ท่ามกลางบรรยากาศยามบ่ายที่แสงแดดอ่อนกำลังทอดเงาไม้ลงบนลานหินอ่อนหน้าคฤหาสน์หลังงาม รถตู้คันหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดสนิทอย่างนุ่มนวลที่บริเวณหน้าโถงบันไดทางขึ้น ประตูสไลด์ไฟฟ้าด้านข้างค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างระหงของรสรินที่กำลังน้อมตัวก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่ดูสง่างาม
กวินที่ลงมายืนรออยู่ก่อนแล้วรีบขยับเข้าประชิด เขาเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวบางของภรรยาสาวเอาไว้แน่น พร้อมกับประคองไว้อย่างทะนุถนอมในทุกย่างก้าว สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยกระแสแห่งความรักและความเอาใจใส่สะท้อนภาพของคู่สามีภรรยาที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นชีวิตคู่อันแสนหวานอย่างเด่นชัด
“เป็นยังไงบ้างคะทัวร์ยุโรปมาตั้งสองอาทิตย์?”
เสียงทักทายอย่างอาทรดังมาจากป้าเล็ก แม่บ้านเก่าแก่ผู้เป็นที่เคารพของทุกคนในบ้าน ป้าเล็กยืนฉีกยิ้มกว้างพลางออกคำสั่งให้เด็กรับใช้คนอื่นๆ รีบขมีขมันช่วยกันลำเลียงกระเป๋าเดินทางและข้าวของเครื่องใช้ลงจากรถด้วยความระมัดระวัง
“ไม่สนุกเท่าบ้านเราหรอกค่ะป้า ไปนานๆ รินคิดถึงป้าเล็กมากเลยค่ะ”
รสรินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหวานละมุนพลางส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับหญิงสูงวัย คำพูดที่แฝงไปด้วยความจริงใจนั้นทำให้คนฟังถึงกับแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดู
“อู๊ย! จะมาคิดถึงป้าทำไมกันคะเนี่ย ไปไม่ทันไรก็กลายเป็นคนปากหวานไปซะแล้ว” ป้าเล็กแกล้งทำเสียงขึ้นจมูกด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะเย้ากลับอย่างรู้ทัน “ว่าแต่ไหนล่ะคะของฝากของป้า”
รสรินหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทีขี้เล่นของป้าเล็ก ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลดูเหมือนจะมลายหายไปเพียงเพราะบทสนทนาที่แสนอบอุ่นภายในบ้านหลังนี้
“มีสิคะ ของป้าเล็กน่ะรินคัดมาให้พิเศษกว่าใครเลยล่ะค่ะ”
เธอยืนยันพร้อมรอยยิ้มที่สดใส แววตาที่ทอดมองป้าเล็กนั้นเต็มไปด้วยความนอบน้อมสวมบทบาทลูกสะใภ้ที่แสนดีได้อย่างไร้ที่ติ ในขณะที่กวินเองก็ยังคงโอบไหล่ภรรยาไว้ไม่ห่าง ราวกับต้องการจะบอกให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเขามีความสุขเพียงใดที่ได้กลับมาสู่รังรักที่แสนอบอุ่นพร้อมกับหญิงสาวที่เขาเทิดทูนที่สุดในชีวิตคนนี้
ทุกการเคลื่อนไหวและน้ำเสียงที่โต้ตอบกันระหว่างคนในบ้าน สร้างบรรยากาศที่ดูราบรื่นและเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ
ป้าเล็กกระมิดกระเมี้ยนขยับเข้ามาใกล้กวินและรสรินพลางทำท่ากระซิบกระซาบ ราวกับกำลังบอกความลับสำคัญที่น่ารักน่าเอ็นดู
“คุณท่านกำลังรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นน่ะค่ะ เห็นชะเง้อมองหาอยู่นานเลย” ป้าเล็กทำท่าทางประกอบเหมือนแอบนินทาเจ้านายใหญ่ให้เจ้านายฝ่ายลูกฟัง เป็นภาพที่ดูอบอุ่นและเป็นกันเองเสียจนรสรินอดไม่ได้ที่จะยิ้มแก้มตุ่ยไปกับความซื่อของแม่บ้านเก่าแก่
กวินมองตามสายตาและมือของป้าเล็กขึ้นไปบนเรือนไม้หลังงาม เขาคลี่ยิ้มที่มุมปากอย่างอ่อนโยนด้วยความรู้สึกรักและผูกพันในครอบครัว ทว่าสำหรับรสริน คำว่า "คุณท่าน" ที่หลุดออกมาจากปากป้าเล็กกลับส่งผลต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันทำให้เธอรู้สึกแปลบปลาบขึ้นมาที่ขั้วหัวใจลึกๆ เป็นความรู้สึกย้อนแย้งที่ยากจะอธิบาย
“เราขึ้นไปหาป๊ากันดีกว่าริน” กวินหันมาคว้ามือเมียรักไว้มั่นก่อนจะพาเดินขึ้นสู่เรือนใหญ่
รสรินเดินตามแรงจูงของเขาไปอย่างว่าง่าย แม้ว่าเธอและ "ป๋าไกร" ของเธอจะมีข้อตกลงลับที่ตกลงกันไว้อย่างเด็ดขาดเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่เมื่อต้องก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวในฐานะใหม่ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เธอก็ยังอดที่จะรู้สึกสั่นไหวและประหม่าไม่ได้
ภายในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่าทว่าผ่อนคลาย เกรียงไกรในชุดลำลองดูภูมิฐานนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว เขาขยับกายเล็กน้อยพลางทอดสายตามองมายังคนทั้งคู่ที่กำลังเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มละมุน รสรินค่อยๆ ลดตัวลงเดินเข่าเข้าไปหาชายสูงวัยตรงหน้า ก่อนจะก้มกราบลงที่เท้าทั้งสองข้างของเกรียงไกรอย่างนอบน้อมนิ่งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำความเคารพเขาในฐานะ "ลูกสะใภ้" ของบ้านหลังนี้อย่างเต็มตัว
“ไหว้พระเถอะหนู”
เกรียงไกรเอ่ยรับไหว้ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูใจดี พลางเอื้อมมือใหญ่หนามาประคองรับมือของเธอไว้ทั้งสองข้าง ในจังหวะที่รสรินกำลังจะเงยหน้าขึ้นและเกรียงไกรโน้มใบหน้าลงมารับไหว้พอดี สายตาของคนทั้งคู่จึงประสานกันเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ พลังอำนาจบางอย่างที่แฝงเร้นอยู่ในแววตาสีเหล็กคู่นั้นทำให้จิตใจของรสรินวูบไหวอย่างรุนแรงจนแทบเสียอาการ เธอต้องรีบหลุบตาลงต่ำเพื่อหลบเลี่ยงการสบตาที่อาจเปิดเผยความในใจออกมา
“ขึ้นมานั่งข้างบนนี่เถอะ” เขาบอกกับเธอด้วยท่าทางของผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยเมตตา
“ไงเจ้าวิน พาลูกสะใภ้ป๊าไปตกระกำลำบากที่ไหนมาบ้างหรือเปล่า?” เขาหันไปเย้าลูกชายอย่างอารมณ์ดี
“โธ่ป๊า... ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยแหละครับ ดูสิ ห่วงแต่ลูกสะใภ้เลยนะ ลูกชายคนนี้ไม่ห่วงกันบ้างเลย” กวินเอ่ยตอบผู้เป็นพ่ออย่างออดอ้อนตามประสาพ่อลูกที่สนิทสนมกันจนเกือบจะเป็นเพื่อนเล่น แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังคงให้ความเคารพยำเกรงในตัวพ่ออยู่เสมอ
“จริงหรือเปล่าหนูริน มันดูแลหนูดีจริงหรือเปล่า? ถ้าไม่จริงฟ้องป๊าได้เลยนะ” เกรียงไกรหยอกเย้าต่อด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายและอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“แหม... วันนี้คุณท่านดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะ” ป้าเล็กที่ลากกระเป๋าตามเข้ามาสมทบในห้องเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง แม้จะมีท่าทีเกรงอกเกรงใจเจ้าของบ้านอยู่ในที แต่รอยยิ้มของทุกคนในห้องนั้นกลับทำให้บรรยากาศของการต้อนรับลูกสะใภ้กลับบ้านในวันแรก เต็มไปด้วยความราบรื่นและอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่ดูเหมือนจะไร้รอยต่อใดๆ
ป้าเล็กเอ่ยแทรกขึ้นกลางวงสนทนาที่กำลังเปี่ยมไปด้วยมลเสน่ห์ของความสุขด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“ป้าจัดห้องใหม่ให้คุณหนูวินกับคุณหนูรินเรียบร้อยแล้วนะคะ ป้าจะให้พวกเด็กๆ ยกข้าวของพวกนี้ขึ้นไปเก็บข้างบนเลยนะคะ” แกพูดพลางยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ ทว่ากวินและรสรินกลับทำหน้างงงวยหันมาสบตากันด้วยความประหลาดใจ
“ห้องใหม่เหรอครับป๊า?” กวินหันไปถามผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัย
“ป๊าเห็นว่าห้องเก่านั่นมันค่อนข้างเล็ก และแกก็อยู่มาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่งงานมีครอบครัวแล้วก็น่าจะย้ายไปอยู่ในห้องที่มันกว้างขวางหน่อย ป๊าก็เลยสั่งให้ป้าเล็กจัดห้องใหญ่ฝั่งโน้นให้ใหม่ หนูรินเขาจะได้ไม่อึดอัดไงล่ะ” เกรียงไกรเป็นคนอธิบายด้วยท่าทางสุขุมนุ่มนวล แทนป้าเล็กที่ยืนยิ้มกริ่มรอคำสั่งอยู่อย่างจดจ่อ
“งั้นขนขึ้นไปเลยนะคะ!” ป้าเล็กพูดขึ้นเสียงใสโดยไม่รอคำสั่งซ้ำสอง ราวกับรู้ใจเจ้านายใหญ่เป็นอย่างดี “พวกแกขนขึ้นไปให้หมดเลย!” แกหันไปสั่งเด็กรับใช้รุ่นลูกที่ยืนรวมกลุ่มรอจังหวะอยู่ห่างๆ ให้รีบกุลีกุจอจัดการกับสัมภาระกองโต
“คุณหนูรินจะขึ้นไปดูห้องพร้อมกันเลยไหมคะ?” ป้าเล็กหันมาชวนรสรินด้วยท่าทีเอาใจใส่เป็นพิเศษ ทำเอาคนเป็นสามีอย่างกวินถึงกับแกล้งค้อนตาคว่ำใส่แม่บ้านคนสนิท
“แหม... เอาอกเอาใจกันออกนอกหน้าตั้งแต่วันแรกเลยนะป้า” กวินแซวป้าเล็กอย่างอารมณ์ดี แต่ฝ่ายนั้นกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินนำลิ่วไปก่อนแล้ว กวินจึงอมยิ้มพลางดึงมือรสรินให้เดินตามหลังป้าเล็กขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน
รสรินเดินตามแรงจูงของสามีขึ้นบันไดวนไม้สักทองที่ขัดจนเงาวับ ในใจขบคิดถึงการเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ ความใจดีของคุณท่านที่หยิบยื่นความสะดวกสบายให้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่ายินดี ทว่าลึกๆ ในใจเธอกลับรู้สึกถึงบรรยากาศบางอย่างที่เปลี่ยนไป การย้ายเข้าสู่ "ห้องใหญ่" ในบ้านหลังนี้เปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่พื้นที่ใหม่ที่เธอต้องเรียนรู้และปรับตัว ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของป้าเล็กและความรักของกวินที่โอบล้อมเธอไว้ในทุกฝีก้าวที่เดินขึ้นสู่เรือนชั้นบน
บริเวณพื้นที่ชั้นสองของบ้านถูกจัดแบ่งสัดส่วนไว้อย่างลงตัว ความโอ่โถงของเพดานสูงรับกับงานไม้แกะสลักที่ทอประกายเงางามสะท้อนถึงรสนิยมอันเลิศหรู การออกแบบมีการผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิมและความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างเหมาะเจาะ ผนังไม้สักทองขัดมันขับเน้นให้โถงทางเดินดูขรึมขลังทว่าอบอุ่น
ห้องหอใหม่ของกวินและรสรินถูกจัดวางไว้อย่างเป็นส่วนตัวที่มุมหนึ่งของตัวบ้าน ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งกับห้องนอนใหญ่ของเกรียงไกร โดยมีทางเดินยาวเชื่อมถึงกัน นอกจากห้องนอนหลักทั้งสองห้องนี้แล้ว พื้นที่ชั้นบนยังมีห้องนอนสำรองที่ยังไม่ได้ใช้งานอีกสองห้อง ห้องพระที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมจางๆ และห้องโถงพักผ่อนส่วนกลางที่จัดวางชุดเก้าอี้หลุยส์ไว้อย่างสง่างาม รวมถึงห้องน้ำรับรองที่ได้รับการตกแต่งด้วยหินอ่อนและสุขภัณฑ์ชั้นดีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่อยู่ด้านนอก
ทุกรายละเอียดของการตกแต่งภายในสะท้อนถึงความละเมียดละไมและรสนิยมอันสูงส่งของเกรียงไกรผู้เป็นเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นแจกันเซรามิกเขียนลายโบราณ หรือภาพวาดสีน้ำมันที่ประดับอยู่ตามผนัง ทุกสิ่งถูกจัดวางอย่างมีจังหวะจะโคน
นี่เป็นครั้งแรกที่รสรินได้มีโอกาสย่างก้าวขึ้นมาสัมผัสความวิจิตรบรรจงบนชั้นบนของคฤหาสน์หลังนี้ ฝ่าเท้าของเธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบและมั่นคงของพื้นไม้ขัดเงา ทุกก้าวที่เดินตามกวินไปตามโถงทางเดินยาวเปรียบเสมือนการเปิดประตูเข้าสู่โลกอีกใบที่เธอไม่เคยสัมผัส โลกที่เต็มไปด้วยความโอ่อ่าและกฎเกณฑ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามอันไร้ที่ติ ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกทึ่งแกมประหม่าในฐานะสมาชิกใหม่ที่กำลังจะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อันทรงเกียรติแห่งนี้อย่างเต็มตัว