แสดงว่าแฟนกันจริงน่ะสิ

1349 Words
“กัสก็โดนแม่นี่หลอกเหมือนกันเหรอ!” “หลอกบ้าอะไร คนที่เธอตะโกนด่าปาวๆ คือแฟนฉันต่างหาก ได้ยินมั้ยลิลลี่เป็นแฟนของฉัน! เป็นผู้หญิงของฉัน!” กัสตะโกนดังลั่นไปทั่วทั้งบริเวณทำให้ทุกอย่างเงียบลงในชั่วพริบตา “กอดกันด้วยแม่เอ๊ย” “แกดูดีๆ ก่อน กัสเป็นฝ่ายกอดเองเถอะ ไม่เห็นรึไง... มือกัสลูบหัวลิลลี่ไม่หยุด” “นางทำบุญด้วยอะไรนะ ถึงได้หล่อลูกรักพระเจ้าอย่างกัสเข้าไปปกป้อง” เสียงซุบซิบจากรอบตัวที่ลอดเข้าหูทำให้ฉันสำนึกได้ว่าเราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ไม่มีใครรู้ว่าฉันกับกัสสนิทกัน เดี๋ยวจะมีประเด็นอื่นตามมาอีก เพราะงั้นจึงรีบใช้นิ้วกรีดน้ำตาลวกๆ ผละออกจากอกแกร่งในเวลาต่อมา “ไหวมั้ย” กัสมองกันด้วยสายตาเป็นห่วง กระซิบถามด้วยน้ำเสียงและแววตาร้อนรนจนรู้สึกได้ “ไหว” ฉันพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ แค่มีกัสอยู่ด้วย ฉันก็รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ! “แฟน... ลิลลี่เป็นแฟนมึง?” น้ำเสียงตะกุกตะกักทำให้เราสองคนหันไปทางคนถาม เห็นบอสที่เมื่อกี้โดนแฟนจัดการซะอยู่หมัดกำลังมองมาด้วยสายตาตื่นตะลึง แล้วฉันก็ได้เห็นเทมส์ เจมส์ เดย์ อยู่ตรงนี้ด้วย “เออ! ไอ้กัสมันเป็นแฟนกับคนที่มึงตามตื๊ออยู่ไง” เจมส์ว่าด้วยน้ำเสียงต่ำ “กูถามหน่อย มึงไม่ละอายใจบ้าง มีแฟนอยู่แล้วแต่ดันตามจีบผู้หญิงอีกคน” เทมส์ถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แววตานิ่งสนิทที่เชื่อเถอะว่าคนโดนมองอาจมีขนลุกไปทั้งตัว “แถมยังกล้าจีบคนที่มีเจ้าของ มึงไม่กลัวได้กินตีนเพื่อนกูว่างั้น” เดย์โพล่งดังลั่น ใช้เสียงเข้าข่มทำเอาบอสอึกอัก มองหน้ามองหลังเหมือนหาทางหนีที่ไล่ “กูขอโทษ กูไม่รู้ว่าลิลลี่มีแฟนแล้ว ถ้ากูรู้... กูคงไม่จีบ” “อะไรนะ! บอสกล้าพูดออกมาว่าจีบนังพลาสติกนี่!” อีกแล้ว! แฟนบอสกล่าวหาฉันอีกครั้ง ผู้คนก็ฮือฮาเรื่องฉันไปทำหน้าอีกรอบ “ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย! แฮ่กๆๆ” เสียงใสดังลอดเข้ามา ก่อนจะเป็นเรนนี่ที่โผล่ออกมาจากผู้คนในสภาพหอบจนตัวโยน เพื่อนรักเดินเข้ามาจับมือฉัน ละล่ำละลักถามกันด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “แกไม่เป็นไรใช่มั้ย อาจารย์คีย์แกนวานฉันกับพวกในห้องขนข้าวกล่องไปที่ตึกอะไรสักอย่าง พอฉันกลับมาเพิ่งรู้ว่าแกโดนแกล้ง” “แหม! ใครแกล้งเพื่อนหล่อนยะ ทำตัวเองทั้งนั้น” น้ำเสียงหมั่นไส้ที่โพล่งแทรกทำให้เรนนี่หันไปทางคนถาม มองแฟนบอสที่ด่าฉันแบบไม่พักด้วยแววตากรุ่นโกรธ “อ้อ! เธอเองสินะที่แกล้งเพื่อนรักของฉัน ทำไม? ผู้ทิ้งหล่อนเหรอถึงพาลใส่เพื่อนฉันน่ะ” “ฉันกับบอสยังไม่เลิกกันย่ะ!” แฟนของบอสโพล่งด้วยสีหน้าเดือดดาล หายใจฟึดฟัด “ฉันแค่จับได้ว่านังศัลยกรรมเพื่อนหล่อนหลอกบอสให้โอนเงินให้ต่างหาก” “เพ้อเจ้อ! ไม่มีเหตุผลที่ลิลลี่จะหลอกเอาเงินแฟนเธอ! แล้วหยุดให้ร้ายแฟนฉันเรื่องทำศัลยกรรมได้ละ ไม่งั้นฉันจะให้ฝ่ายกฎหมายของตระกูลจัดการเธอกับแฟน” กัสโพล่งด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเหลืออดทำเอาแฟนของบอสปิดปากฉับรวมถึงบอสที่สะดุ้งไม่ต่างจากกัน “แต่ลิลลี่สวยจริงนะเว้ย ทั้งสวยทั้งน่ารัก ไม่ได้ทำมาจริงๆ เหรอ!” “นั่นสิ คนปกติไม่น่าไร้ที่ติขนาดนี้ป่ะ” เสียงซุบซิบที่เริ่มดังเป็นบริเวณกว้างทำให้กัสพ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิด ล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋า กดหาใครบางคนแล้วเปิดโฟนให้ได้ยินกันทั่ว ไม่ถึงหนึ่งนาทีฉันก็ได้ยินเสียงเจ้เกรซลอดออกมาอย่างกวนๆ “มีไรคะน้องชายสุดที่รัก” “เจ้อยู่บ้านมั้ย” ทุกคนในที่นี้ถึงกับตาโตเมื่อได้ยินกัสโต้ตอบกลับไป บ้างก็ซุบซิบว่าโทรหาพี่สาว “อยู่ดิ! โรงเรียนยังไม่เปิดเทอม เช้าขนาดนี้จะไปไหนได้” เจ้เกรซตอบกลับมา “ดี! งั้นเจ้ช่วยส่งรูปลิลลี่ตั้งแต่เด็กมาหน่อย มีคนลือว่าลิลลี่ทำศัลยกรรม ผมจะอัพรูปลงไอจีให้คนเห็นว่าลิลลี่หน้าเดิมมาตลอด” กัสบอกเจ้เกรซแต่กวาดสายตาไปทั่วทำเอาสาวๆ แถวนี้ที่วิพากษ์วิจารณ์ฉันพากันหลบสายตาเป็นพัลวัน “อะไรนะ! ใครมันบังอาจหาว่าน้องที่น่ารักของฉันอัพหน้า ลิลลี่ของฉันหน้าตาดีมาแต่เกิดย่ะ” “เดี๋ยวเล่าให้ฟัง เจ้ส่งรูปมาละกัน” พูดจบกัสก็ตัดสาย สร้างความแตกตื่นของผู้คนยิ่งกว่าเดิม “สรุปกัสกับลิลลี่เป็นแฟนกันจริง? ทำไมไม่เคยมีข่าวหลุดมาเลยวะ” “แต่กัสเป็นฝ่ายพูดเองเลยนะว่าลิลลี่เป็นผู้หญิงของเค้า ไหนจะโทรหาพี่สาวเพื่อขอรูปลิลลี่อีก แสดงว่าความสัมพันธ์ต้องแนบแน่นถึงขั้นรู้จักสนิทสนมคนในครอบครัวอีกฝ่าย” “ถ้าคบกันจริงก็ต้องมีลงรูปในไอจี หรือมีข่าวหลุดบ้างดิ แต่นี่ทุกอย่างเงียบมาก” “อันที่จริงก็มีข่าวหลุดมานะ เพื่อนฉันที่เรียนเซนต์อาเธน่าเม้าท์ว่าช่วงปิดเทอมเจอกัสกับลิลลี่ที่อเมริกาด้วยกัน สองคนนี้อาจจะเป็นแฟนกันจริงแต่ไม่อยากเปิดให้โลกรู้ก็ได้” “จริงเหรอแก ถ้ามีเงินไปถึงเมกาก็ไม่น่าหลอกเอาจากผู้ชายป่ะ” “สรุปเรื่องเป็นไงกันแน่วะ อยากเสือกต่อไม่ไหวละ” จากที่โดนคนรอบข้างตราหน้าว่าทำศัลยกรรมรวมถึงซื้อได้ด้วยเงิน กลับกลายเป็นว่าผู้คนเริ่มสนใจว่าฉันกับกัสเป็นแฟนกันจริงมั้ย! ฉันเลื่อนสายตาไปทางกัสเห็นว่าร่างสูงมองกันอยู่ก่อนแล้ว กัสยิ้มให้กันอย่างอ่อนโยน ฉันได้แต่ทำหน้านิ่งทั้งที่อยากขอบคุณกัสใจแทบขาด ถ้ากัสไม่ยื่นมือเข้ามาจัดการ... ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เรื่องเกิดขึ้นต่อหน้านักเรียนถึง 4 แห่ง โดนเข้าใจผิดชีวิตนักเรียน ม.ปลายของฉันมีแต่จบกับจบ ครืด! ครืด! มือถือของกัสสั่นรัวๆ ทำให้เจ้าตัวก้มมอง ก่อนจะงมกดสักพักแล้วเงยหน้าขึ้นมา “เอ้า! มึงอัพรูปลิลลี่แล้วนี่หว่า เจ้เกรซเร็วชะมัด” เดย์ที่ล้วงมือถือออกมาดูคนแรกพูดขึ้น ผู้คนที่อยู่แถวนี้ล้วงมือถือออกมาบ้าง ผู้ชายบางคนก็ยื่นหน้าขอดูกับผู้หญิงข้างๆ “หน้าไม่เปลี่ยนเลยแฮะลิลลี่” เจมส์ว่าพลางยักคิ้วทำให้ฉันอดรู้สึกไม่ได้ว่า... หนุ่มกลุ่มนี้ทำงานกันเป็นทีมจริงๆ “หน้าตาดีแต่เด็กจริงด้วย อุ๊ย! เซลฟี่คู่กัน!!” เดี๋ยวนะ... อะไรคือเซลฟี่? “โอ๊ย! โคตรหวาน แสดงว่าเป็นแฟนกันจริงน่ะสิ” เสียงวี้ดว้ายของสาวๆ รอบตัวทำให้ฉันยื่นหน้าเข้าไปยังหน้าจอมือถือเรนนี่ที่กำลังไถไอจีของกัสอยู่พอดี เพื่อนรักเลื่อนไอจีให้ดูอย่างรู้งาน ฉันได้เห็นรูปตัวเองตั้งแต่เด็กลากยาวจนมาถึงงานแต่งของน้าบัว แต่รูปสุดท้ายทำเอาฉันเบิกตา หันขวับมองกัสทันควันเมื่อเจ้าตัวลงรูปที่เราเซลฟี่ด้วยกันกลางไลฟ์ของเทเลอร์ แต่พอยท์สำคัญคือกัสวาดมือมากอดไหล่บางของฉัน... เข้าใจเลือกรูปเนอะ โอเค! เราสองคนเห็นกันมาแต่เด็ก เล่นด้วยกันมาตลอด การสกินชิฟเลยไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเราทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องชู้สาว แต่คนอื่นเห็นเข้าต้องคิดไกลเป็นธรรมดา ดูเหมือนกัสจะมองออกว่าฉันบ่นใส่ทางสายตา แอบยักคิ้วรัวๆ ให้กันอีกแน่ะ แต่เอาเถอะรู้ว่าที่ทำไปก็เพราะต้องการความสมจริง... ไม่งอนก็ได้!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD