกร ความหวาดกลัวที่ปะทุขึ้นเมื่อครู่ก็เริ่มมอดลงเปลี่ยนเป็นความสับสนที่ลึกล้ำแทน เขาทำเหมือนไม่เคยรู้จักเธอ... เขาทำเหมือนเธอเป็นเพียงผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งที่ลูกชายพาเข้าบ้าน "สวัสดีจ้ะหนู... เห็นเจ้าวินมันพูดถึงหนูอยู่บ่อยๆ วันนี้ได้เห็นตัวจริงเสียที" คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่กลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรสริน เธอสัมผัสได้ถึงความนิ่งเฉยที่เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงของชายที่เธอเคยรู้จักในฐานะ 'ป๋าไกร' ชายผู้ส่งเสียเลี้ยงดูเธอในฐานะเมียเก็บตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีสามจนจบการศึกษา หน้าที่เดียวของเธอในตอนนั้นคือการปรนเปรอสวาทให้กับเขาในห้องลับที่มิดชิด แลกกับการที่เขาอุ้มชูเธอให้มีชีวิตที่สุขสบายและเรียนจบมาได้อย่างภาคภูมิใจ รสรินจดจำ 'ป๋าไกร' ของเธอได้แม่นยำทุกรายละเอียด ชายสูงโปร่งอายุห้าสิบต้นๆ ที่ยังดูแข็งแรงและมีเสน่ห์ล้นเหลือ ผิวพรรณของเขาดูดีสะอาดสะอ้าน ใบหน้าที่ดูสง่าและน่าเกรงขามนั้นยังมีเค้าความหล่อเหลาที่กวินถอดแบบมาไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะดวงตาสีเหล็กคู่นั้น... ดวงตาที่มีแววความจริงจังและเด็ดขาดในการทำงาน แต่ในยามที่เขาจ้องมองเธอตอนนี้ มันกลับมีความอบอุ่นที่ฉาบหน้าด้วยความลึกลับบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก หัวใจของรสรินสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อภาพความจำในอดีตผุดขึ้นมาเป็นชุดๆ เธอจำคืนวันอำลาครั้งนั้นได้ติดตา คืนที่เธอขอเขาออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง ป๋าไกรของเธอยินยอมอย่างอาลัยอาวรณ์ ในคืนนั้น... พวกเขาตักตวงเอารสสวาทของกันและกันอย่างบ้าคลั่งราวกับจะฝากฝังความรู้สึกทั้งหมดไว้ในเรือนร่าง ลีลารักที่เผ็ดร้อน ดุดัน แต่แฝงไปด้วยความเชี่ยวชาญของเขา เป็นสิ่งที่รสรินยอมรับกับตัวเองเสมอมาว่าเธอ 'ไม่เคยลืม' และในบางค่ำคืนที่ความเหงาเข้าครอบงำ เธอยังเผลอโหยหารสสัมผัสที่ทำให้เธอแทบขาดใจนั้นอยู่เสมอ โลกใบนี้ช่างเล่นตลกกับเธออย่างโหดร้าย ที่เหวี่ยงให้เธอกลับมาเจอกับ 'ชายคนแรก' ที่เปิดโลกกามารมณ์ให้เธอ ในฐานะ 'ว่าที่พ่อสามี' "แล้วเป็นไงล่ะครับป๊า? เป็นอย่างที่ผมเคยเล่าให้ป๊าฟังมั้ยล่ะ?" กวินยิ้มระรื่นพลางโอบไหล่รสรินไว้เบาๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ เกรียงไกรพยักหน้ารับอย่างช้าๆ รอยยิ้มละไมยังคงประดับอยู่บนใบหน้า "อืม... จริงอย่างที่แกบอกนั่นแหละวิน หนูรินดูเป็นเด็กเรียบร้อยและมีกาลเทศะดี ป๊าเห็นแล้วก็สบายใจ" รสรินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวมันบางเบาจนหายใจลำบาก เธอสับสนในท่าทีที่นิ่งสงบดั่งผิวน้ำของเขา เขาช่างควบคุมอารมณ์ได้เก่งกาจสมกับที่เป็นข้าราชการระดับสูง ในขณะที่เธอแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ทุกครั้งที่เขาขยับตัวหรือเปล่งเสียงพูด รสนิยมความเนี๊ยบของเขาที่สะท้อนผ่านการจัดบ้านหลังนี้ ยิ่งตอกย้ำความทรงจำถึงความเจ้าระเบียบยามที่เขาบงการเธออยู่บนเตียง เธอแอบมองเสี้ยวหน้าของเกรียงไกรสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังของกวิน ความลับที่หนักอึ้งนี้กดทับจนเธอแทบกระอักเลือดออกมา การต้องนั่งอยู่ตรงหน้าชายที่เคยเห็นทุกสัดส่วนของเธอ เคยสัมผัสจุดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดของเธอ แล้วต้องแสร้งทำเป็นคนแปลกหน้าต่อกันภายใต้สายตาของคนรักที่แสนดี มันคือบททดสอบที่สาหัสที่สุดในชีวิต รสรินยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งเพื่อดับความรุ่มร้อนที่กำลังแผดเผาจากภายใน เธอเฝ้าถามตัวเองในใจซ้ำๆ ว่า เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี? ท่าทีที่นิ่งสงบของเกรียงไกรในตอนนี้ ช่างดูอบอุ่นแต่ก็น่าหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับเป็นพายุที่กำลังรอวันปะทุขึ้นในคฤหาสน์ที่ร่มรื่นแห่งนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD